คนท้องนอนไม่หลับ แก้ได้ไม่ยาก แค่ทำตามวิธีนี้

08 October 2022
526 view

คนท้องนอนไม่หลับ 

.

.

ปัญหานอนไม่หลับเป็นปัญหาใหญ่ที่กวนใจคนท้อง เพราะนอกจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่แล้วยังส่งผลต่อพัฒนาการทารกในครรภ์อีกด้วย การนอนไม่หลับนี้จะส่งผลทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนในช่วงเวลากลางวันไม่มีสมาธิในการทำงานและอาจมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งการที่ คนท้องนอนไม่หลับ จะแก้ด้วยวิธีไหนดี วันนี้เรามีวิธีแก้ง่าย ๆ มาแนะนำรับรองได้ว่าจะช่วยให้คนท้องนอนหลับสบายตลอดทั้งคืนแน่นอน โดยจะมีวิธีแก้อย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลยดีกว่า

คนท้องนอนไม่หลับ ปัญหาที่พบบ่อยขณะตั้งครรภ์

คนท้องนอนไม่หลับ เป็นหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยมากโดยเฉพาะคนท้องที่อยู่ในช่วงไตรมาสแรก และไตรมาสที่ 3 โดยปัญหาที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มี อาการนอนไม่หลับ นั้นมาจากหลายสาเหตุ อย่างเช่น มีอาการปวดหลัง คลื่นไส้วิงเวียน มีอาการแสบร้อนกลางอกเนื่องจากกรดไหลย้อน หรือรู้สึกนอนไม่สบายเนื่องจากขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นหรือมีความวิตกกังวล เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่สร้างปัญหาให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนไม่หลับเกิดการกระสับกระส่าย หากปล่อยไว้อาจจะเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ เพราะฉะนั้นการนอนไม่หลับของคนท้องจำเป็นจะต้องรีบแก้ไข

วิธีแก้ปัญหานอนไม่หลับ ช่วยให้หลับง่ายขึ้น

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับยาก วันนี้เรามีวิธีแก้ง่ายๆ ช่วยให้หลับสบายมากขึ้นมาแนะนำ คุณแม่ที่มีปัญหา คนท้องนอนไมหลับ ลองนำไปใช้ดูเชื่อว่าจะทำให้หลับง่ายขึ้นได้อย่างแน่นอน

1.เข้านอนให้เป็นเวลา

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาในเรื่องการนอนไม่หลับ หรือหลับยาก ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนอน โดยเข้านอนเป็นเวลาถ้าทำแบบนี้เป็นประจำและเมื่อร่างกายปรับตัวได้ก็จะทำให้คุณแม่ง่วงนอนแบบอัตโนมัติเหมือนอย่างเราเซ็ตเวลาไว้ ทีนี้ก็จะรู้สึกหลับง่ายขึ้น

2.อาบน้ำอุ่นก่อนนอน

สำหรับคุณแม่ที่มี อาการนอนไม่หลับ การอาบน้ำอุ่นก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เพราะการอาบน้ำอุ่นจะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย เส้นเลือดขยายตัวระบบไหลเวียนดีขึ้น ส่งผลทำให้รู้สึกนอนหลับสบาย 

3.ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอน

คนท้องนอนไม่หลับ ลองหาเครื่องดื่มอุ่น ๆ ชงดื่มก่อนนอนจะสามารถช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนหลับง่ายขึ้น โดยให้เลือกเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีคาเฟอีนผสม หรือจะดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอนก็ได้ นอกจากจะช่วยทำให้นอนหลับสบายแล้วยังทำให้อิ่มท้องไม่ตื่นมาเพราะหิวอีกแน่นอน แถมนมยังอุดมไปด้วยแคลเซียมเป็นสิ่งที่ร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการ อีกด้วย แต่ข้อควรระวังก็คือไม่ควรดื่มมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้คุณแม่ปวดปัสสาวะจนต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก และกลับไปนอนหลับยากอีกควรดื่มตามปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า

4.ทำจิตใจให้สบายไม่เครียดเกินไป

คนท้องนอนไม่หลับ สาเหตุส่วนใหญ่เพราะมาจากความเครียดความวิตกกังวลมากเกินไป ส่งผลทำให้เกิด อาการนอนไม่หลับ ในช่วงเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นช่วงที่ก่อนเข้านอนควรทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด หรือจะใช้วิธีนั่งสมาธิช่วยทำให้จิตใจสงบสัก 5 -15 นาทีก่อนนอนก็จะช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลาย และทำให้นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน

5.ออกกำลังกายบ้าง

ในช่วงที่ท้องยังไม่แก่มาก คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถที่จะออกกำลังกายในท่าที่เหมาะสมได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ การยกเวทเบา ๆ หรือจะเดินเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที จะช่วยให้คุณแม่นอนหลับง่ายขึ้น แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเวลาเข้านอน 4 ชั่วโมง เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวและนอนไม่หลับได้

6.ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 

คนท้องนอนไม่หลับ มีปัญหาในเรื่องการนอน ลองหันมารับประทานอาหารจำพวกแป้ง คาร์โบไฮเดรต เช่นพวกแครกเกอร์ ขนมปัง เป็นอาหารมื้อเย็นแทน จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งควรรับประทานอาหารเย็นให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เวลาในการย่อยอาหารมากขึ้น ไม่ควรนอนหลังทานอาหารทันทีเพราะจะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงก็ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงตัวตลอดทั้งคืน ป้องกันอาการปวดหัว หรือนอนไม่หลับได้เช่นกัน

7.สวมใส่ชุดนอนที่สบายตัว 

เสื้อผ้าที่แน่นเกินไป บวกกับขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นก็เป็นปัญหาทำให้ คนท้องนอนไม่หลับ ได้เช่นกัน หากคุณแม่รู้สึกรำคาญกับอาการคัดเต้าในเวลากลางคืน ควรสวมใส่เสื้อผ้าสำหรับคนท้อง สวมใส่สบาย ๆ ไม่อึดอัด มีขนาดหน้าอกที่กว้างจะช่วยให้รู้สึกนอนหลับสบายมากขึ้น 

และนี่คือ 7 วิธีแก้นอนไม่หลับช่วยให้หลับง่ายขึ้นที่เราได้รวบรวมมาฝากในวันนี้ คนท้องนอนไม่หลับ เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นหากคุณแม่มีอาการนอนไม่หลับไม่ว่าจะลองมาแล้วหมดทุกวิธีก็ยังไม่สามารถช่วยให้นอนหลับได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษา เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team 



บทความที่เกี่ยวข้อง