ตกขาวผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่น ตกขาวสีน้ำตาลแก้ไขอย่างไรดี?

20 June 2018
850 view

ตกขาวผิดปกติ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตกขาวผิดปกติ แบบไหนที่ควรพบแพทย์

ตกขาวผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่น ตกขาวสีน้ำตาลแก้ไขอย่างไรดี เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณผู้หญิง เพราะตกขาวผิดปกติส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ อาการคัน สร้างความลำคานให้คุณผู้หญิงเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมาอีกด้วย แล้วตกขาวผิดปกติ แก้ไขได้หรือไม่รักษาอย่างไรดี Mamaexpert มีคำตอบ มาดูกันเลย...

ตกขาวผิดปกติ มีอาการอย่างไร

ตกขาวผิดปกติ จะมีลักษณะที่สังเกตได้ ดังนี้

  1. ตกขาวมีปริมาณที่มากขึ้นจนทำให้บางครั้งต้องใช้ผ้าอนามัย
  2. ตกขาวมีลักษณะของสีที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น จากใสไม่มีสีหรือสีขาว เป็นสีเหลือง สีเขียว
  3. ตกขาวมีลักษณะข้นจับตัวเป็นก้อน หรือมีลักษณะเป็นฟอง หรือเป็นมูกเลือด
  4. มีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีอาการคันอวัยวะเพศ หรือบางครั้งมีอาการปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย หรือมีแผลในบริเวณอวัยวะเพศ

อาการตกขาวที่เป็นปกติจะมีลักษณะเป็นมูกใส หรือ คล้ายแป้งเปียก ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่ทำให้เกิดอาการคัน โดยทั่วไปจึงไม่จำเป็นต้องให้การรักษา

ตกขาวผิดปกติ มีสาเหตุเกิดจากอะไร

ตกขาวผิดปกติโดยส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากช่องคลอดอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วไป ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อรา และเชื้อพยาธิ มีรายละเอียดดังนี้

ตกขาวผิดปกติเกิดจากอาการอักเสบจากการติดเชื้อ

สาเหตุหลักมักมาจากการติดเชื้อ ได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือเกิดจากเชื้อราที่ชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคน (Candida Albicans) มักเกิดกับหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวะนะ เช่น แอมพิซิลลิน เตตราชัยคลีน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ผู้ที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด และผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ มีอาการคัน ตกขาวมีสีขาวข้นคล้ายคราบนม

ตกขาวผิดปกติเกิดจากการไม่ติดเชื้อ

กล่าวคือ เกิดจากการใช้สบู่ล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ ครั้งเพราะว่าสารจากสบู่จะเป็นตัวที่ไปฆ่าแบคทีเรียชนิดดี ที่สามารถช่วยรักษาจุดซ่อนเร้นของเราตายไปจนหมด จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและมีกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น หรือเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในช่องคลอด เช่น กระดาษชำระ ผ้าอนามัยแบบสอด สำลี หรืออุปกรณ์ทางเพศ เพราะตอนมีเพศสัมพันธ์นั้นใส่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไว้ในช่องคลอด และส่วนใหญ่ตกขาวมักจะมีสีเหลือง บางครั้งเป็นฟอง อาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด และอาจจะทำให้เป็นมะเร็งช่องคลอดหรือเนื้องอกในช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูก

ตกขาวผิดปกติ แบบไหนที่ควรพบแพทย์

เมื่อตกขาวมีกลิ่นเหม็น กลิ่นคาว มีสีที่เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง สีเขียว สีเทา มีเลือดปน หรืออาการร่วมอื่น ๆ เช่น คัน มีไข้ ปวดท้อง แสบร้อนบริเวณช่องคลอด ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

ตกขาวผิดปกติ แก้ไขอย่างไรดี

  1. หากประเมินอาการแล้ว ยังไม่ต้องรักษา ควรเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
  2. หากมีอาการผิดปกติตามข้อใด ข้อหนึ่งในเบื้องต้น ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาให้ตรงจุด หลายคนซื้อยาเหน็บเอง อันตรายเพราะบางครั้งคันแต่ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา แต่อาจเกิดจากพยาธิ ทำให้รักษาผิดๆ ใช้ยาคนละตัวกรณีที่คันเพราะตกขาวจากเชื้อรา การรักษาด้วยยา แพทย์จะให้เหน็บยา โคลไทรมาโซล แต่ถ้าคันจากพยาธิพยาธิในช่องคลอดแพทย์ จะรักษาโดยให้รับประทานยา เมโทรนิดาโซล ซึ่งแตกต่างกันคนละเรื่องเลยก็ว่าได้
  3. การคันผิดปกติ อาจไม่ใช่อาการตกขาวที่ผิดปกติเล็กน้อย แต่อาจเป็นอาการเตือนว่า คุณเป็นมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ก็ได้ค่ะ
  4. การเป็นตกขาว ที่เกิดจากคู่นอน ควรพาคู่นอนของคุณไปตรวจรักษาด้วย จะได้หายอย่าเด็ดขาดไปเลย

ตกขาวผิดปกติ รักษาอย่างไร

การรักษาอาการตกขาวผิดปกติ แพทย์จะรักษาตามอาการ หากพบว่าตกขาวผิดปกติเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ และถ้าหากเป็นการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ แพทย์จะให้ยารักษากับคู่นอนด้วย หากความผิดปกตินั้นเกิดจากเชื้อรา แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อรา อาจเป็นชนิดทานหรือชนิดเหน็บขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

ตกขาวผิดปกติ ป้องกันได้หรือไม่

ปัญหาตกขาวผิดปกติสามารถป้องกันได้โดยการ ทำร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดสุราและบุหรี่ หลีกเลี่ยงการอับชื้น ไม่ใส่กางเกงในรัดเกินไป และระวังในเรื่องการทานยาฆ่าเชื้อในขณะที่เป็นหวัด เพราะอาจทำให้มีตกขาวตามมาได้ การฉีดน้ำล้างช่องคลอดเป็นเวลานาน ก็ส่งผลทำให้เกิดตกขาวที่ผิดปกติได้ค่ะ

ตกขาวอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคน แต่ถ้าหากมีอาการผิดปกติก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสุขอนามัย ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติให้มากขึ้น เมื่อพบปัญหาหรือข้อสงสัยควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรมองข้ามค่ะ ด้วยรักและห่วงใย จากใจ Mamaexpert…

บทความแนะนำเพิ่มเติม

1. ตกขาวขณะตั้งครรภ์ อันตรายรือไม่

2. อาการวันตกไข่เป็นอย่างไร ผู้หญิงต้องรู้

3. ลดอาการปวดประจำเดือนด้วยกล้วยหอม

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team