นมแม่ แน่ที่สุด ด้วยคุณค่าสารอาหารเต็มเปี่ยมสู่ลูกรัก

23 August 2017
241 view

คุณแม่ทุกคนต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า นมแม่ เป็นนมที่ดีที่สุดในโลก เพราะนมแม่เปี่ยมด้วยสารอาหารกว่า200ชนิด นมแม่มีโปรตีนที่ดี ย่อยง่าย มีไขมันย่อยง่าย มีวิตามิน แร่ธาตุ อีกทั้งยังมีสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน และสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ยากที่นมชนิดอื่นๆจะเลียนแบบได้   แต่คุณแม่หลายๆ คนมีความกังวลใจว่า การให้ลูกน้อยดื่มนมแม่อย่างเดียวนานถึง 6 เดือนนั้น ลูกจะได้สารอาหารครบถ้วนหรือไม่ น้ำหนักลูกจะลดไหม? ลูกจะตัวโตเท่าเด็กคนอื่นๆ หรือไม่? วันนี้ Mamaexpert ชวนคุณแม่มือใหม่ ทำความรู้จักกับสารอาหารในน้ำนมแม่ เพื่อพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้ว นมแม่ แน่ที่สุดเป็นเรื่องจริง

สารอาหารหลักในนมแม่

น้ำนมแม่มี 3 ระยะ สารอาหารจึงปรับเปลี่ยนไปตามระยะของน้ำนม คุณแม่อย่าได้กังวลใจ เพราะในแต่ละระยะของน้ำนมแม่ มีสารอาหารที่ลูกต้องการตามช่วงวัยที่ครบถ้วนสมบูณ์ โดยสารอาหารหลัก ๆ ในน้ำนมแม่แต่ละระยะมีดังนี้

1.ระยะโคลอสตรุ้ม (colostrums) จะเกิดขึ้นใน72 ชั่วโมงแรกหลังทารกคลอด โคลอสตรุ้มเต็มเปี่ยม ด้วยสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เช่น IgA แลคโตเฟอริน เซลล์เม็ดเลือดขาว โปรตีนต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย น้ำนมในระยะนี้จะมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสไม่สูงมากนัก มีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม ปริมาณสูง แต่มีปริมาณโพแทสเซียม และแคลเซียมต่ำกว่านมที่ผลิตระยะหลัง  น้ำนมระยะนี้จึงเปรียบเสมือน "วัคซีน" ที่เน้นสร้างความแข็งแรงมากกว่าการเจริญเติบโตให้กับทารก

2.ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional milk ) ระยะเปลี่ยนหัวน้ำนมเป็นน้ำนมแม่  เกิดในช่วงวันที่ 4  ถึง 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด มีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายทารกต้องการ

3.ระยะนมแม่ ( Mature milk ) ระยะนี้น้ำนมแม่จะมีสีขาว ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก ซึ่งได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแลคโตส  ปริมาณและคุณภาพน้ำนมแม่ แตกต่างกันออกไปตามสารอาหาร ที่คุณแม่ได้รับด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ ในนมแม่จะมีพรีไบโอติกส์ ซึ่ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายทารก จะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดที่ดี ช่วยทำให้จุลินทรีย์ที่ดีเพิ่มจำนวนขึ้น เป็นการสร้างสมดุลในลำไส้ ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารก

อยากให้ลูกกินนมแม่ได้สำเร็จ เพราะนมแม่แน่ที่สุด

ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีทั้งปัจจัยด้านแม่และด้านลูกปะปนกัน หากคุณแม่มีหัวใจ ที่เข้มเเข็ง เตรียมความพร้อมตั้งใจจริงแล้วนั้น คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ดังใจหวังได้ไม่ยากค่ะ  




ใช้เทคนิค 4 ดูดตั้งแต่วันแรก ได้แก่

  • ดูดเร็ว ควรให้ลูกดูดนมแม่เร็วที่สุดหลังคลอดหากสามารถทำได้  ควรดูดภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • ดูดบ่อย เนื่องจากนมแม่อาจจะยังไม่มาในทันที คุณแม่ควรให้ลูกดูดกระตุ้นอย่างน้อย ข้างละ 5 นาที ทุก1-2ชั่วโมง
  • ดูดถูกวิธี การดูดบ่อยๆแต่อมไม่มิด “ลานนม” ก็ไม่มีประโยชน์ การดูดที่ถูกต้อง ต้องไม่มีเสียง ปากลูกอมมิดลานนม ปากแบะออกเหมือนปากปลา
  • ดูดเกลี้ยงเต้า ในวันที่นมแม่มาแล้ว ควรให้ลูกดูดเกลี้ยงเต้า เพื่อให้ได้รับน้ำนมครบส่วน

หากคุณแม่ทำดีที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นมแพะ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก นั่นเพราะ นมแพะ

  • มีระบบการให้น้ำนมแบบ อะโพไคร์น (Apocrine Secretion)ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพแนนท์ (Bioactive Components) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทอรีน  ช่วยให้การทำงานของสมองและจอประสาทตาดีขึ้นโพลีเอมีนส์  ส่งเสริมระบบทางเดินอาหาร ให้สมบูรณ์ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโกรทแฟคเตอร์  ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตโปรตีนในนมแพะเป็น โปรตีนนุ่ม ย่อยและดูดซึมง่าย โปรตีนในนมแพะ หรือโปรตีนCPP (Casein Phosphopeptides) ซึ่งเป็นโปรตีนCPP ที่ย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ และช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

  • มีไขมันที่ย่อยง่าย ไขมันในนมแพะ เรียกว่า MCT OIL ซึ่งเป็นไขมันห่วงโซปานกลาง ที่ย่อยง่าย ทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวที่ดี นอกจากนี้ในนมแพะยังมีโอเมก้า3,6,9 ช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง และพัฒนาการทางด้านร่างกายให้กับเด็กอีกด้วย
  • ลดความเสี่ยงเรื่องอาการท้องผูกมีพรีไบโอติก ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระนุ่ม ลดปัญหาท้องผูก กระตุ้นการดูดซึมแคลเซียม, แมกนีเซียมและธาตุเหล็ก และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอีกด้วย

ไม่ว่าจะอย่างไร นมแม่ยังคงเป็นนมที่ดีที่สุดสำหรับทารก Mamaexpert ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้คุณแม่คนไทย หันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีพัฒนาการที่ดีสมวัย สู้ ๆ ทุกบ้านค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง