เคล็ดลับการเลี้ยงลูก : 3 ปัจจัยที่ทำให้ลูกฉลาด และสมองดีั

16 March 2016
2698 view
ความหวังของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน นอกจากคาดหวังให้ลุกเป็นเด็กดีแล้ว ลึกๆก็อยากให้ลูกมีความเป็นอัจฉริยะ มีความฉลาดเฉลียว ไหวพริบดี ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี พัฒนาการตามวัยสามารถเรียนรู้ได้เร็วและสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ แต่เราจะทำให้ทารกที่คลอดออกมาเป็นเด็กอัจฉริยะได้อย่างไร ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้เราทราบว่า มี 3 ปัจจัยหลักที่หากเราสามารถเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเริ่มตั้งครรภ์ เด็กทารกที่คลอดออกมาก็จะมีคุณภาพที่ดีและมีโอกาสที่เด็กจะกลายเป็นเด็ก อัจฉริยะตามที่คุณพ่อคุณแม่หวังเอาไว้ได้ค่ะ
 

3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความอัจฉริยะของลูก

 
     1. ปัจจัยพันธุกรรมจากพ่อและแม่
 
เด็กทารกเกิดจากการหล่อหลอมรวมกันระหว่างเซลล์ของฝ่ายพ่อและแม่ โดยเซลล์ประกอบไปด้วยโครโมโซม (Chromosome) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเส้น 2 เส้นที่เรียงตัวกันเป็นคู่ๆ เกาะกันแน่นเหมือนกับบันไดเวียน และบนเส้นโครโมโซมจะมียีนส์ ซึ่งยีนส์นี้มาจากการผสมระหว่างฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่อย่างละครึ่ง ยีนส์เป็นหน่วนควบคุมคุณภาพและลักษณะต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง ความสูง สีผิว ความฉลาด ฯลฯ ซึ่งยีนส์ในส่วนของอวัยวะสมองนี้เองที่ได้รับมาจากยีนส์ของพ่อและแม่อย่างละ ครึ่ง ซึ่งมีผลให้เด็กทารกเมื่อเติบโตขึ้นจะมีลักษณะคล้ายกับพ่อและแม่พันธุกรรมจากพ่อและแม่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพของทารก เพราะว่าเด็กทารกจะฉลาดมากน้อยแค่ไหนยีนส์ที่ได้รับจากพ่อและแม่นั้นมีส่วน เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากยีนส์ที่ได้รับจากพ่อและแม่แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่มีผลต่อเด็กทารกค่ะ
 
     2. ปัจจัยด้านโภชนาการ
 
อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสารอาหาร ในปัจจุบันวงการแพทย์ให้การยอมรับแล้วว่า ถ้าทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้รับสารอาหารที่ดีและเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกาย ของทารกสามารถพัฒนาและเติบโตกลายเป็นเด็กอัจฉริยะได้เช่นกัน เพราะสารอาหารหลายชนิดมีผลในการสร้างร่างกายของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เช่น โปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องใช้เพื่อเสริมสร้างขนาดและคุณภาพของ สมอง หากทารกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ร่างกายของเด็กก็จะสามารถพัฒนาสมองได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อสมองสมบูรณ์ก็จะทำให้การทำงานของสมองทำงานได้อย่างเต็มที่สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญมากและสมองก็ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากเช่นกัน หากคุณแม่ได้รับสารอาหารโปรตีนน้อยเกินไป เซลล์สมองของลูกในท้องก็จะมีขนาดเล็ก และทำให้ทารกที่คลอดออกมาระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กคนอื่นๆ ได้ นอกจากโปรตีนแล้วยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น กลุ่มวิตามินต่างๆ ก็มีผลเช่นกัน เพราะวิตามินบางชนิดก็มีผลต่อระบบประสาทของทารก ดังนั้นอาหารที่คุณแม่ได้รับเข้าไปจึงมีผลอย่างมากต่อทารกในครรภ์
 
     3. ปัจจัยด้านสิ่งสิ่งแวดล้อม
 
สิ่งแวดล้อมในที่นี้จะมีผลตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์เลยทีเดียวค่ะ มีผลการวิจัยทางการแพทย์ระบุไว้ว่า หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องทนอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ทั้งเรื่องเสียงที่ดังเกินไป มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือทำให้คุณแม่มีอารมณ์หงุดหงิด หรือเครียด เด็กทารกจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ด้วยเช่นกันส่งผลกระทบต่างๆ เช่น เมื่อทารกคลอดออกมาแล้วน้ำหนักตัวจะน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ, หรือต้องคลอดก่อนกำหนด, เด็กทารกจะตกใจง่าย เลี้ยงยากหรือร้องไห้เก่ง เป็นต้น
 
หลังลูกลืมตาดูโลก เริ่มปั้นลูกอย่างไรให้เป็นทารกอัจฉริยะ
 
จะเห็นได้ว่าพันธุกรรมจากพ่อและแม่เป็นเพียง 1 ใน 3 ปัจจัยเท่านั้นที่จะให้ลูกเป็นเด็กที่มีคุณภาพ เป็นเด็กอัจฉริยะ ปัจจัยอีก 2 ส่วน คือ เรื่องอาหารการกินและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนสามารถ กำหนดและแก้ไขได้ค่ะ ดังนั้นไม่ต้องนึกกังวลไปว่าพันธุกรรมของเราไม่ดีพอหรือเปล่า หลักในการปฏิบัติตนเองของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อย่างง่ายเช่น ทานอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ เน้นโปรตีนให้มากหน่อย อาจจะดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว ไข่ไก่ 1 ฟอง รับประทานปลาให้มากๆ ผักผลไม้รวมถึงยาบำรุงที่ได้รับจากแพทย์ที่ฝากครรภ์ รวมถึงควรที่จะอยู่ในบริเวณที่ไม่มีเสียงดังรบกวน อากาศถ่ายเทได้ดี และรักษาอารมณ์ของตนให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพียงแค่นี้ทารกในครรภ์ก็จะสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะเติบโตเป็นเด็กอัจฉริยะได้แล้วค่ะ
 
ความฉลาดของลูกได้จากยีนของพ่อและแม่เป็นเรื่องจริง แต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมหลังจากที่ลูกลืมตาดูโลกแล้ว เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องดูแลให้ดี ด้วยเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง