สัญญาณอันตราย!!! เมื่อลูกมีไข้ร่วมกับ 15 อาการต้องพบแพทย์ด่วน

29 May 2017
2780 view

ลูกมีไข้ เป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะสุขภาพที่ผิดปกติ ไข้เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน อีกทั้งไข้ยังมีหลายระดับ อุณภูมิที่วัดได้บ่งบอกถึงความรุนแรงแต่อาจไม่ทั้งหมด ระยะเวลาและอาการแสดงร่วม รวมถึงการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เป็นตัวบอกโรคได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น หากลูกมีไข้ สิ่งสำคัญคือ รีบลดอุณภูมิของลูกให้อยู่ในระดับปกติให้เร็วที่สุด



ลดไข้อย่างไร ให้ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว

การเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธีช่วยลดไข้ได้อย่างรวดเร็ว เด็กอ่อนใช้น้ำอุ่นเช็ดอย่างรวดเร็ว เด็กโตใช้น้ำอุณภูมิปกติ  หากวัดอุณภูมิได้ระดับ 37. 5 - 38 .0 องศาเซลเซียสเช็ดตัวลดไข้ไม่ต้องใช้ยา และถ้าวัดอุณภูมิได้มากกว่า 38.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป ให้เช็ดตัวร่วมกับรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ นอกจากนี้ยังพบว่าคุณแม่ยุคปัจจุบันนิยมใช้แผ่นเจลให้ความเย็น หรือ แผ่นเจลลดไข้แปะหน้าผากลูกเพื่อลดอุณหภูมิ   ความเย็นจากแผ่นเจลยังช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวมากยิ่งขึ้นด้วย และในเด็กที่มีอาการปวดศีรษะร่วมกับมีไข้ ความเย็นจากแผ่นเจลจะช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้เช่นกัน 

ใช้แผ่นเจลให้ความเย็นแบบไหน? ปลอดภัยต่อลูกรัก

แผ่นให้ความเย็นผลิตจากไฮโดรเจลเหมาะกับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ในการแปะแต่ละครั้งแผ่นเจลจะออกฤทธิ์ยาวนาน 8 - 10 ชั่วโมง  ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อให้คุณแม่ได้เลือก คุณแม่ควรเลือกแผ่นเจลที่ได้มาตรฐานปราศจากการแต่งสี เพื่อป้องกันการระคายเคืองและไม่ก่อให้เกิดการแพ้ต่อผิวลูก  แหล่งผลิตเป็นอีกเรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ แผ่นเจลลดไข้ที่ได้มาตรฐาน เช่น แผ่นเจลลดไข้ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น 

หลังจากเช็ดตัวลดไข้และให้ยาลูกแล้ว คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เพราะสาเหตุที่ลูกเป็นไข้ในครั้งนี้ อาจมีโรคร้ายอื่นๆซ่อนอยู่ หากพบความผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

 เมื่อลูกมีไข้ร่วมกับ 15 อาการต้องพบแพทย์ด่วน 

  1. วัยแรกเกิดอายุน้อยกว่า 3เดือน มีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป เนื่องจากสังเกตอาการได้ยาก
  2. ลูกไข้สูงมากกว่า 40°C (104°F) มีโอกาสชักสูงและอาจเป็นโรคบางอย่างต้องตรวจวินิจฉัย
  3. มีไข้ ร่วมกับ ซึมไม่ดูดนม ไม่กินอาหาร
  4. ชัก เพื่อหาสาเหตุของการชักและป้องกันไม่ให้ชักรุนแรงจนมีภาวะสมองบวมตามมา
  5. มีไข้และอาเจียน หรือถ่ายเหลวมากกว่า4ครั้งติดกัน
  6. เด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบไข้นานเกิน 24 ชม.
  7. เด็กอายุมากกว่า2ปี มีไช้นานเกิน 72 ชม. ( 3วันติดกัน)
  8. มีไข้และร้องไห้ไม่หยุด
  9. มีไข้และมีอาการกระสับกระส่าย ซึมมาก ปลุกไม่ตื่น
  10. มีไข้และผื่นสีม่วงหรือแดง เป็นจุดหรือจ้ำเลือดตามตัว
  11. มีไข้และมีอาการ ริมฝีปาก ลิ้น เล็บ มีสีคล้ำ ซึ่งแสดงถึงภาวะระบบไหลเวียนหรือการหายใจล้มเหลว
  12. มีไข้และกระหม่อมโป่งหรือยุบผิดปกติ ซึ่งแสดงถึงการติดเชื้อที่สมองหรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง
  13. มีไข้ร่วมกับมีอาการคอแข็งหรือปวดศีรษะมาก อาจเป็นอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  14. มีไข้ร่วมกับอาการขาอ่อนแรง อาจเป็นอาการของโรคโปลิโอ
  15. มีไข้ร่วมกับหายใจลำบาก เพราะอาจมีปัญหาการหายใจล้มเหลว ต้องนั่งโน้มตัวไปด้านหน้า และมีน้ำลายไหลตลอดเวลา อาจเป็นอาการของโรคฝาปิดกล่องเสียงอักเสบซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตราย ถึงแก่ชีวิตได้


ทราบเช่นนี้แล้ว เมื่อลูกมีไข้คุณแม่อย่ารอช้า อันดับแรกรีบเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี หมั่นสังเกตอาการแสดงอื่นๆร่วมด้วย หากมีความผิดปกติอื่นดังเช่น 15 ข้อข้างต้นที่กล่าวมา ควรรีบนำลูกไปโรงพยาบาล เพื่อรับการตรวจเลือด ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรคได้ทันท่วงที

บทความที่เกี่ยวข้อง