การดูแลตัวเองหลังคลอด สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ

30 March 2015
6794 view
การดูแลตัวเองหลังคลอด สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ

ในปัจจุบันการคลอดสามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน ซึ่งก็คือการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดนั่นเอง ซึ่งการคลอดธรรมชาตินั้นส่วนใหญ่แล้วไม่กี่วันแผลที่ฝีเย็บก็จะหายแถมยังฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วกว่าการผ่าคลอดอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรแม้ว่าคุณจะคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ แต่หลังคลอดก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเหมือนกันนะคะ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีการดูแลตัวเองหลังคลอดสำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ

วิธีดูแลฝีเย็บ

1. ประคบน้ำแข็ง
การประคบน้ำแข็ง ควรทำหลังจากคลอดวันแรกทันที เนื่องจากแผลฝีเย็บมักจะมีอาการปวดและบวมเป็นอย่างมาก จนบางครั้งแม้ว่าจะกินยาพาราเซตามอนไปแล้ว ก็ยังเอาไม่อยู่ ดังนั้น การประคบน้ำแข็งจึงเป็นวิธีที่ช่วยคลายความเจ็บปวดและลดอาการบวมของแผลฝีเย็บได้ดีเลยล่ะ

2.นั่งบนเบาะนุ่มๆ หรือหมอนรองนั่ง
อาการปวดที่แผลฝีเย็บอาจจะใช้เวลาหลายวันถึงจะหาย ซึ่งจะทำให้คุณแม่นั่งได้ลำบากมากทีเดียว ดังนั้นเราขอแนะนำให้หาเบาะนุ่มๆ มารองนั่งหรืออาจจะใช้หมอนรองนั่งก็ได้ เพราะจะช่วยให้คุณนั่งได้ง่ายขึ้นและมีอาการเจ็บปวดไม่มากนั่นเอง แต่เวลาจะลุกจะนั่งก็ต้องระมัดระวังหน่อยนะคะ อย่าก้าวขามากเกินไปหรือลุกนั่งเร็วเกินไป เพราะอาจจะทำให้แผลฝีเย็บที่ยังไม่หายดี ปริจนต้องเย็บใหม่ได้ค่ะ

3.ทำความสะอาดแผลฝีเย็บอยู่เสมอ
การทำความสะอาดแผลฝีเย็บถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะหากไม่ทำความสะอาดให้ดีก็อาจจะทำให้แผลเกิดการอักเสบได้นั่นเอง โดยวิธีการทำความสะอาดนั้น เพียงแค่นำสำลีมาชุบน้ำอุ่นแล้วเช็ดทำความสะอาดแผลฝีเย็บจากด้านหน้าไปด้านหลัง ก็จะทำให้แผลสะอาดแล้วล่ะ และที่สำคัญอย่าลืมเป็นอันขาดนะคะว่าต้องเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเท่านั้น ห้ามเช็ดย้อนกลับมาเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เชื่อโรคเข้าแผลจนก่อให้เกิดการอักเสบได้

อาการที่ต้องเฝ้าระวังของคุณแม่หลังคลอด

นอกจากการดูแลแผลฝีเย็บแล้ว คุณแม่จะต้องดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพของตัวเองให้ดีด้วย ซึ่งอาการที่คุณแม่หลังคลอดจะต้องเฝ้าระวัง คือ

1.มีเลือดออกทางช่องคลอดมากจนผิดปกติ
หลังคลอดคุณแม่จะมีน้ำคาวปลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติ แต่หากคุณแม่มีเลือดออกมาทางช่องคลอดด้วยจะต้องรีบสำรวจตัวเองแล้วนะคะ ว่าเลือดที่ออกมานั้นผิดปกติหรือไม่ ซึ่งหากเลือดที่ออกมานั้นออกมามากเกินไปหรือออกมาเป็นก้อนๆ คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์แล้วล่ะ เพราะนั่นอาจจะเป็นอาการตกเลือดหรืออาการผิดปกติอื่นๆ ของมดลูกได้นั่นเอง

2.ปวดท้องอย่างรุนแรง
เมื่อมีอาการปวดท้องก็ไม่ควรนิ่งนอนใจนะคะ ซึ่งหากคุณแม่กินยาแล้วหายปวดก็คงไม่เป็นอะไร แต่หากกินยาแล้วก็ยังไม่หายปวดนี่สิ ต้องเฝ้าระวังให้ดีแล้วล่ะ

3.น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นและมีสีแดงนานผิดปกติ
โดยปกติน้ำคาวปลาจะมีกลิ่นคาวแต่ก็ไม่ถึงกับเหม็นและมักจะมีสีแดงแค่ประมาณ 7-10 วันเท่านั้น ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตุดูว่าน้ำคาวปลาของตัวเองนั้นผิดปกติหรือไม่ กล่าวคือหากมีกลิ่นเหม็นและมีสีแดงนานเกิน 10 วันก็ควรไปพบแพทย์ได้เลยค่ะ หรือบางคนที่น้ำคาวปลาเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำตาลเหลืองๆ แล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็กลับไปเป็นสีแดงอีก ก็ควรตรวจดูให้ดีนะคะว่านั่นเป็นเพราะประจำเดือนมาหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ใช่ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอาการด่วนเลยล่ะ

4.มีไข้ขึ้นสูง
อาการไข้ในคุณแม่หลังคลอดก็ต้องเฝ้าระวังเหมือนกันนะคะ เพราะหลังคลอดคุณแม่จะยังมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงมากนัก ซึ่งหากไข้ขึ้นสูงก็อาจจะทำให้เกิดอาการช๊อคได้ เพราะฉะนั้น อย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด

การดูแลสุขภาพหลังคลอดทั่วไปของคุณแม่หลังลอด

1. พักผ่อนให้เพียงพอ
คุณแม่หลังคลอดควรพักผ่อนให้มากๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วและแผลฝีเย็บหายเร็วขึ้นนั่นเอง แต่แน่นอนว่าคุณแม่ที่ให้นมลูกคงมักจะไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ก็เอาเวลาที่ลูกหลับนี่ล่ะค่ะหลับไปพร้อมกันเลย ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ยกให้คุณพ่อเป็นคนทำไปเลยค่ะ

2.ทานอาหารที่มีประโยชน์
เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วขึ้น คุณแม่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และทานให้ครบ 5 หมู่ แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามสำหรับคนเพิ่งคลอดด้วยนะคะ โดยเฉพาะของดอง อย่างผลไม้ดอง ผักกาดดองหรือหน่อไม้ดองนี่ต้องห้ามทานเด็ดขาดเลย เพราะของดองมักจะทำให้แผลหายช้านั่นเอง อีกทั้งยังมีผลต่อน้ำนมอีกด้วย

3.ห้ามยกของหนัก
สำหรับของหนักๆ นี่คุณแม่ต้องบ๊ายบายไปก่อนเลยนะ ของหนักที่ว่า น้ำหนักต้องไม่เกิน 4 กิโลกรัม ถึงจะปลอดภัย เพราะแรกๆ มดลูกจะยังไม่เข้าอู่ดีอีกทั้งแผลฝีเย็บก็ยังไม่หายดีอีกด้วย ซึ่งหากยกของหนักๆ ช่วงนี้ นอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อแผลฉีกขาดแล้วยังอาจจะส่งผลต่อมดลูกอีกด้วย ดังนั้นของหนักๆ ก็ให้คุณพ่อยกไปก่อนเนอะ ส่วนคุณแม่ทำแค่งานบ้านเบาๆ ก็พอค่ะ

การดูแลตัวเองหลังคลอด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะการดูแลฝีเย็บเพราะหากไม่ดูแลให้ดีก็จะทำให้แผลติดเชื้อจนเกิดอันตรายต่อคุณแม่ได้ ดังนั้น อย่าละเลยการดูแลตัวเอง หลังคลอดหากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ