เคล็ดลับการเลี้ยงลูก : 4เทคนิคฝึกลูกให้เป็นเด็กยิ้มเก่ง และอารมณ์ดี๊ดี

29 March 2017
25229 view

อยากให้ลูกเป็นเด็กยิ้มง่าย เริ่มที่พ่อแม่และคนใกล้ตัวค่ะ เพราะเด็กเลียนแบบความรู้สึก อารมณ์ต่างๆ ที่แสดงออกทาสีหน้าของพ่อแม่ หากคุณแม่บูดบึ้งเครียดอยู่ตลอด แน่นอน เบบี๋จะจดจำ บันทึกลงในสมองของเขาและทำตามแม่ เลียนแบบอารมณ์แม่ ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์บูด อารมณ์แปรปรวน เรามาฝึกลูกให้เป็นเด็กยิ้มง่ายกันค่ะ ทำได้ไม่ยากตามนี้เลย


ยิ้มให้ลูกในทุกๆครั้ง

ยิ่มมีประโยชน์ไม่มีโทษ ขณะที่ยิ้มนั้นเราใช้กล้ามเนื้อใบหน้าง่ายกว่าการทำหน้านิ่วคิ้วขมวดค่ะ กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการยิ้ม เรียกว่า Zygo Maticus เวลากล้ามเนื้อนี้ทำงาน จะหลั่งสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาสู่กระแสเลือด และเข้าสู่ระบบต่างๆร่างกาย และก็ช่วยกระตุ้นสมองให้คิดในแง่บวกมากขึ้น ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่ยิ้มอย่างจริงใจกับลูกน้อยบ่อย ๆ ในไม่ช้า ก็จะเห็นเบบี๋ยิ้มตอบกลับมายังคุณพ่อคุณแม่ และผู้คนรอบ ๆ ข้าง

เรียนรู้และแสดงออกตามธรรมชาติ

เมื่อเบบี๋รู้สึกเสียใจ หรือเรียกร้องความสนใจอะไรก็แล้วแต่ หรืออาจจะได้รับบาดเจ็บ ต้องหัดปล่อยให้ลูกร้องไห้หรือสะอื้น เปิดโอกาสให้เขารู้จักคิดแก้ไขด้วยตนเองบ้างค่ะ อย่าเพิ่งรีบเข้าไปปรับพฤติกรรม หรือทำให้สงบลง ถ้าเด็กได้เรียนรู้การแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ และการปฏิบัติที่เหมาะสมตามมา เมื่อโตขึ้นยามเข้าสังคมเขาก็จะรู้จักจัดการรูปแบบต่าง ๆ ของอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

เล่นกับลูกให้มาก เพราะพ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดในโลก

การแสดงออกทางสีหน้าของคุณพ่อคุณแม่ จะบ่งบอกอารมณ์ที่แตกต่างกันไป ในระหว่างที่ลูกน้อยเริ่มหัดพูดอ้อแอ้ และเริ่มต้องการแสดงออกทางสีหน้าที่หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยที่เริ่มแสดงอาการตอบสนองสถานการณ์ต่าง ๆ ของสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นเล่นกับเขาบ่อย ๆ โดยเฉพาะทางสีหน้า เช่น เล่น "จ๊ะเอ๋" หรือ "ซ่อนหา" ไม่นานลูกก็จะเล่นตอบตามได้เองค่ะ

พาลูกเรียนรู้การเข้าสังคมตั้งแต่แบเบาะ

การเข้าสังคมช่วยให้ลูกได้เรียนรู้อารมร์ที่แตกต่างของคนอื่นๆ ไม่ว่าจะกับเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักคุ้นเคย เพราะเด็กจะได้เรียนรู้ลักษณะทางอารมณ์ต่าง ๆ เช่น กล้าแสดงออก อ่อนไหว กระปรี้กระเปร่า กระตือรือร้น มีความสุข และมีความรัก มาอยู่รอบ ๆ ตัวลูกคุณ แล้วปล่อยให้คนเหล่านั้นได้สื่อสารกับลูกน้อย ผ่านทางสีหน้าและดวงตาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยิ่งเด็กได้มีโอกาสเรียนรู้เท่าไหร่ เขาก็จะมีพัฒนาการตอบสนองทางอารมณ์ที่มากขึ้นเท่านั้น  สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับค่ะ

4ข้อเองไม่มีข้อไหนที่ยากเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะการยิ้มให้ลูกในทุกครั้งที่สบตากัน  ไม่เสียเงิน แต่ผลตอบเเทนที่ได้รับ มันคุ้มค่าที่สุดเลยค่ะ  วันนี้คุณยิ้มให้เบบี๋แล้วหรือยัง 

บทความที่เกี่ยวข้อง