20 เรื่องที่แม่ต้องรู้ ก่อนซื้อเบาะนั่งนิรภัย หรือ คาร์ซีท (car seat ) ให้ลูก

11 March 2016
4410 view


เบาะนั่งนรภัย หรือคาร์ซีท
เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรกคลอดจนถึงวัยเรียน อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานย่อมมีราคาสูง เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้รายละเอียดและ ความปลอดภัย ในการใช้งานของ คาร์ซีทแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น แต่ละช่วงอายุ ก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนี้

1.อุบัติเหตุรถยนต์เพียงแค่ 48.3 km/h ผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเป็น 30-60 เท่าของน้ำหนักตัวเอง

2.เข็มขัดนิรภัยถูกออกแบบมาเพื่อยึดตัวคุณเองไว้ในรถ และลดแรงกระแทกต่อตัวคุณ ลดโอกาสการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บหนักได้ถึง 50%

3.เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ แต่ละแบบถูกออกแบบสำหรับอายุและรูปร่างของเด็กที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • แบบที่ 1 Rear-facing infant seats and Convertible seats เบาะนั่งนิรภัยแบบหันไปด้านหลังรถ สำหรับเด็กแรกเกิด และแบบปรับเอนไปแบบที่นั่ง

20 เรื่องที่แม่ต้องรู้ ก่อนซื้อเบาะนั่งนิรภัย

  • แบบที่2 Forward-facing child seats เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันไปข้างหน้ารถ

  • แบบที่ 3 Booster seats มี2แบบ คือ แบบมีพนักพิงด้านหลัง และ แบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง
3.1 ภาพตัวอย่าง Booster seats แบบมีพนักพิง
3.2 ภาพตัวอย่าง Booster seats แบบไม่มีพนักพิง

4.เบาะนั่งนิรภัยแบบหันไปด้านหลังรถ โดยปกติจะเหมาะกับเด้กน้ำหนักไม่เกิน 10 กก. หรือประมาณ 12 เดือน

5.สถานบัน NHTSA (Nation Highway Traffic Safety Administration) กล่าวไว้ว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ควรนั่งเบาะด้านหลังรถ

6.เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันไปด้านหลังรถจะปกป้องหัวของเด็ก คอ และกระดูกสันหลัง ได้มากกว่าประเภทของการรัดของเข็ดขัดนิรภัย ซึ่ง

  • แบบ 3 จุด จะมีสายรัด 3 เส้น รัดตรงบ่า 2 ข้างลงมาเชื่อมล็อคใกล้ๆ ด้านล่างของที่นั่ง
  • แบบ 5 จุด จะมีสายรัด 5 เส้น 2 เส้นที่บ่า 2 เส้นที่สะโพก และอีกเส้นที่ เป้ากางเกง
  • แบบ Overhead shield จะมีเป็นคานป้องกันการกระแทกหรือการเหวี่ยงตัวของเด็ก
  • แบบ t-shield จะมีเป็นคานรูปสามเหลี่ยมอยู่ติดกับสายรัดช่วงบ่า

6.สำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 1 ขวบ และหนักกว่า 9 กก. ควรจะใช้เบาะนั่งนิรภัยแบบหันหน้า

7.ตามผลการวิจัยของสถาบัน NHTSA การให้เด็กนั่งด้านหลัง แทนการนั่งหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ 27 % ไม่ว่ารถคุณจะมี airbag ด้านข้างหรือไม่ก็ตาม

8.เมื่อไหร่ก็ตามที่เด็กตัวใหญ่มากกว่าที่สายรัดจะรัดได้ ควรใช้เบาะนั่งแบบ booster seat  วิธีการดูว่าเด็กตัวใหญ่เกินไปหรือไม่สามารถดูได้จากว่าศีรษะของเด็กสูงเกิน กว่าเบาะนั่งหรือไม่ โดยทั่วไป เด็กจำเป็นจะต้องใช้ booster seat ระหว่างอายุ 4-6 ปี

9.เข็มขัดนิรภัยของรถจะถูกออกแบบมาเพื่อให้นั่งได้ระหว่างกระดูก เชิงกรานและโครงกระดูกของผู้นั่ง เพื่อกระจายแรงกระแทกจากส่วนของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Booster seat จะยกตัวเด็กขึ้นให้สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ได้พอดี

10. โดยปกติเมื่อเด็กอายุ 6 ขวบ หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เด็กสามารถนั่งได้ตัวตรงแล้ว เขาสามารถนั่ง Booster seat แบบไม่ต้องมีพนักพิงได้

11. เด็กจะพร้อมที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยของรถโดยไม่ต้องนั่ง Booster seat ได้ความสูงของเด็กจะต้องได้ประมาณ 150 ซม. หรือประมาณ 8 ขวบ (ความสูงของเด็กบางคนจะไม่ไปตามอายุ บางคนมีอายุ 10-11 ขวบถึงจะต้องใช้ Booster seat)

12. เด็กจะพร้อมที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้ตามปกติเมื่อ …

  • เขาสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี
  • เขาโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง
  • เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกราน ไม่ใช้รัดตรงท้อง
  • เข็มขัดที่พาดส่วนบ่า จะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก ไม่ใช่ผ่านมาตรงแขนหรือคอ
  • สิ่งที่ควรจะพิจารณาเมื่อคุณต้องซ์้อ car seat สำหรับเด็กทารก

13. ควรใช้ car seat แบบหันไปด้านหลังรถ สำหรับน้ำหนักเด็กไม่เกิน 9 กก. แนะนำให้ใช้สายรัดแบบ 5 จุด การปรับระยะของสายรัดควรปรับจากด้านหน้า เด็กแรกคลอด ควรปรับมุมการนั่งให้ได้ 45 องศา (car seat บางรุ่นจะมีขีดแสดงระดับองศา)

14. car seat สำหรับทารกส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่มีที่หิ้วได้ สายรัดด้านหลัง โฟมลดการกระแทกและคานป้องกันการกระแทก จะช่วยเพิ่มการป้องกันได้เพิ่มขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

15. car seat ที่ออกแบบสำหรับหันด้านหลังโดยเฉพาะจะเหมาะสำหรับทารก มากกว่ารุ่นที่ออกแบบให้หันหน้าหันหลังได้

16. บางรุ่นจะมีอุปกรณ์เสริมรองเบาะรถ หรือสามารถสวมเข้ากับรถเข็นได้ ควรเลือกให้เหมาะกับวิธีการใช้ของคุณ

17. รุ่นที่ออกแบบสำหรับหันหลังได้โดยเฉพาะจะปลอดภัยกว่า

18. car seat ความที่จะปรับให้หันหน้า ได้เมื่อส่วนบนของหัวจะต้องถึงส่วนบนของ car seat หรือเมื่อน้ำหนักตัวของทารกประมาณ 13-16 กก.

19. หารุ่นที่มีตัวล็อค 5 จุด และสามารถปรับสายรัดได้จากด้านหน้า

20. เมื่อต้องซื้อแบบ Booster seat สิ่งที่ควารพิจารณาคือ

  • น้ำหนักเด็กถึง 18 กก.
  • ใช้ Booster seat จนถึงน้ำหนักที่ Booster seat กำหนดน้ำหนักไว้ หรือจนกว่าเด็กจะสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้ตามปกติ
  • ใช้แบบที่มีพนักพิงและรองส่วนหัว ถ้ารถคุณมีที่นั่งด้านหลังต่ำและไม่มีที่รองหัว
  • Booster seat หลายๆ รุ่นสามารถปรับระดังส่วนหัวได้และมีที่รองเสริมเพื่อความสะบายมากขึ้น

ข้อควรรู้ 20 ข้อข้างต้น เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องนำมาพิจารณาหรือประกอบการตัดสินใจ การเลือกใช้คาร์ซีทเป็นสิ่งที่ดี แต่ราคาค่อนข้างสูง จึงต้องคิดให้รอบด้าน และเลือกใช้ชนืดที่ลูกได้รับความปลอดภัยสูงสุดจะดีที่สุด ที่สำคัญต้องติดตั้งให้ถูกต้องตามคำแนะนำด้วย!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง