8 ข้อสำคัญการดูแลลูกเมื่อเป็น โรคหวัดลงกระเพราะ

22 March 2012
1030 view

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรค ที่พบบ่อยในเด็กเล็ก มักเกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่เกิดจาก ไวรัสโรตา (Rotavirus) พบได้ถึงร้อยละ 16 ถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งติดต่อโดยการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ จากการคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรงหรือการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้ออยู่แล้วเอามือเข้าปาก เนื่องจากบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการหวัดนำมาก่อน จึงอาจเรียกโรคนี้อีกอย่างว่า โรคไวรัสหรือหวัดลงกระเพาะและลำไส้



8ข้อข้อสำคัญในการดูแลเมื่อลูกป่วยไวรัสลงกระเพาะ

การดูแลเบื้องต้น คือ การให้ยาระงับอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง ยาขับลม ดังนี้

  1. ยาแก้อาเจียน คือ Domperidone หรือ Motilium ขนาดยา คือ ครึ่งช้อนชา (2.5 ซีซี) ต่อน้ำหนักตัว 10 กก. ทานก่อนอาหารครึ่งชม. วันละ 3-4 ครั้ง ไม่ควรทานยาแล้วทานอาหารทันทีเพราะอาจอาเจียนได้อีก เนื่องจากยายังไม่ได้ดูดซึมเข้าร่างกาย

  2. ยาแก้ปวดท้อง คือ Berclomine ให้ในรายที่มีอาการปวดเกร็ง ปวดบิด ขนาดยา เหมือนยาแก้อาเจียน แต่ทานหลังอาหาร

  3. ยาขับลม คือ Simethicone แก้ท้องอืด ลดแก๊ส ทานครั้งละ 0.5-1 ซีซี ทุก 2-4 ชม

  4. ให้อาหารอ่อนย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆ เช่น ข้าวต้มครั้งละ 5-6 คำ แต่ให้บ่อยๆ ไม่เลี่ยนมัน ชงนมจางกว่าปกติให้ดื่มครั้งละไม่เกินครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก

  5. ให้จิบน้ำเกลือแร่ ORS เพื่อทดแทนของเหลวที่เสียไป ลูกจะได้ไม่มีอาการอ่อนเพลียจากการเสียสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย 

  6. งดของแสลง เวลาที่ท้องเสียจนกว่าอาการจะดีขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นมวัว เปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลือง หรือ lactose free formula เช่น Olac หรือ Similac LFหากลูกไม่ยอมเปลี่ยน อาจลองชงนมเดิมที่กินอยู่แต่ให้เจือจางกว่าปกติเท่าตัว ในกรณีที่ไม่ยอมทานนมถั่ว เน้นให้ทานข้าวต้ม หรือโจ๊กใส่เนื้อสัตว์ดีกว่าฝืนทานนมวัวต่อเพราะจะทำให้หายช้า และเมื่ออาการดีขึ้นต้องค่อยๆกลับไปทานอาหารตามปกติ อย่ารีบร้อนเปลี่ยนทันทีเพราะอาจกลับไปท้องเสียใหม่ได้ เช่น ค่อยๆผสมนมที่คุ้นเคยกลับมาครั้งละน้อยๆแล้วค่อยๆเพิ่ม ในกรณีที่ลูกดูดนมแม่ สามารถให้ได้ตามปกติ ไม่ต้องงดค่ะ ยกเว้นถ่ายบ่อยเกิน 5 ครั้ง/วัน ให้คุณแม่ปั๊มนมส่วนต้นออกไปเก็บไว้ แล้วให้ลูกดูดนมส่วนท้ายซึ่งมีน้ำตาลแลคโตสน้อยกว่า

  7. ระวังก้นแดงจากการถ่ายบ่อย คุณแม่ต้องขยันคอยเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่ลุกขับถ่าย ใช้น้ำเปล่าล้างให้สะอาด งดสบู่เพราะทำให้ผิวบริเวณก้นลูกให้แดง หลังล้างเช็ดให้แห้งและอาจทาวาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลเคลือบผิวบริเวณก้น เพื่อช่วยบรรเทาการระคายเคืองจากเศษอุจจาระจะช่วยป้องกันไม่ให้ก้นแดงได้ หากมีปัญหาผื่นแดงขึ้นแล้วให้ทาครีมทาผื่นผ้าอ้อมทาบ่อยๆ และไม่ใส่ผ้าอ้อมเพื่อให้ผิวหนังโดนอากาศจะได้หายเร็วขึ้น หากทายาผื่นผ้าอ้อมแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะติดเชื้อรา ให้ใช้ยากำจัดเชื้อรา เช่น Clotrimazole cream

  8. ห้ามให้ยาหยุดถ่ายในเด็ก เพราะทำให้เชื้อโรคคั่งในร่างกายจนเป็นอันตราย หรือจะมีอาการปวดมวนท้องมากขึ้น


และหากดูแลเบื้องต้นแล้ว ลูกอาการไม่ดีขึ้น และมีอาการ อาจียนมากขึ้น ปัสสาวะออกน้อย ซึมลง ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน และมีกลิ่นเหม็นคาวหรือถ่ายเหลงรุนแรงควรนำอุจจาระไปตรวจที่โรงพยาบาลด้วย 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง