วิธีการวัดไข้เด็กที่ถูกต้อง

28 January 2013
53413 view

อย่างไรเรียกว่ามีไข้?

มีไข้ หรือ อาการตัวร้อน เป็นอาการแสดงทางการแพทย์ที่พบบ่อย มีไข้นั้น หมายถึงการที่ร่างกายมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น มากกว่า 37.4 องศาเซลเซียง ( อุณภูมิปกติของคนทั่วไป คือ 36.5 – 37.4 องศาเซลเซียส ) หากมีอุณภูมิสูงมากขึ้น ร่างกายจะสั่นสะท้านได้เนื่องมาจากตึงตัวของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ทางการแพทย์ได้แบ่งระดับของไข่ออกเป็น 3 ระดับตามอุณภูมิกายดังนี้

  1. ไข้ต่ำๆ (Low fever) หมายถึง ลูกคุณแม่มีอุณหภูมิ 37.5 – 38.4 องศาเซลเซียส
  2. ไข้ปานกลาง (Moderate fever)หมายถึง ลูกคุณแม่มีอุณหภูมิ 38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส
  3. ไข้สูง (High fever) หมายถึงลูกคุณแม่มีอุณหภูมิ 39.5 – 40.4 องศาเซลเซียส
  4. ไข้สูงมาก (Hyperpyrexia) หมายถึง ลูกคุณแม่มีอุณหภูมิ 40.5 องศาเซลเซียส

ปัจจุบัน มีการพัฒนากเครื่องมือวัดไข้ ออกมาในหลายๆรูปแบบให้คุณแม่ได้เลือกใช้ตามความสะดวก เครื่องมือดังกล่าวมี วิธีวัดไข้ และระยะเวลาในการวัดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.การวัดไข้ ทางหน้าผาก (forehead thermometer) เป็นวิธีการวัดที่เหมาะกับเด็กทุกวัย อุปกรณ์ทำด้วยแผ่นพลาสติกมีแถบสารไวต่อความร้อนติดอยู่ใช้กับหน้าผากจึงไม่ต้องสอดใส่เข้าไปในร่างกาย ใช้งานง่ายเพียงวางบนหน้าผากของลูก แต่การวัดทางหน้าฝากไม่ค่อยแม่นยำมากนัก ทางการแพทย์ จึงไม่นิยมใช้

วิธีวัดเด็ก ทางหน้าผาก

  • ให้คุณแม่ ทาบแถบเทอร์โมมิเตอร์ไว้กับหน้าผากลูกน้อย อย่าให้มือแตะถูกบริเวณตัวเลย
  • ทิ้งไว้ประมาณ 15 วินาที ตัวเลขจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น
  • คุณแม่สามารถอ่านค่าอุณหภูมิ หลังจากที่ตัวเลขหยุดการเคลื่อนไหวแล้ว
วิธีวัดไข้ทางหน้าฝาก

 

2. การวัดไข้ ใต้รักแร้ (Under the armpit thermometer)  เหมาะกับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป  ง่ายและสะดวก ใช้ได้กับเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทและดิจิตอล แต่มีความแม่นยำน้อยที่สุด ทางการแพทย์ใช้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น

วิธีวัดไข้เด็ก ใต้รักแร้

  • ให้คุณแม่นั่งชิดกับลูก โดยให้ลูกอยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด
  • คุณแม่ต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าบริเวณใต้วงแขนของลูกแห้ง และใส่บริเวณกระเปาะไว้ใต้แขน ต้องแน่ใจด้วยว่าบริเวณกระเปาะอยู่แนบชิดกับผิวหนัง หากลูกดิ้นสามารถกอดลูกไว้หรือให้นมลูกไปด้วยก็ได้
  • คุณแม่อาจจะจับแขนลูกให้แน่น โดยอาจจับแขนลูกมาวางพาดบนหน้าอก ใช้เวลาประมาณ 2 นาที แล้วอ่านค่า อุณหภูมิที่อ่านได้จะต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกายจริง ประมาณ 0.6 องศาเซลเซียส หรือ 1 องศาฟาเรนไฮต์

 การวัดไข้ใต้รักแร้ (Under the armpit thermometer)

3. การวัดไข้ทางปาก (Oral thermometer) วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป เพราะลูกสามารถระมัดระวังไม่เคี้ยวหรือกัดหลอดและสามารถอมใต้ลิ้นด้วยตนเองได้ วัดอุณหภูมิได้แม่นยำ นิยมใช้ตามโรงพยาบาล วิธีการไม่ยุ่งยาก

วิธีวัดไข้เด็ก ทางปาก

  • ต้องแน่ใจว่าลูกพูดรู้เรื่อง ไม่เคี้ยวปรอมชทให้แตก เพราะอันตราย
  • วางเทอร์โมมิเตอร์ใต้ลิ้นประมาณ 2 นาที แล้วอ่านค่า

 

การวัดไข้ทางปาก (Oral thermometer)

4.การวัดไข้ทาหู  วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพราะถ้าต่ำกว่านี้ร่องหูเด็กจะแคบไม่สามารถสอดใส่เซ็นเซอร์ได้อย่างเหมาะสม สะดวกตรงที่ทำให้เด็กรู้สึกสบาย ง่ายต่อการวัด ไม่อันตรายต่อ แก้วหู แต่เสี่ยงต่อความคลาดเคลื่อนสูง หากวางไม่ตรงกึ่งกลางของรูหู  เป้นวิธีที่นิยม เพราะสะดวกสบายแต่ราคาค่อนข้างสูง

วิธีวัดไข้เด็ก ทางหู

  • จับลูกนอนตะแคงในท่าที่ลูกสบายและอยู่นิ่งเฉย
  • เสียบเทอร์โมมิเตอร์เข้าไปในช่องหูให้ตรงจุด คือบริเวณรูหู ถ้าไม่ตรงจะทำให้ได้ผลที่ไม่ถูกต้อง
  • รอจนกระทั่งเสียงดังปี๊บ แสดงว่าวัดไข้เสร็จแล้ว

 การวัดไข้ทางหู (Ear thermometer)

5. การวัดไข้ทางทวารหนัก (Rectal thermometer ) เป็นเหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า18เดือน เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์มากที่สุดเนื่องจากได้ค่าที่แม่นยำสุงสุด แต่ก็มีความเสี่ยงหากสอดใส่เทอร์โมมิเตอร์ลึกเกินไป เพราะเด็กบางรายดิ้นขณะทำการวัด

วิธีวัดไข้เด็ก ทางทวารหนัก

  • ทากระเปาะของปรอทด้วยเบบี้ออยล์หรือวาสลีนเพื่อหล่อลื่น
  • จับเด็กนอนหงายในท่าที่สบาย ถอดผ้าอ้อมออก ใช้มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าทั้ง 2 ข้างของเด็กยกขึ้น
  • หรือจับให้ลูกนอนคว่ำบนตัก วางมือบนหลังลูกเพื่อป้องกันลูกดิ้น
  • ค่อยๆ สอดแท่งปรอทเข้าไปในก้นลึกประมาณ 1 นิ้ว ปล่อยไว้ 30 วินาที-2 นาที  (ขึ้นอยู่กับชนิดของเทอร์โมมิเตอร์) แล้วดึงออกเช็ดวาสลีนที่ติดอยู่แล้วอ่านอุณหภูมิ
  • หลังจากถอดเทอร์โมมิเตอร์ออกจากก้นลูกอาจจะอึหรือผายลมออกมาอย่าตกใจไป

. การวัดไข้ทางทวารหนัก (Rectal thermometer )

เมื่อลูกมีตัวร้อนอย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ  ตั้งสติและวัดไข้ก่อนเสมอ เมื่อทราบอุณภูมิของลูกแล้ว คุณแม่จะได้จัดการกับอาการของลูกได้อย่างถูกต้อง  หากลูกมีไข้ต่ำๆ คุณแม่สามารถเช็ดดัวลดไข้ด้วยน้ำก๊อก อุณภูมิปกติได้เลย หากเด็กเล็กอายุน้อยกว่า6เดือน แนะนำเช็ดด้วยน้ำอุ่น  และวัดอุณภูมิซ้ำหลังเช็ดตัวทุก 30 นาที  การณีลูกมีอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป แนะนำให้คุณแม่เช็ดตัวลดไข้และรับประทานยาลดไข้ เสร็จแล้วให้รีบพาลูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุของไข้ตามแผนการรักษาของเเพทย์ค่ะ คุณแม่หลายๆคนตกใจ ลูกมีไข้ต่ำๆก็ให้ทานยา เป็นการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกต้อง จำไว้เสมอนะคะ การเช็ดตัวลดไข้เป็นสิ่งที่แม่ต้องรีบทำก่อนถึงมือแพทย์ เพื่อป้องกันลูกชักค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง