เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์

03 May 2012
3546 view

เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์

เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์
เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์

ปัจจุบันมีการตรวจพบว่าคุณผู้หญิงมีปัญหาเนื้องอกที่มดลูกกันมากเหลือเกิน และยิ่งเมื่อมีการตั้งครรภ์ แล้วตรวจพบว่ามีเนื้องอกมดลูกร่วมด้วยอีก ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาให้ทั้งกับหมอและคนไข้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ทำความรู้จักมดลูก

โดยปกติมดลูกของผู้หญิงจะมีขนาดและลักษณะคล้ายกับลูกชมพู่ ถ้าเราใช้มีดฝานลูกชมพู่ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน จะเห็นว่าภายในของลูกชมพู่จะมีลักษณะเป็นโพรง มดลูกของคนเราก็เช่นเดียวกันถ้าเรานำมาผ่าแบ่งออกเป็นสองส่วนในลักษณะหน้า หลัง ก็จะเห็นว่าภายในของมดลูกมีลักษณะเป็นโพรงที่เราเรียกว่า “โพรงมดลูก” โพรงมดลูกของคนเรามีหน้าที่สำคัญในการเป็นที่อยู่ของทารกขณะมีการตั้งครรภ์ ส่วนตัวผนังของมดลูกที่ล้อมรอบโพรงมดลูกจะประกอบขึ้นมาจากกล้ามเนื้อ

เนื้องอกมดลูกคืออะไร

ที่ผนังมดลูกซึ่งกล่าวถึงข้างต้นเป็นตำแหน่งที่อยู่ๆ ก็มีก้อนเนื้อแข็งๆ เกิดแทรกขึ้นมาภายใน ทีแรกก็อาจจะเล็กมากขนาดประมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียว หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ โตขึ้นจนทำให้มดลูกมีขนาดใหญ่มากและสามารถตรวจพบได้จากการคลำที่หน้าท้อง คนไข้บางคนก็อาจจะคลำได้เอง ในขณะที่บางคนก็คลำไม่ได้แต่ตรวจเจอโดยคุณหมอ เราเรียกเนื้อชนิดนี้ว่า “เนื้องอกมดลูก” หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Myoma Uteri
โรคเนื้องอกมดลูก เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาเนื้องอกที่เกิดในผู้หญิงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกรังไข่ เนื้องอกที่ท่อนำไข่ เนื้องอกที่ปากมดลูก ฯลฯ มีการคะเนว่าหากแนะนำให้ผู้หญิงที่ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย หากมาตรวจภายในอาจจะพบว่าเป็นโรคเนื้องอกมดลูกได้ถึง 5-10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ตำแหน่งของเนื้องอกมดลูก

ลักษณะของเนื้องอกมดลูกจะเป็นก้อนกลมๆ แทรกอยู่ตามที่ต่างๆ ในผนังมดลูกซึ่งสามารถแบ่งออกตามตำแหน่งการเกิดได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

  • อยู่ตามกลางของผนังมดลูกเลย
  • อยู่ในผนังมดลูกแต่ค่อนมาทางโพรงมดลูก บางคนก็ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกเลยก็มี และก็มีบางคนเหมือนกันที่นอกจากก้อนจะยื่นเข้ามาในโพรงมดลูกแล้ว ยังยื่นยาวลงมาถึงปากมดลูกและผ่านปากมดลูกออกมาในช่องคลอดโดยมีก้านยึดติด อยู่ที่ผนังมดลูก
  • อยู่ในผนังมดลูกแต่ค่อนข้างออกไปทางผิวของผนังมดลูกและเช่นเดียวกับกรณีที่ 2 กล่าวคือบางคนก้อนก็ยื่นออกจากผนังมดลูก จนแยกตัวไปจากผนังมดลูกจนแยกตัวจากผนังมดลูกเลยเหลือแค่ก้านที่ยังติดกับตัว มดลูก

โรคนี้พบบ่อยไหม?

เนื้องอกมดลูกพบได้บ่อยในผู้หญิงอายุประมาณ 30-40 ขึ้นไป ที่ไม่พบในสาวๆหรือวัยรุ่น ก็เพราะเนื้องอกพวกนี้ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะโตจนเห็นเป็นก้อนเนื้องอก มีคนเคยคะเนว่าถ้าสามารถนำผู้หญิงวัยกลางคนมาตรวจภายในหรือตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ได้ทุกคน จะพบว่าเป็นโรคนี้มากมายเลยทีเดียว อาจจะถึงร้อยละ 5-10

สาเหตุ..เนื้องอกมดลูก

จนวันนี้เราก็ยังสรุปกันไม่ได้เลยว่าเนื้องอกมดลูกเกิดจากสาเหตุใด มีคนพยายามจะอธิบายสาเหตุการเกิดกันมากมายไม่ว่าเกิดจากกรรมพันธุ์ จากอาหารการกิน จากการได้รับฮอร์โมนบางชนิด แต่จนวันนี้ก็ยังสรุปได้เหมือนเดิมว่า “ไม่ทราบ”

อย่างไรก็ตาม มีความจริงที่น่าสนใจว่าเนื้องอกชนิดนี้จะโตมากขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดย ฮอร์โมนที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” (Estrogen) และขนาดจะลดลงได้ถ้าไม่มีฮอร์โมนนี้มากระตุ้นดังนั้นถ้าเราพบโรคนี้ในผู้ หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และคิดว่าอีกนานกว่าจะถึงวัยหมดประจำเดือนก็อาจต้องใช้เวลานานถึง 15 ปี (เพราะคนไทยเราจะเข้าวัยหมดประจำเดือน เมื่ออายุประมาณ 50 ปี) การมีประจำเดือนจะมีผลให้ร่างกายต้องสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคนที่เป็นโรคนี้แล้วยังมีประจำเดือนอยู่ จึงมีโอกาสที่ก้อนเนื้องอกมดลูกจะโตได้อีกเรื่อยๆ ในทางตรวจกันข้ามถ้าพบโรคนี้ในขณะที่ใกล้หมดประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนไปแล้ว ส่วนมากก้อนเนื้องอกก็จะค่อยๆลดขนาดลงไปได้เอง จนบางคนก้อเนื้องอกมดลูกหายไปได้ในที่สุด

อาการที่พบ

เนื่องจากเนื้องอกมดลูกส่วนมากจะโตขึ้นช้าๆ ดังนั้นถ้าหากผู้หญิงคนใดไม่ได้สนใจตัวเองก็อาจจะไม่ทราบว่าตัวเองมีเนื้อ งอกมดลูกอยู่ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามเราพบว่าตำแหน่งที่เป็นเนื้องอกมดลูกมีผลอย่างมากในการที่จะ ทำให้คนที่เป็นโรคนี้มาหาหมอเร็วหรือช้าได้ เช่น ถ้าเนื้องอกมดลูกไปอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าข้างนอกและไปดันกระเพาะปัสสาวะก็ ทำให้เกิดปัญหาปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ บางคนอาจถ่ายปัสสาวะลำบากก็มี แต่ถ้าก้อนเนื้องอกมดลูกไปอยู่ด้านหลังแล้วกดทับบนลำไส้ใหญ่ก็อาจจะทำให้ ถ่ายอุจจาระลำบากท้องผูก บางคนก็มัวแต่กินยาระบาย แต่ไม่หายท้องผูกเสียที บางคนไปหาหมอผิดแผนกคิดว่าเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะหรือโรคลำไส้ก็มี กว่าจะรู้ว่าเป็นเนื้องอกมดลูกก็เสียเวลาไปไม่น้อย

ในผู้ป่วยบางรายเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกจะถูกยึดขยายออกทำให้เกิดแผล เวลามีประจำเดือนปริมาณประจำเดือนจะมากผิดปกติผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็เลยมักจะมา หาหมอเร็วกว่าผู้ป่วยกลุ่มอื่น

ผู้ป่วยบางรายเนื้องอกมดลูกยื่นออกไปนอกผนังมดลูกออกไปอยู่ในผนังช่องท้อง แต่ยังมีก้านยึดติดกับตัวมดลูก คนกลุ่มนี้ถ้าเผอิญไปทำอะไร เช่นกระโดดโลดเต้น หกล้ม อาจทำให้ก้อนมีการบิดขั้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้อย่างเฉียบพลันทันที เหมือนกับมีใครมาบิดไส้ประมาณนั้นเลยทีเดียว

หลายคนอาจสงสัยว่าเนื้องอกมดลูกนี้ จะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งได้หรือไม่ คำตอบก็คือมีโอกาสน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามหากพบเนื้องอกในกลุ่มผู้สูงอายุวัยหมดประจำเดือน แล้วมีเนื้องอกที่โตขึ้นทั้งที่ควรจะเล็กลดลง ก็อาจต้องระวังว่าจากเนื้องอกอาจจะกลายเป็นมะเร็งได้

การรักษา

การรักษาโรคนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ หรือพ่นยาเข้าทางจมูก เพื่อไปยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกมดลูก การใช้สารบางชนิด ฉีดเข้าไปอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูก และการผ่าตัดมดลูก

จากการศึกษาพบว่า การใช้ยาต่างๆทั้งยาฉีดยาพ่น เพื่อไปกดไม่ให้เนื้องอกมดลูกโตขึ้น พบว่าผลยังไม่น่าพึงพอใจ เพราะเมื่อหยุดใช้ยา เนื้องอกก็อาจกลับโตขึ้นอีก แถมยาก็ราคาแพง นอกจากนี้ ผลข้างเคียงของยาก็มีไม่น้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักเพิ่ม เลือดออกผิดปกติ

การฉีดสารบางชนิดเข้าไปอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกก็เพื่อจะทำให้เนื้องอก มดลูกขาดเลือดเข้าไปเลี้ยงด้วย ซึ่งน่าจะทำให้เนื้องอกลดขนาดลงจนหายไปในที่สุด การรักษาด้วยวิธีนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลาย เพราะวิธีการทำยุ่งยาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และผลการรักษาก็ยังไม่ดีเต็มที่คล้ายๆกับการใช้ยา

การรักษาที่ดีที่สุดจึงยังเป็นการผ่าตัด ซึ่งถ้ามีลูกพอแล้วคุณหมอก็อาจพิจารณาตัดมดลูกทิ้งไปเลย แต่ถ้ายังต้องการมีลูกอาจจะต้องตัดเฉพาะก้อนเนื้องอก ซึ่งก็ไม่ได้ทำง่ายเพราะหลังผ่าตัดไปแล้วรอยแผลมีอาจเป็นหลุม รอยใหญ่ทำให้เกิดเลือดออก หรือถ้าตั้งครรภ์ในอนาคต รอยแผลก็อาจจะทำให้มดลูกเปราะ ปริแตกได้ง่าย ฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะใช้วิธีตัดมดลูกทิ้งมากกว่า

เนื้องอกมดลูกและการตั้งครรภ์

ผู้หญิงบางคนเพิ่งจะรู้ว่าเป็นเนื้องอกมดลูกก็ต่อเมื่อตั้งครรภ์ไปแล้ว เพราะหมอตรวจพบขณะฝากครรภ์ การพบเนื้องอกมดลูกเมื่อมีการตั้งครรภ์ไปแล้ว มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และคุณหมอที่ดูแล เพราะไม่รู้ว่าเจ้าเนื้องอกที่ว่าจะแสดงอาการออกมาเมื่อไหร่และอย่างไร

ที่อยากจะเล่าให้ฟังอีกประการหนึ่งก็คือ โรคนี้มักพบในคุณผู้หญิงที่อายุค่อนข้างจะมากสักหน่อยคือประมาณ 30-40 ปี ดังที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้นถ้าคุณผู้หญิงท่านใดที่อายุค่อนข้างมากและคิดจะตั้งครรภ์ ขอแนะนำให้ตรวจภายในให้ดีเสียก่อนว่าเป็นเนื้องอกมดลูกหรือไม่ถ้ามีโรคนี้ อยู่จะได้ให้การรักษาหรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้ดีเสียก่อนที่จะตั้งครรภ์

เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์
เป็นเนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์

ผลของการตั้งครรภ์กับเนื้องอกมดลูก

เมื่อมีการตั้งครรภ์มดลูกจะขยายขนาดขึ้นเพื่อรองรับลูกน้อยที่จะเติบโตภายในมดลูก ในการนี้จำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มปริมาณเลือดมาเลี้ยงที่มดลูกเป็นอย่างมาก ถ้าคุณแม่มีเนื้องอกมดลูกร่วมด้วยเลือดที่มาเลี้ยงมดลูกก็พลอยไหลเวียนไปเลี้ยงตัวเนื้องอกมดลูกด้วย ผลก็คือจะทำให้ก้อนเนื้องอกมดลูกโตได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเราพบว่าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอกมดลูกมักจะไหลเวียนไป เลี้ยงเฉพาะบริเวณผิวๆ ของก้อนเนื้องอกเสียเป็นส่วนมาก ไม่ใช่เข้าไปเลี้ยงตรงกลางของก้อนเนื้องอกด้วย ผลดังกล่าวทำให้เมื่อเนื้องอกมดลุกโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตรงกลางของก้อนก็จะขาดเลือดไปเลี้ยงได้ง่าย ส่งผลให้ตรงกลางของก้อนเนื้องอกมดลูกเกิดการเน่าตาย ซึ่งทำให้มีอาการปวดท้องรุนแรงได้

กรณีที่ก้อนเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่ยื่นออกไปจากตัวมดลูกแล้วมีขั้วหรือก้าน ยึดติดกับตัวมดลูกถ้ามดลุกมีการเปลี่ยนแปลงของขนาด เช่น ใหญ่ขึ้นจากการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากขึ้น ก็อาจจะดันก้อนเนื้องอกให้บิดหมุนได้ หรือในทางกลับกันถ้ามดลูกที่มีขนาดใหญ่เกิดยุบขนาดลงอย่างทันทีทันใด เช่นในระยะหลังคลอดเมื่อเด็กและคลอดรกทันที ก็จะทำให้ช่องท้องเกิดที่ว่างขึ้นมาทันที ทำให้ก้อนเนื้องอกที่มีก้านยื่นออกไปเกิดการหมุนบิดขั้วได้ทันที ผลดังกล่าวจะทำให้คุณแม่ปวดท้องขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

ผลของเนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์

เมื่อการตั้งครรภ์ร่วมกับการเป็นเนื้องอกมดลูก ปัญหาที่เกิดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น แต่ที่มีผลก็คือหากขนาดเนื้องอกมดลูกโตขึ้นมากๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูกที่ขยายขนาดในช่องท้อง ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่ อาจจะทำให้เกิดเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด แต่ถ้าไปอยู่ด้านล่างก็อาจจะขวางทางคลอดของลูกในครรภ์ ทำให้คลอดไม่ได้ ต้องนำไปผ่าตัดคลอด หรือในบางรายถ้าก้อนเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมากๆ ก็อาจทำให้แท้งได้

รักษาอย่างไร

โดยหลักการแล้วหมอจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการฉีดยาหรือผ่าตัด เนื่องจากการใช้ยามักไม่สามารถยุบขนาดก้อนได้ ส่วนการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกตอนท้องนั้นจะเสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการแท้งบุตร และเสี่ยงต้องตัดมดลูกทิ้งถ้าเลือดออกมากจนควบคุมไม่ได้ โดยทั่วไปคุณหมอมักจะรอให้คลอดเสียก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ว่าเป็นเนื้องอกมดลูกมากน้อยแค่ไหน คุณแม่บางคนหลังคลอดแล้วก้อนเนื้องอกมดลูกบุบเหลือนิดเดียวจนไม่ต้องผ่าตัด ก็มี ในขณะที่บางคนไม่ยุบแต่กลับโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งคุณผู้หญิงที่มีอายุค่อนข้างมาก ก่อนที่จะปล่อยให้มีการตั้งครรภ์ อย่าละเลยที่จะไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอให้ดีเสียก่อน ว่าเป็นโรคเนื้องอกมดลูกหรือไม่ เพราะบางคนเป็นโรคนี้โดยไม่มีอาการอะไรเลยก็มีไม่น้อยและถ้าหากพบว่าเป็นโรคนี้ก็จะต้องดูแลรักษาเสียให้เรียบร้อยก่อนที่จะตั้งครรภ์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง