ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพแวดล้อมชี้เคล็ดวิธี “ดูแลลูกน้อยจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5”

16 January 2019
173 view

จากสภาวะค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีระดับเกินมาตรฐานจนทำให้มีผลต่อ สุขภาพของผู้ที่ต้องเผชิญกับ ความหนาแน่นของฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก และในอีกหนึ่งช่วงวัยที่ต้องเผชิญเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่วัยทำงานในการเดินทางในช่วงที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายหนาแน่นคงหนีไม่พ้นน้องๆ หนูๆที่อยู่ในวัยเรียนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกไปเผชิญสภาวะฝุ่นที่มีความหนาแน่นในตอนเช้าเพื่อไป โรงเรียน ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่เหล่าผู้ปกครองวิตกกังวล และให้ความสนใจกับสุขภาพของลูกเป็นจำนวนมาก

คุณวัน ภาดาท์ วรกานนท์  ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีลูกชายที่ต้องเผชิญกับปัญหานี้เช่นเดียวกันให้คำแนะนำสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครอง ที่มีความ จำเป็นที่จะต้องพาบุตรหลานออกไปเผชิญกับสภาพอากาศในช่วงนี้ว่า.... 

ในฐานะที่วันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและจากประสบการณ์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง เช่นเดียวกับทุกท่านจึงมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ ที่ผู้ปกครองทุกท่านสามารถนำไปดูแลป้องกันลูกหลานขอท่านได้โดยมี 7 วิธีการเบื้องต้นง่ายๆ มาแนะนำกันค่ะ

1. เตรียมหน้ากากอนามัย N95  พร้อมปรับให้ขนาดพอดีกับโครงหน้าของเด็กให้มากที่สุดเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของฝุ่นละออง และในช่วงนี้ก่อนออกจากบ้านในช่วงนี้ควรเช็คค่าบริมาณฝุ่นละอองทุกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม
2. ควรสวมเสื้อแขนยาว เพื่อป้องปันผิวหนังจากฝุ่น เนื่องจากผิวเด็กมีความบอบบางต่อการระคาย เคืองได้มากกว่าผู้ใหญ่ อาจเกิดผดผื่นและอาการคันตามร่างกายขึ้นมาได้
3. ควรพกกระดาษเปียก เพื่อเช็ดทำความสะอาดเด็กๆ ก่อนเข้าโรงเรียน หรือรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันฝุ่นที่ติดตามมือ หรือผิวหนังเข้าร่างกาย
3. ในช่วงนี้ใครให้เด็กๆ งดหรือหลีกเลี่ยงจากกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดโอกาสในการปะทะกับฝุ่นละอองโดยหันมาทำกิจกรรมในร่มแทน ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้จำกัดเวลา โดยสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันให้รัดกุม
5. ช่วงเวลาของการเดินทางใช้ฟังก์ชั่นหมุนเวียนอากาศภายในรถ เพื่อช่วยในการระบายความหนาแน่นของฝุ่นเพื่อไม่ให้เด็กๆ อยู่กับฝุ่นละอองที่หนาแน่นมากมากเป็นเวลานานในขณะเดินทาง
6. ช่วงนี้ควรเช็คการหมุนเวียนอากาศภายในที่พัก ควรตรวจตราไม่ให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้ามาในจำนวนที่มากเกินไปหมั่นทำความสะอาดและคุมการเข้าออกของอากาศและสามารถใช้เครื่องฟอกอากาศเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีสำหรับเด็กๆและทุกคนในครอบครัว
7. บำรุงร่างกายเด็กๆในการดูแลด้วยอาหารที่มีวิตามินสูง และโอเมก้า เพื่อช่วยให้ร่างกายผลิตสารแอนตี้ออกซิแดนต์ไว้คอยต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่มาพร้อมกับฝุ่นละออง

ซึ่งนอกจากทุกท่านจะนำทั้ง 7 วิธีนี้ไปดูแลลูก แล้วคุณวันยังมีข้อสังเกตอาการของลูก หากมีอาการดัง 3 ข้อต่อไปนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ในทันทีค่ะ

1. ไอจามผิดปกติ หรือมีน้ำมูกไหล
2. ผดขึ้นตามผิวหนัง ใบหน้า หรือลำตัว
3. มีอาการคันตา จมูกมากกว่าปกติเพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของไซนัสอักเสบจากการสูดฝุ่นละอองเข้าไปเป็นจำนวนมาก

เมื่อปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้พร้อมสังเกตอาการลูกอย่างสม่ำเสมอรับรองได้ว่าคุณแม่และคุณพ่อ จะสามารถรับมือเพื่อให้ลูกๆปลอดภัยจากจากฝุ่นละอองตัวร้ายในระดับเกินมาตรฐานในช่วงนี้ได้ อย่างแน่นอนค่ะเพราะเราต้องตระหนักไว้เสมอค่ะว่าในช่วงวัยของเด็กนั้น มีภูมิคุ้มกันที่น้อยกว่าวัยผู้ใหญ่ และยังมีความซุกซนตามวัยที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเข้มงวดกันสักนิดจนกว่าค่าฝุ่นละอองจะลดลงมาสู่ในระดับปกติค่ะ และคุณวัน ยังขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านในการดูแลลูกและสุขภาพให้ปลอดภัย จากฝุ่นละอองในช่วงนี้ค่ะ “คุณวัน ภาดาท์  วรกานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา” กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก:คุณวัน ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา