น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ลูกรักอาจเป็นโรคซาง ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้เป็นซาง

29 August 2015
4537 view

 

โรคซางในเด็ก

ในอดีตโรคซาง พบมากในเด็กต่างจังหวัด เด็กที่เป็นซางจะมีลักษณะหัวโตก้นปอด หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคหัวโตก้นปอด หรือโรคเลี้ยงไม่โต แท้จริงแล้วเด็กที่เป็นซางนั้น คือ เด็กขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กทำให้เลี้ยงไม่โต ในปัจจุบันคุณแม่มีความรู้มากขึ้นให้ความสำคัญกับภาวะโภชนาการของลูกทำให้โรคซางเริ่มเลือนหายไปจากสังคมยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ตรวจพบในเด็กต่างจังหวัดและเรียกว่า โรคขาดสารอาหาร หรือ ภาวะเลี้ยงไม่โต

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกเป็นเด็กเลี้ยงไม่โต มีดังนี้

  • แม่ขาดความรู้ในการเตรียมอาหาร และอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย
  • ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเนื่องมาจากปัจจัยด้าน เศรษฐกิจ สังคมไม่ดี
  • เริ่มอาหารเร็วหรือช้าเดินไป เด็กควรได้รับอาหารมื้อแรก เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • มีการดูดซึมอาหารจากลำไส้ผิดปกติ เช่น ท้องร่วง/ท้องเสียเรื้อรัง หรือแพ้น้ำตาลแลกโตสในนม
  • มีการใช้กำลังงานสารอาหารมาก หรือมีความต้องการกำลังงานสารอาหารมากในกรณีมีโรคบางอย่าง เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคมะเร็ง หรือมีการอักเสบของลำไส้เรื้อรัง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

เกณฑ์ในการวัดว่าลูกคุณจัดอยู่ในกลุ่มเด็กเลี้ยงไม่โต ดูจาก

ป้องกันลูกเกิดปัญหาขาดสาวรอาหารเลี้ยงไม่โต ได้ดังนี้

  • เด็กทารก ควรได้รับนมอย่างเดียวถึง 6 เดือน หลังจากนั้นให้อาหารเสริมตามวัย และให้นมควบคู่ไปด้วย
  • ทารกและเด็กในแต่ละช่วงอายุต้องการกำลังงานแตกต่างกัน โดย อาหารที่ทารกและเด็กรับประทานควรมีสัดส่วนพลังงาน ที่สมดุล กล่าวคือ ในแต่ละวัน ควรได้กำลังงานจากคาร์โบไฮ เดรต 40-60% จากโปรตีน 7-15% และจากไขมัน 30 – 35% คุณแม่ต้องเติมน้ำมันลงในการเตรียมอาหารให้ลูกด้วยหลายคนเข้าใจผิดไม่ให้กินไขมันเลยกลัวลูกอ้วน
  • คุณแม่ควรทราบว่าอาหารชนิดใดให้ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อจัดเตรียมอาหารให้เด็กได้อย่างเหมาะสม

คุณแม่ควรติดตามการขึ้นของน้ำหนักตัวลูกตามช่วงวัย ดังนี้

  • เด็กอายุ 0 ถึง 3 เดือน น้ำหนักควรขึ้น2 6 ถึง 31 กรัม ต่อวัน
  • เด็กอายุ 3 ถึง 6 เดือน น้ำหนักควรขึ้น 17 ถึง 18 กรัมต่อวัน
  • เด็กอายุ 9 ถึง 12 เดือน   น้ำหนักควรขึ้น 12 ถึง 13 กรัมต่อวัน
  • เด็กอายุ 1 ถึง 3 ปี น้ำหนักควรขึ้น 7 ถึง 9 กรัมต่อวัน

การดูแลลูก ควรใส่ใจในทุกๆด้านโดยเฉพาะภาวะโภชนาการ เพราะเป็นต้นทุนสมองที่สำคัญ หากขาดหรือเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกได้ รวมไปถึงพัฒนาการในทุกๆด้าน หากคุณแม่สงสัยในการเจริญเติบโตของลูก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญ

บทความที่เกี่ยวข้อง