เมื่อต้องใช้ไข่บริจาค เพื่อตั้งครรภ์

25 April 2012
1153 view

เมื่อต้องใช้ไข่บริจาค เพื่อตั้งครรภ์

ว่าที่คุณแม่ที่ไม่สามารถผลิตไข่ของตนเองได้ หรือผลิตได้ไม่ดี หรือสตรีที่มียีนส์พันธุกรรมที่ผิดปกติที่สามารถถ่ายทอดไปยังบุตรได้ และต้องการจะมีบุตร มีทางออกคือ ให้มีการตั้งครรภ์โดยวิธีเด็กหลอดแก้ว และใช้ไข่บริจาค จากสตรีอื่นมาผสมกับอสุจิของสามีตนเอง
ผู้รับบริการ การทำเด็กหลอดแก้วโดยใช้ไข่บริจาค มักเป็นสตรีที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป เพราะสตรีวัยนี้คุณภาพไข่ของตนเองลดลงไปมาก และถ้าใช้ไข่จากสตรีที่อายุน้อยมาทำเด็กหลอดแก้วแทนไข่ตัวเอง ก็มักจะมีอัตราการตั้งครรภ์ที่สูง เพราะมีคุณภาพไข่ที่ดี โดยทั่ว ๆ ไป ผู้ที่จะเป็นแม่ตั้งครรภ์มักจำกัดที่อายุไม่เกิน 45 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาวะของสตรีผู้นั้น

ไข่บริจาคจะมี 2 แบบ คือ แบบที่ไม่ทราบว่าผู้บริจาคเป็นใคร และแบบที่ทราบว่าผู้บริจาคเป็นใคร โดยทั่วไปที่ V-IVF ของโรงพยาบาลวิภาวดี จะเป็นแบบหลังทั้งสิ้น เพราะเราไม่มีธนาคารไข่ และผู้รับบริจาคต้องการจะทราบว่าผู้บริจาคให้ตนเป็นใคร มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มีสุขภาพเป็นอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นญาติกัน เช่น เป็นน้องสาว หลานสาว หรือ เพื่อนสนิท เป็นต้น และการให้และรับบริจาคไข่จะต้องอยู่บนความสมัครใจ และถูกต้องตามกฎหมาย
ในประเทศไทย เรามีข้อกำหนดว่า นอกจากจะเป็นเรื่องยินยอมพร้อมใจกันแล้ว จะต้องไม่มีการซื้อ-ขาย และทั้งผู้ให้และผู้รับต้องผ่านการรับรองจากจิตแพทย์ว่าเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะและสติปัญญาดี ไม่มีปัญหาเรื่องของจิตผิดปกติ

ขั้นตอนการปฏิบัติเบื้องต้น

เมื่อสตรีที่ต้องการให้และต้องการรับไข่บริจาคแจ้งความจำนงกับแพทย์แล้ว จะได้รับคำอธิบายขั้นตอนวิธีทำ โดยละเอียดในส่วนของผู้ให้และในส่วนของผู้รับ รวมถึงผลที่จะได้และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อตกลงยินยอมกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว จะมีการขอความเห็นจากจิตแพทย์ว่าทั้งคู่ มีสุขภาพจิตดี รู้จักแยกแยะและตัดสินใจได้ดีเป็นปกติ
โดยทั่ว ๆ ไปสำหรับผู้รับที่มีอายุมาก (กว่า 40 ปีขึ้นไป) จะได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหาความเสี่ยงอื่น ๆ จากการตั้งครรภ์ สตรีผู้รับบริจาคและสามีจะได้รับการตรวจสุขภาพ และตรวจเลือด รวมถึงตรวจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี, ซี โรคติดตอทางเพศสัมพันธ์ กรุ๊ปเลือด ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (สตรี) การตรวจเชื้ออสุจิ (สามี)

กระบวนการเก็บไข่บริจาค

ผู้บริจาคไข่จะได้รับการกระตุ้นรังไข่ด้วยยาที่กระตุ้นรังไข่ที่เหมาะสม และเมื่อถึงระยะเก็บไข่ ก็จะมีการเจาะดูดไข่ออกมาเหมือนการเจาะดูดไข่ทำเด็กหลอดแก้วทั่ว ๆ ไป จากนั้นก็ให้สามีของผู้รับบริจาคเก็บน้ำเชื้อออกมาเพื่อทำการผสมกับไข่ที่ได้ในห้องปฏิบัติการเด็กหลอดแก้ว ซึ่งจะเลี้ยงเป็นตัวอ่อนอีก 2-3 วัน จึงใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกของผู้รับ


บทความที่เกี่ยวข้อง