ลูกสำลักสิ่งแปลกปลอมอันตรายมาก แม่ต้องระวังและช่วยให้ถูกวิธี

16 March 2015
12355 view

การสำลัก ในเด็กอันตรายมาก 

การสำลัก คือ การมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหลอดลม และร่างกายทำการปฎิเสธสิ่งแปลกปลอมด้วยการไอติดต่อกันหลายๆครั้ง เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมให้ออกมาจากหลอดลม

อันตรายจากการสำลักสิ่งแปลกปลอม 

1. การสำลักทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กมีทางเดินหายใจมีขนาดเล็กอยู่แล้ว การอุดกั้นแม้เพียงเล็กน้อยส่งผลให้เสียชีวิตได้ทันที
2. การสำลักทำให้เกิดการอุดกั้นของหลอดลมส่วนปลาย ปัญหาตามมาคือเกิดภาวะปอดแฟบ ปอดพอง หรือหอบหืดได้
3.การสำลัก ทำให้เกิดการอุดกั้นการระบายของเสมหะในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดปัญหาการอักเสบติดเชื้อตามมาเช่น ปอดอักเสบ , หลอดลมอักเสบ เป็นต้น
4.การสำลัก ทำให้ มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในทางเดินหายใจ สิ่งแปลกปลอมดังกล่าวทำปฏิกิริยากับเสมหะหรือสิ่งคัดหลั่งต่างๆ เกิดเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างเข้มข้น รั่วซึมออกวัสดุแปลกปลอม ทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างรุนแรง จนบางครั้งเกิดการทะลุของอวัยวะภายในเข้าสู่ช่องอกเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ สิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้บ่อยๆ ได้แก่ ถ่านนาฬิกา

การช่วยเหลือเมื่อเด็กสำลักสิ่งแปลกปลอม

การช่วยเหลือที่ถูกต้อง ลดการเสียชีวิตโดยเฉพาะในเด็กเล็กสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือเด็ก ที่สำลักวัตถุของแข็งคือ ไม่ควรรีบใช้มือหยิบจับ หรือดึงของออกมาจากปากเด็ก เพราะนิ้วมืออาจไปกดทับสิ่งของที่อยู่ด้านใน และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นบวมขึ้นและบางครั้งอาจดันทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น การช่วยเหลือในเบื้องต้นจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อคุณมั่นใจว่า มองเห็นวัตถุสิ่งแปลกปลอม แล้วเปิดปากเด็กหยิบวัตถุออกมา การช่วยเหลือที่ถูกต้องควรช่วยเหลือเด็กดังนี้

1.กรณีเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กโตช่วยเหลือผู้ป่วยโดยในผู้ใหญ่ หรือเด็กโต ให้ทำในท่านั่งหรือยืนโน้มตัว ไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ผู้ช่วยเหลือเข้าทางด้านหลัง ใช้แขนสอดสองข้างโอบผู้ป่วยไว้ มือซ้ายประคองมือขวาที่กำมือวางไว้ที่ใต้ลิ้นปี่ ดันกำมือขวาเข้าใต้ลิ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดแรงดันในช่องท้อง ดันเข้าใต้กระบังลมผ่านไปยังช่องทรวงอก เพื่อดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกจากกล่องเสียง

2.กรณีเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้เใช้วิธีตบหลังหรือใช้ฝ่ามือวางลงบนทรวงอก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดลงบริเวณใต้ลิ้นปี่

3.หากไม่มั่นใจ ให้รีบส่งโรงพยาบาลเร็วที่สุด เพราะหากเนิ่นนานทำให้สมองพร่องออกซิเจนได้  การที่สมองพร่องออกซิเจนเป็นเวลานาน ทำให้กลายเป็น เจ้าหญิง เจ้าชาย นิทราได้ ดังกรณีเคสตัวอย่างต่อไปนี้

 

เคสตัวอย่าง เด็ก 11 เดือน สำลักข้าวเปลือก กลายเป็นเจ้าชายนิทรา 

จากการให้ประวัติโดยคุณแม่ คือ น.ส.สุชาดา เรืองทิพย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 10 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  คุณแม่ลำดับเหตุการณ์ว่า  ตนได้พาลูกชาย( น้องซัน )ไปหัดเดินหน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาให้อาหารไก่ตามปกติ คุณตาน้องซันได้โปรยข้าวเปลือกให้ไก่กิน  น้องซันจึงหยิบใส่ปากตามประสาเด็กก่อนจะสำลักแล้วหยุดหายใจ ตนรีบพาไปอนามัยแต่ไม่ดีขึ้นจึงพาไปที่ร.พ.ชะอำ หมอช่วยปั๊มหัวใจขึ้นมาได้แต่กลายเป็นไม่รู้สึกตัว คุณหมอจึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ร.พ.พระจอมเกล้าแล้วส่งต่อไปที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เมื่อเอกซเรย์แล้วถึงรู้ว่ามีข้าวเปลือกติดอยู่ในปอดข้างซ้าย หมอ บอกว่าสมองน้องซันถูกทำลายไปหมดแล้วไม่สามารถกลับมาปกติ

10176020_1543451992569964_8372993464449797506_n
น้องซัน วัย 11 เดือน สำลักข้าวเปลือก

การเลี้ยงเด็กประมาทไม่ได้เเม้แต่วินาทีเดียว คุณพ่อ คุณแม่ต้องระมัดระวังให้มากๆ และควรศึกษาวิธีช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉินต่างๆไว้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมก่อนถึงมือแพทย์ ค่ะ

บทความแนะนำเพิ่มเติม 

การดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกโดนน้ำร้อนลวก

บทความที่เกี่ยวข้อง