นมแม่ : ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

04 January 2012
6439 view

ท่าให้นมลูกมีหลายท่าแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ให้และความเหมาะสมของ แม่หรือลูก ไม่ว่าจะเป็นทาไหนก็แล้วแต่อาจจะมีนอกเหนือจาก 4 ท่าตัวอย่างนี้ จุดประสงค์อยู่ที่ลูกได้รับนมแม่เพียงพอ  เรามาดูข้อดีและความเหมาะสมของแต่ละท่ากันค่ะ

1 ท่าลูกนอนขวางบนตัก (Cradle hold)

คุณแม่อุ้มลูกวางไว้บนตัก มือและแขนประคองตัวลูกไว้ ให้ลูกนอนตะแคงเข้าหาตัวแม่  ศีรษะลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ท้ายทอยลูกวางอยู่บริเวณแขนของแม่ มือของแม่อีกข้างต้องจับประคองเต้านม เสิร์ฟให้ตรงกับปากของลูกผลำแขนอีกข้างพยายามผลักศีรษะลูกให้เข้าเต้า เข้าหาตัวแม่ คุณแม่อย่าโน้มตัวไปข้างหน้าตามแรงดูดของลูก เพราะจะทำให้ปวดหลัง

ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

ข้อดีของท่าลูกนอนขวางบนตัก

  • แม่ลูกสบตากัน
  • หยอกล้อกัน พูดคุยกัน
  • เป็นการสื่อสารของแม่ลูกที่แนบชิดกันมากที่สุดเลยทีเดีว

2 ท่าลูกนอนหรือนั่งขวางบนตักแบบประยุกต์(cross cradle hold)

ท่านี้ คุณแม่หลายหลายคนนิยมจับให้ลูกนั่งจะง่าย สำหรัวเด็กที่คอเเข็งแล้ว คล้ายๆกับท่าวางบนตักต่างกันที่การวางมือและเปลี่ยนมือ โดยใช้มือข้างเดียวกับเต้านมที่ลูกดูดประคองเต้านม  มือ อีกข้างรองรับต้นคอและท้ายทอยของลูกแทน

ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

ข้อดีของนอนหรือนั่งขวางบนตักแบบประยุกต์

  • ไม่กดทับหน้าท้อง หรือแผลผ่าตัด
  • จะช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะลูกได้ดี
  • เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมมากและพุ่ง ท่านี้ลดการพุ่งได้ดีมากๆค่ะป้องกันสำลักนม
  • เหมาะกับเด็กที่เริ่มหันตามเสียง เพราะลูกเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อม หันไปดูสิ่งกระตุ้น ก็จะดึงหัวนมแม่ไปด้วย ทำให้แม่เจ็บ ท่านี้จะช่วยคุณแม่ได้มากทีเดียว

3. ท่านอน (ตำแหน่งนอนอยู่ด้านข้าง)

เป็นท่าที่ลูกและแม่ชอบ เพราะผ่อนคลาย หลับไปพร้อมๆกันเลยก็ได้ แม่ลูกนอนตะแคงเข้าหากัน แม่นอนศีรษะสูงเล็กน้อย หลังและสะโพกตรง ให้ปากลูกอยู่ตรงกับหัวนมของแม่  มือที่อยู่ด้านล่างประคองตัวลูกให้ชิดลำตัวแม่ อาจใช้ผ้าขนหนูที่ม้วนไว้หรือหมอนหนุนหลังลูกแทนแขนแม่ก็ได้  มือที่อยู่ด้านบนประคองเต้านมในช่วงแรกที่เริ่มเอาหัวนมเข้าปากลูก  เมื่อลูกดูดได้ดี ก็ขยับออกได้

ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

ข้อดีของท่านอน

  • ผ่อนคลายทั้งแม่และลูก
  • เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมมากและพุ่ง ท่านี้ลดการพุ่งได้ดีมากๆค่ะป้องกันสำลักนม
  • เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง ต้องการพักผ่อน
  • ให้นมลูกเวลากลางคืน


4. ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Clutch hold  หรือ Football hold)    

แม่อุ้มลูกลูกอยู่ในท่ากึ่งตะแคงกึ่งนอนหงาย ขาลูกชี้ไปทางด้านหลังของแม่ มือแม่จับที่ต้นคอและท้ายทอยของลูก กอดลูกให้กระชับกับสีข้างแม่ ลูกดูดนมจากเต้านมข้างเดียวกับมือที่จับลูก มืออีกข้างประคองเต้านมไว้
ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

ข้อดีและความเหมาะสมของท่าท่าอุ้มลูกฟุตบอล

  •  แม่ที่ผ่าท้องคลอด เพราะตัวของลูกจะไม่ไปสัมผัสกับท้องของแม่ที่มีรอยผ่าตัดอยู่
  • แม่ที่มีเต้านมใหญ่ หรือลูกตัวเล็ก เพราะลูกจะเข้าอมงับเต้านมได้ดีกว่า
  • แม่ที่หัวนมสั้น หัวนมบอด
  • แม่ที่คลอดลูกแฝด ซึ่งจะสามารถให้ลูกดูดนมจากทั้งสองเต้าพร้อมๆ กันได้

5.ท่าให้นมแบบอื่นๆ 

ท่าให้นมลูกแต่ละท่า มีข้อดีต่างกันอย่างไร

ไม่ว่าคุณแม่จะให้นมในท่าไหนก็ตามหลักสำคัญของท่าให้นมลูกอยู่ที่อยู่ที่

  • ให้ตะแคงลำตัวและศีรษะของลูกให้หันเข้าหาแม่
  • ลำตัวของลูกแนบชิดกับตัวแม่
  • ศีรษะ ไหล่และสะโพกของลูกควรอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • ตัวของลูกได้รับการรองรับให้รู้สึกมั่นคง โดยใช้มือแม่หรือหมอนรองช้อนไว้

ขณะให้นมลูกควรมีหมอนนุ่มๆหลายๆ ใบไว้รองหลัง รองแขนหรือวางบนตักรองรับตัวลูก เพื่อช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายขึ้น ช่วยหนุนลูกให้สูงพอดีกับเต้านมช่วยให้ไม่ดึงรั้งหัวนมด้วย Mama Expert ขอให้ทุกๆบ้านประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือนหรือนานที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง