ยาขับน้ำคาวปลาหลังคลอด จำเป็นต้องรับประทานไหรือไม่

26 August 2014
16792 view

น้ำคาวปลา ( Lochia )

น้ำคาวปลา เป็นคำที่ใช้เรียกของเหลวที่ออกมาจากช่องคลอดของคุณแม่ที่เพิ่งจะมีการคลอดบุตร (รวมทั้งที่ผ่าตัดคลอดด้วย) เป็นของเหลวที่ประกอบด้วยเลือด น้ำเหลือง น้ำคร่ำ เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมา เม็ดเลือดขาว เพราะหลังจากที่ทารกและรกคลอด จะมีแผลที่ผนังมดลูก/โพรงมดลูก บริเวณที่เกาะของรกที่ก่อให้เกิดน้ำคาวปลา
ปริมาณน้ำคาวปลาจะค่อยๆลดลงและหายไป เมื่อแผลในโพรงมดลูกซ่อมแซมปิดสนิท ปริมาณน้ำคาวปลาทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่มี จะประมาณ 200-500 มิลลิลิตร โดยทั่วไปใช้เวลา 3-4 สัปดาห์หลังคลอด น้ำคาวปลาก็จะหมดไป มีเพียงสตรีหลังคลอดจำนวนน้อยที่อาจมีน้ำคาวปลานานไปถึง 6 สัปดาห์หลังคลอดในรายที่ไม่มีการติดเชื้อ
น้ำคาวปลาปกติไม่มีกลิ่นเหม็น หากมีกลิ่นเหม็น มีสีแดงขึ้น มีไข้ ปวดท้อง แสดงว่ามีการติดเชื้อ

แบ่งน้ำคาวปลาเป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะ คือ

  1. Lochia rubra เป็นน้ำคาวปลาที่ออกในช่วง 2-3 วันหลังคลอด จะเป็นสีแดง ปริมาณจะมากหน่อย อาจต้องใช้ผ้าอนามัย วันละ 2-3 ผืน เนื่องจากมีปริมาณเลือด น้ำเหลือง ค่อน ข้างมาก
  2. Lochia serosa เป็นน้ำคาวปลาที่สีแดงจางลงจาก Lochia rubra เนื่องจากแผลต่างๆในโพรงมดลูกเล็กลง มดลูกมีการหดรัดตัวดีขึ้น จะพบลักษณะนี้ประมาณ 4-14 วันหลังคลอด
  3. Lochia alba ของเหลวที่ไหลออกมาทางช่องคลอด หรือ สีของน้ำคาวปลามักจะขาวขึ้น เพราะแผลต่างๆในโพรงมดลูกดีขึ้นมากจนเป็นปกติจะพบลักษณะนี้หลังคลอด 14 วันไปแล้ว และอาจมีนานได้ถึง 4 สัปดาห์หลังคลอด

การดูแลตนเองขณะมีน้ำคาวปลา

คุณแม่หลังคลอดปกติทางช่องคลอดสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แนะนำให้อาบโดยใช้ฝัก บัว ไม่ควรแช่ในอ่างอาบน้ำ หรือ ว่ายน้ำ (เเม้ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำ หรือสระว่ายน้ำส่วนตัวที่บ้าน) เพราะปากมดลูกยังเปิดอยู่ อาจมีน้ำเข้าไปโพรงมดลูก ทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายขึ้น ส่วนที่แผลฝีเย็บที่ช่องคลอดก็ชำระล้างด้วยสบู่อ่อนๆ แล้วซับให้แห้ง ไม่ต้องใส่ยาอะไรส่วนคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด ก่อนตัดไหมหน้าท้อง สามารถทำความสะอาดร่างกายได้ทุกส่วน (ยกเว้นยังต้องปิดแผลไว้) หลังจากตัดไหมหรือแพทย์เปิดแผลแล้วแผลติดกันสนิทดีสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ ไม่ควรแช่ในอ่างอาบน้ำหรือว่ายน้ำเช่นกัน เปลี่ยนผ้าอนามัยที่ใช้รองซับน้ำคาวปลาตามความเหมาะสม ไม่ควรหมักหมม หรือปล่อยให้ชุ่มนานเกินไปหากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีแดงขึ้นหลังจากที่จางไปแล้ว หรือมีเลือดสดๆออกมามากขึ้น มีไข้ มีอาการปวดมดลูกมากผิดปกติ ควรต้องรีบไปพบแพทย์/สูตินรีแพทย์ ไปตรวจหลังคลอดตามแพทย์นัดเสมอ

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับน้ำคาวปลา 

น้ำคาวปลาคืออะไร ทำไมจึงมีหลังคลอด
คำตอบ น้ำคาวปลาเป็นน้ำที่ออกมาจากโพรงมดลูกในช่วงหลังคลอด ซึ่งในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอดเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นในขณะตั้งครรภ์ เพื่อการฝังตัวของทารก จะเริ่มแยกออกเป็นสองชั้น ชั้นบนจะหลุดลอกออกมาเป็นน้ำคาวปลา ส่วนชั้นล่างจะยังยึดติดกับชั้นกล้ามเนื้อมดลูก และพร้อมที่จะสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นใหม่ สำหรับการมีรอบประจำเดือนใหม่หลังคลอดต่อไป

น้ำคาวปลาจะหมดภายในกี่วัน หากหมดเร็วจะผิดปกติไหม และถ้ามีนานกว่าปกติ เกิดจากสาเหตุใด เป็นสัญญาณไม่ดีหรือไม่
คำตอบ น้ำคาวปลาในช่วงแรก ประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เยื่อบุโพรงมดลูกที่คั่งค้างหลังคลอด และแบคทีเรีย ใน 3-4 วันแรกคลอดน้ำคาวปลาจะมีเลือดปนมากทำให้เห็นเป็นสีแดงสด จากนั้นสีจะจางลงและปริมาณลดลง โดยเป็นสีแดงจางๆ นานประมาณ 7-10 วัน หลังจากนั้นสีจะจางลงอีก เนื่องจากน้ำคาวปลาช่วงหลังๆ ประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนประกอบอื่นๆ ลดลง จึงเห็นเป็นสีเหลืองขาว ไม่มีกลิ่น และมีอยู่นานประมาณ 2-3 สัปดาห์

ดังนั้น น้ำคาวปลาจะหมดภายใน 3-4 สัปดาห์ ถ้าน้ำคาวปลาออกมามากหรือนานกว่าปกติ อาจเกิดจากการมีรกค้างหลังคลอด กล้ามเนื้อมดลูกล้า หดรัดตัวไม่ดีหลังคลอด หรือมีการอักเสบติดเชื้อภายในโพรงมดลูกหลังคลอดได้

น้ำคาวปลาธรรมชาติ กับประจำเดือนที่มาเร็วกว่าปกติต่างกันอย่างไร
คำตอบ สำหรับประจำเดือนที่มาเร็วกว่าปกตินั้น สังเกตจากเลือดที่มีสีแดงสด และจะมีสีแดงสดเหมือนกันทุกวัน ต่างจากน้ำคาวปลาที่จะค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นสีเหลืองขุ่น และรอบแรกของประจำเดือนมักออกมาปริมาณมาก อาจมีอาการปวดระดูร่วมด้วย
การที่ประจำเดือนมาเร็วหลังคลอดมักพบในคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตร แต่ถ้ามีการให้นมแม่ได้ดี มักจะยังไม่มีประจำเดือนมา

เป็นไปได้ไหมที่น้ำคาวปลาหมดแล้ว แต่ผ่านไป 3-4 วัน กลับมีน้ำคาวปลาอีก เป็นเพราะสาเหตุใด มีอันตรายหรือไม่

คำตอบ กรณีที่น้ำคาวปลาหมดแล้ว และพบว่ามีน้ำคาวปลาออกมาอีก มักพบในกรณีที่ลูกดูดนมได้ดีมาก ขณะลูกดูดนมจากบริเวณหัวนม จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารตัวหนึ่งซึ่งส่งผลกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบตัว ทำให้รู้สึกปวดท้องคล้ายเวลาปวดท้องมีประจำเดือน และบีบให้มีน้ำคาวปลาออกมาได้อีกเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ส่งผลอันตรายแต่อย่างใด

 การผ่าคลอด กับคลอดธรรมชาติ ปริมาณน้ำคาวปลาจะมากน้อยเท่ากันหรือไม่
คำตอบกรณีผ่าท้องคลอด น้ำคาวปลาจะหมดเร็วกว่ากรณีที่คุณแม่คลอดทางช่องคลอด เนื่องจากสูติแพทย์ได้ล้วงเช็ดภายในโพรงมดลูกขณะผ่าตัดคลอดแล้ว ทำให้ปริมาณน้ำคาวปลาน้อยกว่ากรณีคลอดทางช่องคลอดมาก
ดังนั้น จึงมีปริมาณน้ำคาวปลาในแต่ละวันน้อยกว่ากันมาก และช่วยให้แห้งเร็วกว่ากรณีคลอดทางช่องคลอด

 ยาสมุนไพรจีน ยาขับน้ำคาวปลาควรกินไหม ถ้ากินเยอะเกินไปจะมีผลต่อมดลูก หรือมีโอกาสทำให้ตกเลือดได้หรือไม่
คำตอบ ไม่แนะนำให้ดื่มยาดองหรือยาขับน้ำคาวปลาหลังคลอด เพราะไม่จำเป็น เนื่องจากธรรมชาติมีกลไกในการหดรัดตัวของมดลูกหลังคลอดเพื่อขับน้ำคาวปลาตามปกติอยู่แล้ว การดื่มยาดองหรือยาขับน้ำคาวปลา อาจเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอดจนทำให้เกิดอาการเพลีย เพราะในบรรดายาเหล่านี้มักมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ซึ่งจะทำให้ผ่านทางน้ำนมถึงลูกได้ จึงเท่ากับเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกดูดนมที่มีแอลกอฮอล์ปนอยู่ด้วย ยิ่งถ้าดื่มยาขับน้ำคาวปลาในปริมาณมาก ก็ส่งผลทำให้ลูกได้รับปริมาณแอลกอฮอล์มากตามไปด้วย ซึ่งต้องระวังว่าอาจมากพอที่จะส่งผลให้ลูกมีอาการซึม หลับใหล ไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการที่ดีพอ

น้ำคาวปลาที่ผิดปกติ สังเกตได้อย่างไร
คำตอบ น้ำคาวปลาที่ผิดปกติคือไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีและปริมาณตามธรรมชาติ เช่น ยังคงเป็นสีแดงสดยาวนานกว่า 3-4 วันแรก หรือออกมาปริมาณมากหรือเป็นลิ่มเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็น มีไข้หรือปวดท้องน้อย เป็นลักษณะของมดลูกบีบตัวเป็นพักๆ ร่วมด้วย หรือในกรณีที่น้ำคาวปลาเริ่มมีปริมาณน้อยลงแล้ว กลับมาเยอะอีกครั้งหนึ่งก็เป็นไปได้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อน ลิ่มเลือด และมีไข้ หรือปวดท้องร่วมด้วย

น้ำคาวปลาผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด และจะมีวิธีการรักษาอย่างไร
คำตอบ สาเหตุมักเกิดจากการอักเสบติดเชื้อภายในโพรงมดลูก หรือการมีรกค้างอยู่ ในกรณีของรกค้าง สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ และรักษาด้วยการขูดมดลูก เอาชิ้นเนื้อส่วนที่ค้างออกมา ส่วนการติดเชื้อนั้น รักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด หรือกินยาในกรณีที่ไม่มีอาการรุนแรงมาก

ดูแลทำความสะอาดอย่างไร เมื่อมีน้ำคาวปลา
คำตอบ เนื่องจากน้ำคาวปลาจะมีคุณสมบัติเป็นด่าง ซึ่งขัดกับสมดุลธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง ดังนั้นช่วงที่มีน้ำคาวปลาจึงง่ายต่อการติดเชื้อบริเวณช่องคลอดหรือปากช่องคลอด จึงแนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์ก่อน และควรดูแลให้จุดซ่อนเร้นแห้ง โล่ง โปร่ง สบายอยู่เสมอ จึงควรเปลี่ยนแผ่นรองหรือผ้าอนามัยบ่อยๆ ไม่ควรรอให้ชุ่มจนอับชื้น ควรแต่งตัวให้โล่ง สบาย ไม่ควรใส่กางเกงฟิตรัด หรือกระชับจนเกินไป ถ้าคุณแม่มีการออกกำลังกายแล้วมีเหงื่อออกจนชุ่มตัว ก็ควรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงไปทำธุระอื่นๆ หรือทำงานบ้านต่อ

น้ำคาวปลาออกน้อย หรือไม่ค่อยออก เป็นเพราะอะไร ผิดปกติหรือไม่
คำตอบ น้ำคาวปลาออกน้อย พบได้ในกรณีของการผ่าตัดคลอดบุตร ซึ่งสูติแพทย์มีการล้วงเช็ดภายในโพรงมดลูกหลังคลอดบุตรแล้ว จึงทำให้น้ำคาวปลาออกน้อย ซึ่งเป็นขบวนการธรรมชาติ ไม่ได้บ่งถึงความผิดปกติแต่อย่างใด

บทความที่เกี่ยวข้อง