การแท้ง 7ประเภท และการใช้ยากันแท้ง

25 April 2014
6027 view

การแท้ง 7ประเภท และการใช้ยากันแท้ง

ยากันแท้ง ที่มีอยู่ทั่วไปเป็นฮอร์โมนพวกโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ หรือยาอื่นในกลุ่มเดียวกัน มีทั้งฉีดและชนิดเม็ดใช้กิน ยานี้จะมีประโยชน์เฉพาะสำหรับผู้ที่ขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเท่านั้น แต่คนแท้งทั่วๆ ไปจะพบภาวะนี้ไม่นานนัก

วิธีใช้ ยากันแท้ง

จะต้องให้เพื่อป้องกันก่อนจะแท้ง คือก่อนที่จะมีเลือดออก (ในรายที่มีประวัติการแท้งมาก่อน) ถ้าเริ่มให้เมื่อเลือดออกแล้วก็อาจจะได้ผลไม่เต็มที่นัก นอกเสียจากว่าจะช่วยทางจิตใจของคุณแม่และหมอ คือคุณแม่ก็รู้สึกว่าหมอได้รักษาแล้ว หมอเองก็รู้สึกว่าได้ให้การรักษาคนไข้แล้วด้วย แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาการแท้งอย่างหนึ่ง คือการนอนพักและได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสามี อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า T.L.C (Tender Loving Care) หรือการเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมนั่นเอง

ข้อควรระวังในการใช้ ยากันแท้ง

ในเรื่องของยากันแท้งนี้มีข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรไปหาซื้อยากันแท้งใช้เองเด็ดขาด เพราะยาในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด ควรจะได้รับคำแนะนำจากหมอเสียก่อนนะครับ เหมือนกับการใช้ยาอื่นๆ ในขณะตั้งครรภ์ที่จะต้องระวังมากๆเมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ ได้ยาจากหมอ และเลือดหยุดได้เอง การตั้งครรภ์ต่อไปก็จะเป็นเรื่องปกติ คุณแม่อย่าได้กังวลว่าทารกในครรภ์จะเกิดความพิการหรือผิดปกติ เพราะกลุ่มที่เลือดหยุดได้เองมักจะเกิดจากสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่จากความพิการของทารก

การแท้งเป็นสิ่งไม่คาดฝันและไม่อยากให้เกิดขึ้นในคุณแม่ที่ต้องการมีบุตร การแท้งมีหลายชนิดดังนี้ค่ะ

1. การแท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณแม่จะมีเลือดออกทางช่องคลอดมากและปวดท้องน้อยเนื่องจากการหดรัดตัวของมดลูก เมื่อปากมดลูกเปิดออก ตัวอ่อนจะแท้งออกมา

2. การแท้งคุกคาม เป็นภาวะใกล้แท้ง พบได้ประมาณ 10% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด และครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้จะมีอาการแท้งตามมา คุณแม่จะมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย อาจไม่มีอาการปวดท้อง จึงทำให้คุณแม่สับสนได้ว่าเป็นประจำเดือน การรักษาการแท้งคุกคามคุณหมอจะให้การรักษาแบบประคับประคองเป็นหลัก ยังไม่มีวิธใดที่ได้ผลชัดเจน เนื่องจากส่วนใหญ่สาเหตุของการแท้งเกิดจากความผิดปกติของทารกเอง คุณหมอจะให้คุณแม่นอนพักมากๆ หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก เลี่ยงการเดินทาง งดการมีเซ็กซ์ เนื่องจากจะกระตุ้นให้มดลูกบีบรัดตัวมากขึ้น และอาแท้งออกมาได้ คุณหมอบางรายอาจจะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือที่เรียกกันภาษาชาวบ้านว่ายากันแท้ง โดยหวังว่าถ้าการแท้งนั้นเกิดจากการสร้างฮอร์โมนจากรังไข่ไม่เพียงพอ การให้ฮอร์โมนทดแทนจากภายนอกน่าจะรักษาให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้

3. การแท้งเป็นนิจ การแท้งเป็นนิจมักมีสาเหตุเกี่ยวเนื่องจากสิ่งเดียวกัน เป็นการแท้งติดต่อกันเกิน 3 ครั้งในช่วงอายุครรภ์ใกล้เคียงกัน การรักษาการแท้งเปป็นนิจหากเป็นสาเหตุจากตัวมดลูก เช่น มีเนื้องอก การผ่าตัดมดลูกก็เป็นวิธีรักษาที่จะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ตามปกติได้ แต่หากเป็นความผิดปกติจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์จะต้องหาสาเหตุและหาทางป้องกันในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป การติดเชื้อบางอย่างซึ่งจะไม่ปรากฏอาการ รวมทั้งภาวะขาดอาหารและโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคปอด ทำให้เกิดการแท้งซ้ำได้ จึงควรรักษาให้ดีก่อนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

4. การแท้งซ้ำ คล้ายการแท้งเป็นนิจ แต่มักแท้งในช่วงอายุครรภ์ที่ต่างกัน และสาเหตุของการแท้งในแต่ละครั้งก็ต่างกันด้วย

5. การแท้งสมบูรณ์ ตามธรรมชาติแล้วการแท้งมักจะสิ้นสุดลงด้วยตัวเอง ร่างกายจะขับทารกและรกที่อยู่ในโพรงมดลูกออกมาจนหมด คุณแม่จะปวดท้องน้อยและมีเลือดออกจนกระทั่งหยุดไปเอง จึงไม่จำเป็นต้องขูดมดลูก การรักษาการแท้งสมบูรณ์คุณแม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อขูดมดลูก เพราะยังมีสิ่งตกค้างอยู่ในโพรงมดลูกทำให้เลือดออกมาก ถ้าเสียเลือดมากคุณหมอจะให้เลือดทดแทน

6. การแท้งไม่สมบูรณ์ คือการแท้งที่มีทารก รก และเนื้อเยื่อจากรกออกมาจากช่องคลอดครบทุกอย่าง มักมีอาการปวดท้องน้อยเป็นพักๆ ร่วมกับมีเลือดสดหรือก้อนเลือด ร่วมกับตัวทารกหลุดออกมาจากช่องคลอด หลังจากนั้นอาการปวดท้องจะลดลงมาก และมีเลือดออกน้อยลง การรักษาการแท้งไม่สมบูรณ์เพียงแค่สังเกตปริมาณเลือดที่ออกถ้าออกมากขึ้นแสดงว่าแท้งไม่ครบ คุณหมอจะยุติการตั้งครรภ์ทันที โดยการขูดมดลูกเพื่อให้เลือดหยุดเร็วที่สุด และป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูก เนื่องจากเศษรกค้างในโพรงมดลูก

7. การแท้งค้าง ตัวอ่อนและเนื้อรกจะตายตกค้างอยู่ในโรงมดลูกโดยไม่แสดงอาการใดๆ นานนับเดือนก่อนที่จะแท้งออกมา ในช่วงที่เกิดการแท้งค้าง อาการต่างๆ ของการตั้งครรภ์จะหายไป และมีการแท้งบุตรตามมาภายหลัง บางรายอาจมีแคลเซียมมาห่อหุ้มทารกที่เสียชีวิตกลายเป็นก้อนหินปูนค้างอยู่ในโพรงมดลูกตลอดไปก็ได้ถ้าทิ้งไว้ก็ไม่อันตราย และคุณแม่จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก การรักษาการแท้งค้างหากตรวจพบว่าทารกเสียชีวิตแล้ว ถ้าคุณแม่ยังไม่แท้งเองภายในเวลาอันสมควร คุณหมอต้องขูดมดลูกเพื่อนำสิ่งตกค้างออกมา เพราะหากปล่อยไว้นานเกินหนึ่งเดือนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากเลือดไม่แข็งตัว

คุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการแท้ง แนะนำให้ฝากครรภ์ตามนัด และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ปฎิบัติตนตามคำแนะนำของเเพทย์อย่างเคร่งครัดหากไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง