7 อันดับ ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ใช้ดีจริง ได้มาตรฐานที่สุด

31 January 2022
1411 view

ที่ดูดน้ำมูกเด็ก

.

.

เมื่อเด็ก ๆ เป็นหวัดคัดจมูก เนื่องจากมีน้ำมูกอยู่ภายในจมูก ทำให้หายใจได้ไม่สะดวก โดยเฉพาะทารกและเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง คงยิ่งสร้างความทรมานให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำตัวช่วยสำคัญในยามลูกป่วย อย่างที่ดูดน้ำมูกเด็ก แต่อย่างไรก็ดีในท้องตลาดก็มีให้เลือกซื้อมากมายหลายยี่ห้อ หลายแบบ จึงเกิดคำถามว่าแล้วแบบไหนล่ะที่ใช้แล้วดีจริง ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันด้วย

ทำไมต้องใช้ ที่ดูดน้ำมูกเด็ก

เนื่องจากเด็กทารกและเด็กเล็กมีรูจมูกที่เล็ก เมื่อไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ก็ทำให้จมูกเกิดการอุดตัน ส่งผลให้หายใจได้ไม่สะดวก ประกอบกับเด็กยังหายใจทางปากไม่คล่อง ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจทำให้เด็กได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และในระยะยาวการขาดออกซิเจนบ่อย ๆ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญาล่าช้า ดังนั้นที่ดูดน้ำมูก จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ลูกหายใจได้ดีขึ้น นอกจากนี้การที่ไม่มีน้ำมูกคั่งค้างในจมูก ก็ย่อมเป็นผลดีต่อลูก เพราะเมื่อเด็กหายใจได้โล่งขึ้น ก็จะสามารถกินและนอนได้ตามปกติ อีกทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโรคในปอดอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องใช้ที่ดูดน้ำมูกเด็กนั่นเอง


7 อันดับที่ดูดน้ำมูกเด็ก ที่คุณแม่เลือก

ที่ดูดน้ำมูกสำหรับเด็ก ที่คุณแม่มักนิยมเลือกใช้ 7 อันดับแรกนั้น จะมีอะไรบ้างมาติตตามดูกัน เลย

1.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ Soft 

เครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติของ Soft มีความโดดเด่น เช่น การทำงานของตัวเครื่องเงียบ และมีฟังก์ชั่นเสียงเพลงที่คอยดึงดูดเด็ก ๆ นอกจากนี้ตัวดูดเป็นซิลิโคน ไร้สาร BPA คุณแม่จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย รวมทั้งยังสามารถปรับระดับแรงดูด ที่มีมาให้ถึง 2 ระดับ สำหรับช่วยดูดน้ำมูกที่มีความข้นและเหนียวกว่าปกติ ส่วนสนนราคาตัวนี้อยู่ที่ 1,791 บาท 

2.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ BABY TATTOO 

เครื่องดูดน้ำมูกแบบใช้มือเครื่องนี้นั้น เหมาะอย่างมากสำหรับทารกแรกเกิด เนื่องจากบริเวณที่ดูดเป็นปลายแหลมขนาดเล็กพิเศษทำด้วยซิลิโคนเกรดอาหาร จึงปลอดภัย และมีความอ่อนนุ่มไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ ซึ่งนอกจากจะใช้ดูดน้ำมูกได้แล้ว ยังสามารถดูดสิ่งแปลกปลอมในจมูกได้ด้วย เนื่องจากระบบภายในเป็นแบบทางเดียว จึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการไหลย้อนกลับ ส่วนบริเวณตัวเครื่องก็มีขนาดกะทัดรัดเหมาะกับมือผู้ใช้ และราคาขายก็จับต้องได้ อยู่ที่ 79 บาท 

3.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ Pigeon แบบสายดูดน้ำมูก

คุณแม่ที่ต้องการที่ดูดแบบควบคุมแรงดูดได้เอง ขอแนะนำรุ่นนี้ ซึ่งใช้งานง่าย ปลอดภัย เพราะมีวาล์วป้องกันการไหลย้อนกลับ ส่วนตัวดูดจะบรรจุในขวดใส ๆ ทำให้มองเห็นสิ่งผิดปกติของน้ำมูกได้อย่างชัดเจน และหลังจากใช้งานคุณแม่ก็สามารถถอดชิ้นส่วนประกอบออกมาล้างและทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีกล่องเก็บอย่างมิดชิด จึงมั่นใจได้ถึงความสะอาด ส่วนราคาก็สมเหตุสมผลที่ 315 บาท

4.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ GLOWY แบบปากกา

เนื่องจาก GLOWY คำนึงถึงความปลอดภัยของทารกเป็นหลัก จึงออกแบบที่ดูดนี้ให้มีลักษณะคล้ายปากกาที่มีฐานกว้าง สามารถช่วยลดการระคายเคืองจมูก ไม่ให้สอดปลายหัวดูดเข้าไปลึกจนเกินไป นอกจากนี้ยังปลอดภัยจากสาร BPA และยังมีฟิลเตอร์ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทำให้คุณแม่มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยขั้นสุด และมาในราคา 190 บาทเท่านั้น

5.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ PUR สำหรับเด็กเล็ก

ยี่ห้อ PUR นั้นนับว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าสำหรับแม่และเด็กที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน โดยรุ่นนี้ผลิตขึ้นที่ประเทศเยอรมัน จึงมั่นใจได้ถึงมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัย โดยวัสดุที่ใช้ผลิตนั้นมีความคงทน ใช้งานง่าย อายุการใช้งานยาวนาน มีสีขาวเพื่อให้สังเกตถึงสิ่งแปลกปลอมได้ง่ายขึ้น ส่วนราคาก็ไม่แพง เพียง 98 บาทเท่านั้น 

6.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ OONEW รุ่น Bongmi Dolphin

เครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติที่ออกแบบมาพร้อมลูกเล่น ให้ใส่เสียงเพลงได้มากถึง 12 บทเพลง เด็ก ๆ จะรู้สึกเพลิดเพลิน ไม่กลัวขณะที่โดนดูดน้ำมูก โดยตัวเครื่องมีขนาดที่เหมาะมือ ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และที่ปลายหัวดูด ยังผลิตจากซิลิโคนที่มีความนิ่มเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้จมูกของลูกน้อยระคายเคือง ส่วนราคาของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ 1,790 บาท 

7.ที่ดูดน้ำมูกเด็ก ยี่ห้อ GLOWY แบบอัตโนมัติ

อีกหนึ่งรุ่นจากยี่ห้อ GLOWY แต่มาในรูปแบบเครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติ ออกแบบมาเป็นพิเศษ มีปลายซิลิโคนนุ่ม 2 ระดับ โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัย แต่อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก เพราะขนาดปลายหัวดูดค่อนข้างใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้แหย่เข้าไปในรูจมูกมากเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่ก็สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาด และนำกลับไปใช้ซ้ำได้ จึงนับว่าคุ้ม กับราคาขาย 1,390 บาท

เนื่องจากที่ดูดน้ำมูกมีหลายแบบหลายยี่ห้อ ดังนั้นจำเป็นที่คุณแม่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เช่น ข้อดีและข้อเสียของทั้งแบบที่ใช้มือหรือแบบอัตโนมัติ วัสดุที่ใช้ปลอดสารเคมีหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็ก รวมทั้งควรเลือกแบบที่ใช้งานและทำความสะอาดได้ง่าย ต้องเหมาะสมกับช่วงวัย ปริมาณและสภาพของน้ำมูกของลูก และที่สำคัญต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการการันตีว่าได้มาตรฐานและความปลอดภัย เหมาะกับเด็ก ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ต้องดูดน้ำมูกให้ถูกวิธีด้วยเช่นกัน

บทความแนะนำเพิ่มเติม

1.  ลูกเป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้กันแน่!!!

2. ให้ลูกกินวิตามินซีเพื่อป้องกันหวัด ได้ผลจริงหรือ ?

3. โรคไซนัสอักเสบในเด็ก ที่คุณแม่อาจแยกไม่ออกระหว่างหวัด ภูมิแพ้ และไซนัส

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง