เนื้องอกรังไข่ ภัยร้ายผู้หญิงที่ควรระวัง

10 May 2017
2212 view

ชนิดเนื้องอกรังไข่

  1. ถุงน้ำ (Cyst)เป็นเนื้องอก ที่มีลักษณะเป็นถุง ภายในบรรจุของเหลว น้ำ เนื้อเยื่อ
  2. เนื้องอกธรรมดาหรือชนิดไม่ร้ายแรง (Benign)
  3. เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง (Malignant)

สาเหตุการเกิดเนื้องอกรังไข่

  1. กรรมพันธุ์ ประวัติการเป็นมะเร็งของยาย ป้า มารดา พี่สาว น้องสาว
  2. หญิงที่เลี้ยงบุตรด้วยนมตนเอง พบว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่า
  3. อายุเข้าสู่วัยทองหรือมากกว่า 55 ปีขึ้นไป

อาการเนื้องอกรังไข่?

พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายถึงอาการของเนื้องอกรังไข่ชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้าย ไว้ ดังนี้

  1. มีความผิดปกติของประจำเดือน
  2. ปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากเนื้องอกอาจไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  3. ท้องผูก เนื่องจากเนื้องอกอาจไปกดเบียดลำไส้
  4. ท้องโตขึ้น
  5. ปวดท้องเฉียบพลัน อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อน เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเกิดการแกว่งตัวบิดขั้ว แตกออก เกิดการตกเลือด ติดเชื้อ
  6. ท้องอืด เบื่ออาหาร

มะเร็งรังไข่ต่างจากเนื้องอกรังไข่อย่างไร?

สำหรับอาการที่ควรสงสัยว่าเป็นเนื้องอกรังไข่ชนิดเนื้อร้าย (มะเร็งรังไข่) นั้น พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ ได้แนะนำ ให้สังเกตความผิดปกติ ดังต่อไปนี้

  1. เบื่ออาหาร น้ำหนักลดเนื่องจากก้อนเนื้อโตเร็ว
  2. อาจพบภาวะท้องมาน(มีน้ำในช่องท้อง) จากการตรวจร่างกายหรืออัลตราซาวด์ เนื่องจากมีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปอวัยวะอื่นๆ
  3. ผลการตรวจชิ้นเนื้อ สามารถจำแนกประเภทของเนื้องอกรังไข่ได้

ตรวจเนื้องอกรังไข่ ทำอย่างไร?

  1. แพทย์ซักประวัติ สอบถามอาการและตรวจร่างกายทั่วไป
  2. ตรวจโดยการคลำทางหน้าท้อง อาจพบก้อน
  3. ตรวจภายในหรือตรวจทางทวารหนัก
  4. ตรวจด้วยการอัลตราซาวด์ ผ่านทางหน้าท้องหรือช่องคลอด
  5. ตรวจโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
  6. ตรวจโดยการเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

แนวทางการรักษาเนื้องอกรังไข่

  1. กรณีแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้ว พบว่าเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงจะรักษาด้วยยาและเฝ้าติดตามอาการว่าเนื้องอกยุบลงหรือโตขึ้น อาจจะนัดอัลตราซาวด์เป็นระยะ
    กรณีแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่ แพทย์จะผ่าตัดเนื้อร้ายออกให้มากที่สุดและรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา
  2. กรณีผ่าตัดเนื้องอกรังไข่ชนิดธรรมดา จะพิจารณาข้อบ่งชี้ คือ หากรักษาด้วยยาและติดตามการรักษาเป็นระยะแล้วก้อนไม่ยุบ โตขึ้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนปวดเฉียบพลันจากการบิดขั้วของเนื้องอก มีการแตกของเนื้องอก มีเลือดออก แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด

ขอบคุณรูปภาพ : ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลหนองคาย 
ขอบคุณข้อมูล  : โรงพยาบาลพญาไท 1
บทความโดย    : พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 1

บทความที่เกี่ยวข้อง