โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease)

16 December 2016
672 view
สารบัญ
  1. โรคคาวาซากิ
  2. สาเหตุการเกิดโรคคาวาซากิ
  3. อาการของโรคคาวาซากิ
  4. วิธีการักษาโรคคาวาซากิ
  5. ป้องกันโรคคาวาซากิได้หรือไม่

โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease)

หรือที่เรียกกันว่า โรคหัดญี่ปุ่น พบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504 โดย นายแพทย์ TomisakuKawasaki ที่ประเทศญี่ปุ่น และตั้งชื่อว่า Mucocutaneous Lymph Node Syndrome ( MCLS ) พบมากในเด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี พบมากที่สุดในช่วงอายุ 1 – 2 ปี และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรคคาวาซากิ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบครั้งแรก บางคนเรียกหัดญี่ปุ่นตามแหล่งค้นพบ

สาเหตุการเกิดโรคคาวาซากิ

สาเหตุการเกิดโรคคาวาซากิยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด คาดว่าโรคนี้น่าจะเกี่ยวกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส, การใช้แชมพูซักพรม, การอยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิต้านทานผิดปกติ (Immunologic disease) แต่มีปัจจัยที่พบโรคคาวาซากิบ่อยได้แก่

  1. เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
  2. เด็กผู้ชายพบบ่อยกว่าเด็กผู้หญิง
  3. เด็กชาวเอเชีย เช่น ชาวญี่ป่น เกาหลี พบบ่อยกว่าเด็กชาติอื่น
  4. ในเด็กที่มีพ่อแม่เคยเป็นโรคนี้ พบโรคนี้เป็นสองเท่าของเด็กปกติ

อาการของโรคคาวาซากิ

อาการของโรคคาวาซากิ จะนำมาด้วยไข้สูง ไข้ในโรคคาวาซากิจะสูงมากกว่า  38.3 องศาเซลเซียส (Celsius) และไข้สูงไม่ลดลงแม้จะให้ยาปฏิชีวนะ หากไม่ได้รักษา ไข้จะสูง 1-2 สัปดาห์และอาจมีไข้สูงนานถึง 3-4 สัปดาห์
นอกจากอาการไข้ จะมี 5 อาการสำคัญหลักๆที่วินิจฉัยได้ว่า ลูกรักของคุณเป็นโรคคาวาซากิ 
images (2)
  1. ตาแดงโดยไม่มีขี้ตาทั้งสองข้าง
  2. ริมฝีปาก คอและเยื่อบุปาก แดง ลิ้นเป็นตุ่มแดงนูนดูคล้ายผิวสตรอเบอร์รีและริมฝีปากแตก
  3. มือเท้าบวมแดงในเวลาต่อมา (ในประมาณสัปดาห์ที่ 2 และ 3) ปลายมือเท้าอาจลอก
  4. มีผื่นลักษณะต่างๆกันขึ้นตามตัวและอาจขึ้นมากบริเวรขาหนีบ
  5. ต่อมน้ำเหลืองลำคอโต คลำได้ ขนาดต่อมน้ำเหลืองมักโตมากกว่า 1.5 ซม. ไม่เจ็บ หรือเจ็บแต่น้อย

อาการแสดงอื่นๆที่เกิดขึ้นได้ในระหว่างที่เป็นโรคคาวาซากิได้แก่   ปวดตามข้อ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ท้องเสีย ปอดบวม เป็นต้น ปัญหาสำคัญของโรคคาวาซากิ คือ เกิดโรคแทรกซ้อนหรือลุกลามไปที่หัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ (coronary artery) ได้ โดยพบประมาณร้อยละ 20-30 อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานไม่ดี และหัวใจวายได้ ส่วนเส้นเลือดที่โป่งพองก็อาจเกิดการอุดตันจากลิ่มเลือด ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน ถ้าเป็นมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

วิธีการรักษาโรคคาวาซากิ

แพทย์จะให้ยาแอสไพริน เพื่อให้ไข้ลดเร็ว และเพื่อลดการอักเสบของเส้นเลือด และป้องกันเกล็ดเลือดรวมตัวเป็น กลุ่มก้อนเนื่องจากโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ ยังไม่มียาเฉพาะใช้รักษาโรค แต่แพทย์จะทำการรักษาตามอาการเพื่อ ความรุนแรงและอุบัติการณ์โรคแทรกซ้อนที่หัวใจและหลอดเลือดลง

ป้องกันโรคคาวาซากิได้หรือไม่?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคคาวาซากิ จึงยังไม่สามารถป้องกันได้ แต่เป็นโรคที่รักษาได้ การรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว จะป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งที่สำคัญ คือ หลอดเลือดแดงหัวใจโป่งพองได้มาก หากลูกมีไข้สูง เช็ดตัวลดไข้และให้ยาแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล