สะพรึง!!! ความร้ายกาจของโรค 4s ที่ติดไวยิ่งกว่า 4G

26 November 2018
659 view

โรค 4s (ssss)

Staphylococcal scalded skin syndrome หรือที่เรารู้จักในชื่อ โรค 4s เป็นโรคที่กล่าวถึงมากที่สุดในโลกโซเชียลตอนนี้ เนื่องจากมีเด็กหลายรายที่เป็นโรค 4s มีอาการที่รุนแรง สร้างความหวาดกลัวในกลุ่มคุณแม่เป็นอย่างมาก เพราะโรคนี้พบมากในเด็กแรกเกิดและเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี Mamaexpert ไม่พลาดที่จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคใหม่ในโซเชียล ว่าที่แท้จริงแล้ว สุดสะพรึงหรือไม่อย่างไร ตามมาค่ะ

โรค 4s (ssss) คืออะไร

โรค 4s หรือทางการแพทย์เรียกว่า Staphylococcal Scalded Skin Syndrome เป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนังที่เกิดจากทอกซินของเชื้อแบคทีเรีย S.aureus phage group II phage type 71 หรือ 55 เมื่อมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง เชื้อจะปล่อยทอกซินเข้าไปในกระแสเลือด และเมื่อไตไม่สามารถกำจัดทอกซินออกไปจากร่างกายได้ ทำให้เกิดการอักเสบและแยกชั้นของผิวหนังบริเวณหนังกำพร้า ส่งผลทำให้ผิวหนังลอกหลุดไป ดูคล้ายๆ กับถูกน้ำร้อนลวก โดยโรค 4s สามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อม⁽¹⁾  บ้านไหนที่มีลูกเล็กหรือเด็กในช่วงวัยแรกเกิดถึง5 ปี จะต้องระวังเป็นพิเศษ

โรค 4s (ssss) พบมากในเด็กจริงหรือ?

โรค 4s (ssss) เป็นโรคผิวหนังที่พบในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด อาจเป็นเพราะว่าในเด็กแรกเกิดไตยังไม่สามารถกำจัดทอกซินออกไปจากร่างกายได้ จึงทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรค 4s ได้ง่าย นอกจากนั้นบุคคลที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือบุคคลที่เป็นโรคไตวาย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค 4s ได้เช่นกัน⁽²⁾

โรค 4s (ssss) มีอาการอย่างไรบ้าง

อาการของโรค 4s ที่สามารถสังเกตได้ มีดังนี้ ⁽³⁾

  1. มีไข้
  2. ในเด็กจะร้องกวน ร้องโยเยกว่าปกติ
  3. ผิวหนังแดงทั่วตัว โดยเฉพาะที่ตาและรอบปากเยื่อบุจมูกและลำคอ
  4. เมื่อสัมผัสที่ผิวหนังที่มีอาการบวมแดง จะรู้สึกเจ็บปวด
  5. ภายใน 24 - 48 ชั่วโมง จะพบมีตุ่มน้ำทั้งตัวโดยเฉพาะบริเวณซอกพับ ดูคล้ายๆกับถูกน้ำร้อนลวก
  6. ผิวหนังจะมีการลอกหลุดได้ง่าย ซึ่งจะหลุดออกมาเป็นแผ่นขนาดใหญ่

อาการของโรค 4s (Staphylococcal scalded skin syndrome)⁽⁴⁾

โรค 4s (ssss) รักษาหายหรือไม่

การรักษาโรค 4s จะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อผ่านทางเส้นเลือดดำ ครอบคลุมเชื้อ Staphylococcus เช่น cloxacillin 100 mg/kg/day นาน 7-10 วัน จะมีการเฝ้าระวังปัญหาการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางผิวหนัง และถ้ามีอาการเป็นตุ่มน้ำใสๆ จะรักษาด้วยการ wet dressing ด้วยน้ำเกลือหรือเช็ดเบาๆ ด้วยน้ำเกลือ ในระยะที่ผิวลอกจะใช้ยาทาเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น แผลและผื่นจะหายไปภายใน 10-14 วัน⁽³⁾

ทำอย่างไรไม่ให้ลูกติดโรค 4s 

  1. งดพาเด็กไปบริเวณที่มีการระบาดของโรค 4s
  2. รักษาความสะอาด โดยทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างมือก่อนสัมผัสลูกน้อย
  3. หลีกเลี่ยงการให้ลูกน้อยโดนคนอื่นหอมแก้ม จับแก้ม หรือสัมผัสโดยไม่ได้ทำความสะอาดมือหรือหน้า

อ่านถึงตรงนี้ คงรู้แล้วว่าโรค 4s มีความร้ายกาจมากแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่จะต้องระวัง หากลูกน้อยมีไข้ ผิวหนังบวมแดง หรือมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรค 4s ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน เพราะถ้ารักษาไม่ทันท่วงที โรค 4s จะสร้างความทรมานให้เด็กและอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ด้วยรักและห่วงใย Mamaexpert

บทความแนะนำเพิ่มเติม

  1. เคสหนูน้อยวัย 5เดือน ป่วยหนักจากโรค 4s
  2. จูบมรณะจากพ่อแม่ ทำเด็กติดเชื้อเริม
  3. 5โรคอันตรายในเด็ก ที่พ่อแม่ต้อเฝ้าระวัง!!!

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

อ้างอิง

  1. แพทย์หญิงฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ. กุมารแพทย์ ผิวหนัง . เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/216848761792023/photos/a.292198367590395/502518039891759/?type=3&theater. [สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2018]
  2. Dr Amanda Oakley. Dermatologist. Waikato Hospital. Hamilton. New Zealand. Staphylococcal scalded skin syndrome. เข้าถึงได้จาก https://www.dermnetnz.org/topics/staphylococcal-scalded-skin-syndrome/ .[สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2018]
  3. Scalded Skin Syndrome. เข้าถึงได้จาก https://www.healthline.com/health/scalded-skin-syndrome .[สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2018]
  4. Staphylococcal scalded skin syndrome images. เข้าถึงได้จาก https://www.dermnetnz.org/topics/staphylococcal-scalded-skin-syndrome-images/  .[สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2018]

บทความที่เกี่ยวข้อง