8 ทักษะที่ลูกต้องมี เพื่อความสำเร็จในอนาคต

22 November 2018
6617 view

ความฉลาดทางวิชาการอาจไม่สามารถชี้วัดความสำเร็จของคนเราได้ เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ง่าย สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เท่าๆกัน บันไดสู่ความสำเร็จของลูกจึงต้องเพิ่ม 8 ทักษะสำคัญ เพื่อสร้างความสำเร็จในอนาคต มีดังนี้

1.สมาธิจดจ่อ (Sustain Focus)

สมาธิเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ทุกสิ่ง เพราะสมาธิมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความจำ การมีเหตุมีผล และการแก้ปัญหา การที่เด็กนิ่งมีสมาธิ จะเกิดคลื่นสมองอัลฟา (Alpha) ช่วยให้เด็กรับและเก็บข้อมูลในเรื่องที่สนใจเข้าไปไว้ในสมองได้ดี เกิดการเรียนรู้เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย

2.อดทนรอคอย (Self-regulation)

การฝึกลูกให้รู้จักอดทนรอคอย จะช่วยให้ลูกไม่เอาแต่ใจ เมื่อโตขึ้นจะมีเหตุ มีผล รักษาคำพูดตรงต่อเวลา ทักษะการอดทนรอจะช่วยให้เด็กสามารถทำงานได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด และประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไม่ยาก สอดคล้องกับผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ทดสอบกับเด็กอายุ 4-6 ขวบ จำนวน 600 คน โดยทิ้งให้พวกเขาอยู่กับขนมมาร์ชเมลโล่เพียงลำพัง ซึ่งเด็กๆ สามารถหยิบขนมกินได้ถ้าต้องการ แต่ถ้าสามารถอดทนรอนักวิจัยได้ 15 นาที พวกเขาจะได้รับขนมเพิ่มขึ้น

ผลงานวิจัยพบว่า เด็กที่อดทนได้ เมื่อโตขึ้นจะปรับตัวและเข้าสังคมได้ดีกว่า ยิ่งกว่านั้นยังมีทักษะทางอารมณ์ที่ดีกว่า และมีแนวโน้มจะเป็นคนตรงต่อเวลา มีเหตุผล รักษาคำพูด ไม่เอาแต่ใจ สามารถทำงานได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด และประสบความสำเร็จในชีวิต

3.รู้จักแก้ปัญหา (Problem Solving)

ทักษะการแก้ปัญหาเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แบเบาะ การคิดแก้ปัญหาเป็นการคิดเชื่อมโยงของสมอง โดยการนำประสบการณ์มาคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา ยิ่งเกิดปัญหาซับซ้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาที่ดีให้กับเด็กได้มากขึ้น เพราะเด็กที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาได้สำเร็จตั้งแต่เด็ก จะเป็นแรงผลักดันให้เขาเกิดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4.จดจำนำมาใช้ (Good Memory)

ความจำ เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ โดยอาศัยความสนใจและสมาธิ การสังเกตและเด็กที่มีสมาธิที่ดีจะสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี การเชื่อมโยง รวมทั้งการทำซ้ำๆ

5.สื่อสารเข้าใจ (Good Communication)

เด็กที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาษา เสียง มีจังหวะ ทำนอง เสียงพูด จะทำให้การทำงานของสมองเกิดการพัฒนาที่ซับซ้อนขึ้น และมีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็ว การสื่อสารคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ปัจจุบันการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การฝึกทักษะด้านการสื่อสารให้แตกฉาน สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะบอกได้ จึงเป็นสะพานสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก

6.ริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative)

ความคิดสร้างสรรค์ สร้างความสำเร็จได้ การฝึกให้ลูกใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นการช่วยปลุกสมองลูกให้ตื่น ยิ่งใช้งานย่างต่อเนื่องเซลล์สมองจะยิ่งเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เด็กที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มักประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะความคิดของเด็กกลุ่มนี้จะแปลกใหม่ หลากหลาย ไม่ซ้ำใคร ทักษะข้อนี้ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

7.เข้าสังคมได้ (Social skills)

เด็กแต่ละช่วงวัยต้องการสังคม แต่เด็กทุกคนไม่สามารถอยู่ในสังคมได้เหมือนๆกัน เด็กที่มีทักษะทางด้านสังคมที่ดี จะสามารถอยู่กับผู้อื่นได้อย่างอย่างมีความสุข การเข้าสังคมของเด็กจะฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักการทำงานเป็นทีม และเข้าใจคำว่าทีมเวิร์ค ทีมเวิร์คนำพาความสำเร็จมาสู่ตัวเราได้

8.มีคุณธรรม (Integrity)

การฝึกทักษะให้ลูกรู้จัก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาการเรียนรู้ เมื่อลูกมีทักษะด้านนี้แล้วนั้น สมองและใจของลูกจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในการแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ การแยกแยะทำในสิ่งที่ดี เป็นการนำพาอนาคตลูกไปสู่ความสำเร็จได้

ความสำเร็จของลูกอาจไม่ยาก หากโฟกัสตรงจุด สอดคล้องกับความคิดเห็นของ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์  กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช  ที่แนะนำคุณแม่ให้เริ่มโฟกัส 8 ทักษะสำคัญอย่างเข้าใจ มาฟังไปพร้อมๆกันค่ะ

คุณแม่คงเข้าใจแล้วนะคะว่า 8 ทักษะมีสำคัญต่อความสำเร็จของลูกอย่างไรบ้าง แต่ถึงอย่างไร ความสำเร็จของลูกยังต้องมีโภชนาการ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง สมวัย และพร้อมสำหรับการพัฒนา 8 ทักษะที่เด็กยุคนี้ต้องมี

โภชนาการต้องพร้อมเพื่อพัฒนา 8 ทักษะได้สำเร็จ

โภชนาการคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสมองให้แข็งแกร่งพร้อมเรียนรู้ ตั้งแต่แรกคลอดลูกจึงควรได้รับนมแม่ เพราะนมแม่อุดมไปด้วย DHA และ MFGM MFGM  (Milk Fat Globule Membrane) เป็นเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่ประกอบด้วย DHA ซึ่งถูกค้นพบในน้ำนมแม่ แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตนมผงในปัจจุบันทำให้ มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน สามารถเติม MFGM จากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำนมวัวลงในนมผงสูตรสำหรับเด็กได้ MFGM ประกอบด้วย ไขมันหลายชนิด เช่น ฟอสโฟลิปิด สฟิงโกไมอีลิน และแกงกลิโอไซด์ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างเซลล์สมอง

จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า เมื่อ MFGM ทำงานร่วมกับ DHA จะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อเซลล์สมองของเด็ก ทำให้สมองทำงานเต็มที่ทั้งระบบ มีงานวิจัยพบว่าเด็กดื่มนมสูตรเสริม MFGM และ DHA จะมีพัฒนาการด้านสติปัญญาในระดับที่ดีขึ้นกว่าเด็กที่กินนมสูตรเพิ่ม DHA เพียงอย่างเดียว

นอกจากนั้นการดูแลให้ลูกได้รับ แคลเซียม โคลีน ธาตุเหล็ก สังกะสีหรือ Zinc รวมถึงวิตามินที่สำคัญๆ อย่างเช่น วิตามินบี 12 วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี วิตามินดี ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกมี สุขภาพดีพร้อมเรียนรู้ทักษะต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

จะโฟกัสอย่างไรให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างมีแบบแผน  อย่าพลาดนะคะ Mamaexpert จะมาช่วยคุณแม่โฟกัสกิจกรรมดีๆ ที่มีความสัมพันธ์กับ 8 ทักษะเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต  แล้วพบกันค่ะ!!!

สนับสนุนโครงการ 8 ทักษะเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต โดยเอนฟาโกร เอพลัส
เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.enfababy.com/enfa8skills 

บทความที่เกี่ยวข้อง