รกเกาะต่ำขณะตั้งครรภ์ ทำอย่างไร

10 December 2012
9310 view

รกเกาะต่ำ 

เมื่อมีการตั้งท้อง  ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะมีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดจะมีส่วนหนึ่งที่แยกไปเป็นตัวลูกในท้อง  ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลายไปเป็นรก

รก  (Pacenta )  จะมีหน้าที่ในการนำสารอาหารจากคุณแม่มาเลี้ยงลูกในท้องต่อไป  ดังนั้นจะเห็นได้ว่ารกก็เจริญมาจากไข่ที่ถูกผสมเช่นเดียวกับตัวลูก  ขณะที่ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตโดยลอยน้ำอยู่ในน้ำคร่ำ  รกก็จะเจริญเติบโตโดยเกาะติดอยู่กับผนังมดลูกและค่อย ๆ  ฝังลึกเข้าไปในผนังมดลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ  ตำแหน่งที่รกเกาะติดกับผนังมดลูกมักอยู่ที่บริเวณด้านบนของมดลูก  โดยอาจค่อนไปทางด้านหลังเล็กน้อย  ผลดังกล่าวทำให้ไม่มีอะไรมาขวางบริเวณปากมดลูก  ซึ่งจะต้องเปิดออกให้ลูกคลอดออกมาเมื่อถึงเวลา ในคุณแม่บางรายแทนที่รกจะเกาะ  ณ  ตำแหน่งดังกล่าวกลังมาเกาะคลุมที่ส่วนล่างของมดลูกหรือคลุมที่ปากมดลูกบางรายก็คลุมปากมดลูกเพียงบางส่วน  ในขณะที่บางรายก็คลุมปิดปากมดลูกจนเต็มเลยก็มี  เราเรียกการเกาะของรกในลักษณะนี้ว่า   รกเกาะต่ำ หรือ Placenta previa

รกเกาะต่ำ มีกี่แบบ 3ระดับความรุนแรง

ทางการแพทย์เราแบ่งรกเกาะต่ำออกเป็น  3 ระดับตามความรุนแรงดังนี้

  1. รกเกาะคลุมปากมดลูกทั้งหมด  ซึ่งจัดว่ารุนแรงที่สุด  เพราะรกจะปิดปากมดลูกทั้งหมดไม่ยอมให้ลูกคลอดออกมาได้เลย  ต้องผ่าตัดคลอดเพียงอย่างเดียว
  2. รกเกาะคลุมปากมดลูกเป็นบางส่วน  กรณีนี้ถ้าปล่อยให้เจ็บท้องคลอด  ปากมดลูกที่ขยายมากขึ้นอาจดึงให้รกขยับสูงขึ้นและอาจไม่ขวางการคลอดของลูก  แต่มักจะทำให้เลือดออกมากจึงนิยมผ่าตัดคลอดเช่นเดียวกันกับกรณีแรก
  3.  รกเกาะบริเวณด้านล่างของมดลูกแต่ไม่คลุมปากมดลูก  กรณีนี้สามารถปล่อยให้ลูกคลอดทางช่องคลอดได้  แต่ต้องระวังว่ามีโอกาสที่เลือดจะออกมากได้เช่นกัน  แม้ว่าจะน้อยกว่า  2  กรณีแรกก็ตาม

รกเกาะต่ำเกิดขึ้นได้อย่างไร 

สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบ  แต่พบว่ามักจะเกิดในคุณแม่ที่มีลักษณะบางประการเช่น

  1. คุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาหลายครั้ง  การที่คุณแม่เคยคลอดหลายครั้ง  แต่ละครั้งก็ต้องมีการสร้างรก  รกที่สร้างขึ้นมักจะย้ายที่เกาะไปเรื่อย ๆ  เมื่อข้างบนของมดลูกเคยเกาะมาแล้วทำให้ตำแหน่งดังกล่าวไม่เหมาะที่จะเกาะซ้ำเพราะจะมีแผลเป็นและมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอจึงย้ายลงมาเกาะบริเวณปากมดลูกแทน
  2. เคยขูดมดลูก  เคยผ่าตัดที่มดลูก  หรือเคยมีมดลูกอักเสบ  มดลูกที่เคยถูกขูด  ถูกผ่าตัดหรือเคยมีการอักเสบ  ผนังด้านในบริเวณที่ถูกขูด  ถูกผ่าตัด  หรือเคยอักเสบมีแผลเป็น  มีเลือดมาเลี้ยงน้อยลง  ไม่เหมาะที่รกจะไปเกาะเพราะทำให้ได้รับเลือดไปเลี้ยงลูกน้อยลง  รกจึงเลื่อนไปเกาะข้างล่างที่บริเวณปากมดลูกแทน
  3. คุณแม่อายุมาก  คุณแม่กลุ่มนี้อาจจะมีมดลูกที่ผนังมดลูกมีคุณภาพไม่ดี  เหมือนรถเก่าเครื่องไม่ดี  รกจึงจำเป็นต้องหาที่เกาะใหม่ที่มีเลือดมาเลี้ยงมากกว่า  จึงมาเกาะที่บริเวณปากมดลูกแทน
  4. คุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด  มีโอกาสตั้งท้องแล้วมีรกเกาะต่ำมากกว่าคุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่  เชื่อว่าการสูบบุหรี่จัดทำให้คุณแม่ส่งสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงลูกได้น้อยลง  รกจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรับแก๊สออกซิเจนให้มากขึ้นโดยการขยายขนาดตัวเองทำให้มีบางส่วนขยายมาคลุมที่ปากมดลูกเกิดเป็นรกเกาะต่ำได้
  5. คุณแม่ตั้งท้องแฝดหรือตั้งท้องเด็กบวมน้ำ  การตั้งท้องทั้ง  2  ประเภทนี้จะทำให้รกมีขนาดใหญ่เนื่องจากต้องทำหน้าที่นำอาหารมาเลี้ยงลูกมากกว่าปกติ  การขยายใหญ่ของรกขึงทำให้เกิดรกเกาะต่ำได้เช่นเดียวกับคุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด

อย่างไรก็ตาม  ในคุณมี่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใด ๆ ดังที่กล่าวข้างต้นเลยก็ยังสามารถมีรกเกาะต่ำได้เช่นเดียวกัน  ดังนั้น  คุณแม่จึงยังควรที่ต้องสนใจตัวเองเสมอ  ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดควรรีบไปพบแพทย์ทันที

อาการ และ อันตรายของ รกเกาะต่ำ

เมื่อมีรกเกาะต่ำ  ในระยะแรกของการตั้งท้องคุณแม่จะไม่มีอาการผิดปกติอะไร  จนเมื่อการตั้งท้องดำเนินไปจนใกล้คลอดช่วงเวลาดังกล่าวมดลูกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก  ปากมดลูกและส่วนล่างของมดลูกจะเริ่มมีการบางตัวลงและยืดขยายมากขึ้นทำให้รกที่เคยเกาะแน่นที่บริเวณดังกล่าวมีรอยปริเกิดขึ้นได้จากการยืดขยายของส่วนล่างของมดลูกและปากมดลูกคล้ายกับรอยร้าวเล็กน้อยของผนังตึก ผลดังกล่าวทำให้มีเลือดออกที่บริเวณที่รกเกาะแล้วไหลผ่านปากมดลูกลงมาในช่องคลอด  เลือดที่ออกมักเป็นเลือดสด  โดยมีลักษณะพิเศษที่คุณหมอสามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นคือ  เป็นเลือดที่ออกทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้องร่วมด้วย  (painless  vaginal bleeding)  ส่วนมากเมื่อมีเลือดออกมา  ในครั้งแรกมักจะไม่มากนักและมักจะหยุดไปได้เอง  แต่ถ้าเป็นเลือดที่ออกครั้งที่  2  มักจะออกมาก  รวดเร็วและรุนแรงจนทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย  เหมือนตึกที่มีรอยร้าวนำมาก่อนแล้วโอกาสที่จะร้าวมากขึ้นและพังถล่มลงมาย่อมง่ายขึ้นด้วย

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น รกเกาะต่ำ 

คุณแม่ที่ไปฝากครรภ์ตามนัด จะสามารถตรวจพบได้เร็ว แพทย์จะตรวจจากการทำอัลตราซาวด์ สามารถทราบผลทันที

คุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะ  รกเกาะต่ำ จะให้การดูแลรักษาอย่างไร

สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการดูแลรักษาคุณแม่ที่มีรกเกาะต่ำคือ  ขณะที่ตรวจพบภาวะ รกเกาะต่ำ นั้น  คุณแม่ตั้งท้องครบกำหนดแล้วหรือไม่  ถ้าครบกำหนดแล้วควรพิจารณาผ่าตัดคลอดเลยโดยไม่ต้องรอให้เจ็บท้องเพราะถ้ารอเช่นนั้นอาจทำให้เสียเลือดมากได้แต่ถ้าตรวจพบขณะตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด  คุณหมอมักจะพิจารณาดูว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดมากน้อยเพียงใด  คุณแม่บางรายคุณหมออาจตรวจพบรกเกาะต่ำโดยบังเอิญขณะตรวจด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อดูลูกในท้องด้วยเหตุผลอื่นและรกที่เกาะต่ำนั้นก็ไม่ทำให้เลือดออกแต่ประการใด  กรณีเช่นนี้สามารถรอได้จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนด

ในคุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนดร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดไม่มากนักก็สามารถรอได้เช่นกัน  เหตุผลสำคัญในการรอก็คือ  เพื่อให้ลูกในท้องมีการเจริญเติบโตต่อไปจนครบกำหนดจะได้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ  โดยเฉพาะระบบการหายใจ  ซึ่งพบว่าถ้าให้คลอดก่อนครบกำหนด  ลูกในท้องอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากปอดยังทำงานไม่ดีพอ  ในระหว่างรอนี้คุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่นอนพักมาก ๆ  งดเว้นการทำงานหนักและการมีเพศสัมพันธ์  โดยหวังว่าจะทำให้รกได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด  เลือดจะได้หยุดและไม่ไหลออกต่อ ถ้าภายหลังการพักผ่อนแล้วพบว่าเลือดหยุดไหล  คุณหมอจะให้ฝากท้องไปเรื่อย ๆ  จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนดแต่ต้องนัดมาดูบ่อย ๆ  ในคุณแม่บางรายที่คุณหมอไม่แน่ใจว่าถ้าให้กลับบ้านแล้วจะพักผ่อนได้พอเพียง  คุณหมอก็อาจให้นอนในโรงพยาบาลตั้งแต่วินิจฉัยได้ว่าเป็นรกเกาะต่ำ  และรอจนตั้งท้องครบกำหนดแล้วรีบนำไปผ่าตัดคลอดก่อนที่จะเจ็บท้องคลอด  เพราะถ้ารอให้เจ็บท้องเลือดจะออกมากจนเป็นอันตรายได้ คุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด  และคุณหมออยากรอให้ลูกในท้องโตขึ้นอีกจนครบกำหนด  แต่เผอิญมีเลือดออกมากและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  หรือเลือดเคยหยุดไปแล้วกลับไหลออกมาใหม่ก็จะต้องผ่าตัดคลอดโดยเร็ว  แม้ว่าลูกจะยังโตไม่มากพอก็ตาม  เพราะถ้าปล่อยท้องไว้อาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่เองคืออาจจะเสียเลือดมากจนช็อกได้และในท่ีสุดลูกในครรภ์ก็จะเสียชีวิตตามมา

บทความที่เกี่ยวข้อง