ตั้งครรภ์กินทุเรียนได้หรือไม่ ?

14 May 2014
8990 view

นักวิชาการชี้ “โฟเลต” จำเป็นต่อร่างกายทุกช่วงอายุ แนะกินผลไม้ไทยทั้งทุเรียน กล้วยไข่ ขนุน ลิ้นจี่ มีโฟเลตเพียบ ช่วยป้องกันความพิการในทารก หยุดภาวะอัลไซเมอร์ แต่ต้องกินอาหารให้มีความหลากหลายและสมดุลเหมาะสม

นักวิชาการ แนะกิน “ทุเรียน-กล้วยไข่-ขนุน-ลิ้นจี่” มีโฟเลตเพียบ ช่วยหยุดทารกพิการ-อัลไซเมอร์

รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ กล่าวว่า โฟเลตเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญกับคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แม่ก็ต้องการโฟเลตมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยหยุดภาวะความพิการของทารกได้ ทำให้เซลล์ตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นปกติ ลดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ หรือกระดูกสันหลังไม่ปิดได้ ขณะที่ทารกก็ต้องการเพื่อพัฒนาเซลล์สมอง ส่วนคนสูงอายุจะช่วยลดภาวะอัลไซเมอร์ได้ นอกจากนี้ โฟเลตยังช่วยหลั่งสารซีโรโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอน ความหิว ความอยาก และอาการซึมเศร้า ซึ่งโฟเลตจะอยู่ในพวกผักใบเขียว แต่ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ดังนั้น การรับประทานให้ได้โฟเลตตามปริมาณที่ร่างกายต้องการคือวันละ 300 ไมโครกรัมต่อวัน จึงเป็นเรื่องยาก ซึ่งบางประเทศจะพบอุบัติการณ์การขาดโฟเลต เช่น มาเลเซีย พบประมาณร้อยละ 10รศ.ดร.รัชนี กล่าวอีกว่า จากการวิจัยเพื่อหาค่าของสารอาหารในอาหารแต่ละประเภท พบว่า โฟเลตนอกจากจะอยู่ในผักใบเขียว ยังอยู่ในผลไม้ไทยด้วย คือ ทุเรียนชะนีไข่ หมอนทอง กล้วยไข่ ขนุน มะละกอ ลิ้นจี่ ซึ่งผลไม้เหล่านี้สามารถรับประทานสดๆ ได้ โดยไม่ต้องผ่านความร้อน ทำให้ได้รับปริมาณโฟเลตอย่างเต็มที่ อย่างทุเรียนซึ่งเป็นแหล่งที่มีโฟเลตมากที่สุด สามารถรับประทานเพียง 2 เม็ด ก็จะเท่ากับ ร้อยละ 50 ของปริมาณที่แนะนำต่อวันแล้ว ส่วนกล้วยไข่ รับประทานเพียง 2 ลูกต่อวัน ลิ้นจี่ 8 ผล ขนุน 8 ชิ้น เป็นต้น

“การรับประทานอาหารควรมีความหลากหลาย เช่น ทุเรียน แม้จะมีโฟเลตสูง แต่ถือเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและให้พลังงานสูงเช่นกัน ผู้มีโรคประจำตัวบางชนิด อาจรับประทานได้ไม่มากนัก การจัดมื้ออาหารให้มีความสมดุลและหลากหลาย จึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเน้นให้มื้ออาหารมีความหลากหลาย สับเปลี่ยนหรือรับประทานอาหารหลายๆชนิด แต่ต้องพอดี ไม่ทานอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะทำให้เกิดความสมดุล อาหารก็จะกลายเป็นยา ไม่ใช่ยาพิษ” รศ.ดร.รัชนี กล่าว

ขอบคุณข้อมูล ASTVผู้จัดการออนไลน์

บทความที่เกี่ยวข้อง