สีประจำเดือน บ่งบอกสุขภาพจริงหรือมั่ว

17 May 2016
4126 view
ช่วงเดือนนี้มีการเเชร์เรื่องรอบเดือนแบบผิดๆกันแพร่หลาย และมักมาพร้อมกับโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขายสินค้าประเภทยาขับต่างๆ ซึ่งยาประเภทนี้อันตรายต่อสุขภาพมาก หากหลงเชื่อและรับประทานเข้าไป อาจส่งผลต่อร่างกายยากที่จะรักษาได้  วันนี้ผู้หญิงทุกคน มาทำความรู้จักกับรอบเดือน และความผิดปกติต่างๆของรอบเดือนอย่างถูกต้องกันค่ะ
รอบเดือนคือเลือดเสีย ที่ร่างกายขับออกมาจริงหรือ?

เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ที่ถูกต้องเลือดประจำเดือนไม่ใช่เลือดเสีย เลือดประจำเดือน เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุผนังโพรงมดลูกและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

 รอบเดือนเกิดขึ้นได้อย่างไร
 ประจำเดือน บางคนเรียก รอบเดือน บางคนอาจเรียก ระดูทั้ง 3 คำนี้ คือสิ่งเดียวกันที่เกิดขึ้นเฉพาะในเพศหญิงเท่านั้น รอบเดือนเกิดจากการหลุดลอกของผนังเยื่อบุโพรงมดลูก จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง และมีความสัมพันธ์กับการตกไข่ จะเกิดขึ้นเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น จึงเรียกว่าประจำเดือน หากมีประจำเดือนมากกว่า1ครั้งต่อเดือน หรือน้อยกว่าเดือนละครั้ง เป็นอาการผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์
รอบเดือนมากี่วันถึงจะปกติ
โดยเฉลี่ยรอบเดือนจะมาทุกๆ 28  + / – 7 วัน  การนับรอบประจำเดือนหลายๆคนมีความเข้าใจผิดอย่างมาก คือนับแบบจำวันที่ เช่น รอบเดือนมาวันที่ 5 มกราคม เดือนกุมภาพันธ์ต้องมาวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เช่นกัน เป็นการนับที่ผิด การนับรอบประจำเดือนที่ถูกต้องนับตามปฎิทิน เช่น รอบเดือนมาทุก28วัน ครั้งล่าสุดวันที่ 5 มกราคม ครั้งต่อไปคือวันที่ 3 กุมภาพันธ์
รอบเดือนมามาก รอบเดือนมาน้อย เพราะอะไร
รอบเดือนมีปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน เพราะระดับฮอร์โมนของผู้หญิงแต่ละคนมีความแตกต่างกันนั่นเอง ทางการแพทย์ ระบุว่า ปริมาณรอบเดือนที่ปกตินั้นอยู่ที่ 20 – 80 มิลลิลิตร หรือ เฉลี่ย 35 มิลลิลิตร ต่อรอบเดือน
หากมีปริมาณมาก หรือกระปริบกระปอย ควรปรึกษาแพทย์
สีของประจำเดือน บ่งบอกความผิดปกติได้ จริงหรือไม่
ไม่จริง เนื่องจากความเข้มข้นของเม็ดเลือดแต่ละคนแตกต่างกัน ทำให้ความเข้ม ของเลือดประจำเดือนที่ออกมาแตกต่างกันออกไป บางคนอาจแดงสด แดงอมชมพู สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาล สีชมพู ล้วนแล้วแต่พบได้ทั้งสิ้น
ประจำเดือนเป็นก้อน เพราะดื่มน้ำเย็น กินน้ำแข็ง
ไม่จริง การที่เลือดประจำเดือนเกาะตัวกันเป็นก้อน เป็นลิ่มเลือด เกิดจากรอบเดือนมีปริมาณมาก และพักอยู่ในมดลูกในช่วงเวลาสั้นๆจึงเกาะรวมกันเป็นก้อนเล็กๆได้ หากมดลูกมีการบีบรัดตัวสม่ำเสมอ จะไม่เกิดลิ่มเลือดหรือก้อนเลือด อีกปกติแล้วหากเลือดสัมผัสกับอากาศจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลง กลายเป็นก้อน ในมดลูกไม่มีอากาศก็จริง แต่ช่วงเวลาที่เป็นประจำเดือน ผนังเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอดออกมาทางช่องคลอด เป็นช่วงเวลาที่ปากมดลูกเปิดขยาย ทำให้อากาศผ่านเข้าไปได้ จึงทำให้เลือดที่อยู่ในมดลูกได้สัมผัสกับอากาศ เกิดรวมตัวกันเป็นลิ่ม เป็นก้อน เมื่อมดลูกหดรัดตัวเพื่อบีบให้ประจำเดือนไหลออกมา จึงอาจพบได้ว่า รอบเดือนเป้นลิ่มๆ หรือเป้นก้อนเล็กๆ  กรณีมีก้อนเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมาพร้อมกับเลือดประจำเดือน ผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
อาการที่เกิดขึ้นก่อนหรือขณะมีจำเดือนไม่ใช่ความผิดปกติ 
อาการคัดตึงเต้านม อาการปวดศีรษะ อาการปวดท้องน้อย หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ อยากร้องไห้ หิวบ่อย น้ำหนักขึ้น ตัวบวม หรือบวมตามร่างกาย เช่น มือ เท้า แขน ขา และอาจมีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วยได้
มีเพศสัมพันธ์ขณะมีรอบเดือนได้หรือไม่
ช่วงมีประจำเดือน สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ แต่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากรู้สึกไม่สะอาด หากมีเพศสัมพันธ์ขณะมีรอบเดือน ต้องระมัดระวังเรื่อง การติดเชื้อ เนื่องจากขณะมีรอบเดือน มีการฉีกขาดของเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นแผลเล็กๆ อาจเป็นทางเข้าของเชื้อโรคต่างๆได้ง่ายทำให้เกิดการติดเชื้อได้
รอบเดือนผิดปกติเป็นอย่างไร
ประจำเดือนผิดปกติมีหากหลายรูปแบบ ได้แก่
  • มีประจำเดือนนานเกิน 7 วัน
  • รอบประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ
  • ระยะห่างระหว่างรอบเดือนนานเกิน 35 วัน
  • รอบเดือนขาดหายไปนานเกิน 3 รอบเดือนขึ้นไป
  • มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน กระปริบกระปอย
ประจำเดือนผิดปกติเกิดจากอะไร
ผู้หญิงที่มักมีรอบเดือนผิดปกติส่วนใหญ่ เกิดจาก ภาวะเครียด วิตกกังวลและลดน้ำหนักอย่างหักโหม  ส่วนสาเหตุอื่นๆที่ทำให้รอบเดือนผิดปกติได้อีก เช่น ตั้งครรภ์  คุมกำเนิด เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่่างกายเปลี่ยนแปลง มีถุงน้ำรังไข่ มีเนื้องอกในรังไข่ เป็นมะเร็งรังไข่  หากรอบเดือนผิดปกติ ผู้หญิงทุกคนควรตื่นตัวและให้ความสำคัญ และปรึกษาสูติแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ
เพราะผู้หญิงธรรมชาติสร้างมาให้ร่างกายมีระบบที่ซับซ้อน วันนี้ผู้หญิงทุกคนควรหันมาใส่ใจสุขภาพให้ มากขึ้น
ก่อนรับประทานยา หรือวิตามิน อก ฟู รู ฟิต ต่างๆ รวมถึงยาลดน้ำหนัก อาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมนต่างๆของร่างกายทำให้รอบเดือนผิดปกติได้ เพราะฉะนั้นผู้หญิงฉลาดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
เรียบเรียงโดย  : Mamaexpert Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง