วิธีการทำโยเกิร์ตทานเอง ง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์เต็มๆ

15 June 2015
16564 view

วิธีการทำโยเกิร์ต

โยเกิร์ตจัดเป็นอาหารมากประโยชน์หากรับประทานถูกเวลาและถูกชนิด รับประทานได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัย 8 เดือนจนถึงวัยชรา นอกจากนั้นยังเป็นเมนูลดน้ำหนักสำหรับใครหลายคน สารอาหารอันโดดเด่นในโยเกิร์ต ได้แก่ แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบโครงร่างของเราอันได้แก่ กระดูกและฟัน และยังอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน บี 2 และบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดและบำรุงระบบประสาทของพวกเรา วันนี้ Mama Expert มีวิธีทำโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพมาฝาก ทำทานเองหรือทำขายสร้างรายได้อย่างงดงามค่ะ

ส่วนผสมในการทำโยเกิร์ตทานเอง

  1. นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนม UHT เป็นแบบธรรมดา หรือพร่องไขมันก็ได้    2 ถ้วยตวง
  2. นมผงแบบนมผงธรรมดาหรือนมผงขาดมันเนย 5 ช้อนโต๊ะ (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ใส่เพื่อให้เนื้อโยเกิร์ตเนียนขึ้น )
  3. โยเกิร์ตถ้วยรสธรรมชาติ  ครึ่งถ้วยโยเกิร์ต
  4. ผลไม้แต่งรสชาติที่คุณชอบ

วิธีการทำโยเกิร์ตทานเอง

  1. ตุ๋นนมในหม้อตุ๋น หรือใช้หม้อสองใบซ้อนกัน ใบนอกใส่น้ำต้มให้น้ำเดือดและใบในใส่นม (เพื่อไม่ให้นมไหม้) หรืออุ่นนในไมโครเวฟ 95 องศา นาน 5 นาที
  2. พอนมเริ่มอุ่น ละลายนมผงลงในน้ำนมจนเป็นเนื้อเดียวกัน (ไม่ใส่ก็ได้ ใส่เพื่อเพิ่มความอร่อยและโยเกิร์ตเนื้อเนียนสวย)
  3. ลดอุญหภูมิของนมโดยตั้งภาชนะต้มนมในน้ำเย็น หรือแช่ในน้ำแข็ง จนอุณหภูมิของนมอยู่ที่ประมาณ 45C หรืออุ่นๆ วิธีทดสอบหยดลงหลังมือ พออุ่นๆเป็นอันว่าใช้ได้
  4. เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ครึ่งถ้วยลงไปในน้ำนมแล้วคนเบาๆให้เข้ากัน
  5. บรรจุโยเกิร์ตลงในภาชนะที่เตรียมไว้ เช่น ตลับ โถแก้วปากกว้างที่ผ่านการทำความสะอาดมาอย่างดี แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 8-10 ชม. วางไว้นิ่งอย่าเขย่าเพราะจะทำให้โยเกิร์ตแยกชั้น เเบ่งเป็นน้ำและเนื้อไม่น่ารับประทาน
  6. เมื่อครบ 8ชั่วโมงเนื้อโยเกิร์ตเริ่มเซ็ตตัวแล้ว เปิดฝาใส่ผลไม้ได้ตามต้องการแล้วนชำไปแช่ในตู้เย็น เก็บไว้รับประทาน

ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก แต่อาจจะต้องเพิ่มความพิถีพิถันเข้าไปด้วย เพื่อให้ได้โยเกิร์ตที่เนื้อเนียนสวยและอร่อย
โยเกิร์ตสูตรนี้เป็นโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ อาจให้รสชาติออกเปรี้ยว สำหรับคนที่ไม่ชอบ สามารถเติมน้ำเชื่อมในระหว่างขั้นตอนต้มนมได้เลยนะคะ ง่ายๆแค่นี้ทำกินเองสบายใจกว่าและสามารถสร้างอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการหารายรายเสริมด้วยค่ะ

บทความแนะนำเพิ่มเติม

1. วิธีการทำไอติม “กล้วยสตอเบอรี่” ห๊อมหอม เย๊นเย็น!!

2. เมนูลูกรัก : พุดดิ้งวิตามินรวม

3. เมนูลูกรัก : โยเกิร์ตฟักทอง

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team