20 เรื่องที่แม่ต้องรู้ ก่อนซื้อเบาะนั่งนิรภัย หรือ คาร์ซีท (car seat ) ให้ลูก

11 March 2016
12637 view

เบาะนั่งนิรภัย


เบาะนั่งนรภัย หรือคาร์ซีท
เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรกคลอดจนถึงวัยเรียน อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานย่อมมีราคาสูง เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้รายละเอียดและ ความปลอดภัย ในการใช้งานของ คาร์ซีทแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น แต่ละช่วงอายุ ก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนี้

รายละเอียดของเบาะนั่งนิรภัยแต่ละยี่ห้อ

เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ แต่ละแบบถูกออกแบบสำหรับอายุและรูปร่างของเด็กที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • แบบที่ 1 Rear-facing infant seats and Convertible seats เบาะนั่งนิรภัยแบบหันไปด้านหลังรถ สำหรับเด็กแรกเกิด และแบบปรับเอนไปแบบที่นั่ง

20 เรื่องที่แม่ต้องรู้ ก่อนซื้อเบาะนั่งนิรภัย

  • แบบที่2 Forward-facing child seats เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันไปข้างหน้ารถ

  • แบบที่ 3 Booster seats มี2แบบ คือ แบบมีพนักพิงด้านหลัง และ แบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง
3.1 ภาพตัวอย่าง Booster seats แบบมีพนักพิง
3.2 ภาพตัวอย่าง Booster seats แบบไม่มีพนักพิง

ข้อควรรู้ของเบาะนั่งนิรภัยที่แม่ต้องรู้

  1. อุบัติเหตุรถยนต์เพียงแค่ 48.3 km/h ผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเป็น 30-60 เท่าของน้ำหนักตัวเอง
  2. เข็มขัดนิรภัยถูกออกแบบมาเพื่อยึดตัวคุณเองไว้ในรถ และลดแรงกระแทกต่อตัวคุณ ลดโอกาสการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บหนักได้ถึง 50%
  3. เบาะนั่งนิรภัยแบบหันไปด้านหลังรถ โดยปกติจะเหมาะกับเด้กน้ำหนักไม่เกิน 10 กก. หรือประมาณ 12 เดือน
  4. สถานบัน NHTSA (Nation Highway Traffic Safety Administration) กล่าวไว้ว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ควรนั่งเบาะด้านหลังรถ
  5. เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันไปด้านหลังรถจะปกป้องหัวของเด็ก คอ และกระดูกสันหลัง ได้มากกว่าประเภทของการรัดของเข็ดขัดนิรภัย ซึ่ง

แบบ 3 จุด จะมีสายรัด 3 เส้น รัดตรงบ่า 2 ข้างลงมาเชื่อมล็อคใกล้ๆ ด้านล่างของที่นั่ง

แบบ 5 จุด จะมีสายรัด 5 เส้น 2 เส้นที่บ่า 2 เส้นที่สะโพก และอีกเส้นที่ เป้ากางเกง

แบบ Overhead shield จะมีเป็นคานป้องกันการกระแทกหรือการเหวี่ยงตัวของเด็ก

แบบ t-shield จะมีเป็นคานรูปสามเหลี่ยมอยู่ติดกับสายรัดช่วงบ่า

       6. สำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 1 ขวบ และหนักกว่า 9 กก. ควรจะใช้เบาะนั่งนิรภัยแบบหันหน้า

       7. ตามผลการวิจัยของสถาบัน NHTSA การให้เด็กนั่งด้านหลัง แทนการนั่งหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ 27 % ไม่ว่ารถคุณจะมี airbag ด้านข้างหรือไม่ก็ตาม

       8. เมื่อไหร่ก็ตามที่เด็กตัวใหญ่มากกว่าที่สายรัดจะรัดได้ ควรใช้เบาะนั่งแบบ booster seat  วิธีการดูว่าเด็กตัวใหญ่เกินไปหรือไม่สามารถดูได้จากว่าศีรษะของเด็กสูงเกิน กว่าเบาะนั่งหรือไม่ โดยทั่วไป เด็กจำเป็นจะต้องใช้ booster seat ระหว่างอายุ 4-6 ปี

       9. เข็มขัดนิรภัยของรถจะถูกออกแบบมาเพื่อให้นั่งได้ระหว่างกระดูก เชิงกรานและโครงกระดูกของผู้นั่ง เพื่อกระจายแรงกระแทกจากส่วนของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Booster seat จะยกตัวเด็กขึ้นให้สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ได้พอดี

       10.โดยปกติเมื่อเด็กอายุ 6 ขวบ หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เด็กสามารถนั่งได้ตัวตรงแล้ว เขาสามารถนั่ง Booster seat แบบไม่ต้องมีพนักพิงได้

       11. เด็กจะพร้อมที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยของรถโดยไม่ต้องนั่ง Booster seat ได้ความสูงของเด็กจะต้องได้ประมาณ 150 ซม. หรือประมาณ 8 ขวบ (ความสูงของเด็กบางคนจะไม่ไปตามอายุ บางคนมีอายุ 10-11 ขวบถึงจะต้องใช้ Booster seat)

      12. เด็กจะพร้อมที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้ตามปกติเมื่อ …

  • เขาสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี
  • เขาโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง
  • เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกราน ไม่ใช้รัดตรงท้อง
  • เข็มขัดที่พาดส่วนบ่า จะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก ไม่ใช่ผ่านมาตรงแขนหรือคอ
  • สิ่งที่ควรจะพิจารณาเมื่อคุณต้องซ์้อ car seat สำหรับเด็กทารก

      13. ควรใช้ car seat แบบหันไปด้านหลังรถ สำหรับน้ำหนักเด็กไม่เกิน 9 กก. แนะนำให้ใช้สายรัดแบบ 5 จุด การปรับระยะของสายรัดควรปรับจากด้านหน้า เด็กแรกคลอด ควรปรับมุมการนั่งให้ได้ 45 องศา (car seat บางรุ่นจะมีขีดแสดงระดับองศา)

       14. car seat สำหรับทารกส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่มีที่หิ้วได้ สายรัดด้านหลัง โฟมลดการกระแทกและคานป้องกันการกระแทก จะช่วยเพิ่มการป้องกันได้เพิ่มขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

       15. car seat ที่ออกแบบสำหรับหันด้านหลังโดยเฉพาะจะเหมาะสำหรับทารก มากกว่ารุ่นที่ออกแบบให้หันหน้าหันหลังได้

       16. บางรุ่นจะมีอุปกรณ์เสริมรองเบาะรถ หรือสามารถสวมเข้ากับรถเข็นได้ ควรเลือกให้เหมาะกับวิธีการใช้ของคุณ

       17. รุ่นที่ออกแบบสำหรับหันหลังได้โดยเฉพาะจะปลอดภัยกว่า

       18. car seat ความที่จะปรับให้หันหน้า ได้เมื่อส่วนบนของหัวจะต้องถึงส่วนบนของ car seat หรือเมื่อน้ำหนักตัวของทารกประมาณ 13-16 กก.

       19. หารุ่นที่มีตัวล็อค 5 จุด และสามารถปรับสายรัดได้จากด้านหน้า

       20. เมื่อต้องซื้อแบบ Booster seat สิ่งที่ควารพิจารณาคือ

  • น้ำหนักเด็กถึง 18 กก.
  • ใช้ Booster seat จนถึงน้ำหนักที่ Booster seat กำหนดน้ำหนักไว้ หรือจนกว่าเด็กจะสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยของรถได้ตามปกติ
  • ใช้แบบที่มีพนักพิงและรองส่วนหัว ถ้ารถคุณมีที่นั่งด้านหลังต่ำและไม่มีที่รองหัว
  • Booster seat หลายๆ รุ่นสามารถปรับระดังส่วนหัวได้และมีที่รองเสริมเพื่อความสะบายมากขึ้น

ข้อควรรู้ 20 ข้อข้างต้น เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องนำมาพิจารณาหรือประกอบการตัดสินใจ การเลือกใช้คาร์ซีทเป็นสิ่งที่ดี แต่ราคาค่อนข้างสูง จึงต้องคิดให้รอบด้าน และเลือกใช้ชนิดที่ลูกได้รับความปลอดภัยสูงสุดจะดีที่สุด ที่สำคัญต้องติดตั้งให้ถูกต้องตามคำแนะนำด้วย!!!

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

1. วิธีรับมือกับเด็กร้องดินอาละวาด

2. 12สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยวัยแรกเกิดงอแง

3. รวม 10 อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในเด็กเล็ก พ่อแม่ต้องระวัง

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง