3อา อายุ อาหาร อาการ ทำให้อุจาระเปลี่ยนสี แม่จ๋าเช็คสีและความผิดปกติอุจจาระลูกหรือยัง

26 February 2017
12595 view

การดูว่าอุจจาระของลูกน้อยนั้นมีลักษณะผิดปกติหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอายุของลูกน้อยกินนมแม่หรือกินนมชง และอยู่ในวัยให้อาหารเสริมหรือไม่

สีบอกอุจจาระปกติทั่วไป 

อุจจาระสีเขียวขี้ม้า  ช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด ลูกน้อยจะถ่ายเป็น “ขี้เทา” (Meconium) ซึ่งมีลักษณะเหนียวและมีสีดำอมเขียว‘ขี้เทา’ คือสารที่สะสมค้างอยู่ในลำไส้ของลูกน้อยช่วงอยู่ในครรภ์ สร้างขึ้นจากมูก, น้ำดี, เซลล์จากผนังลำไส้,สารคัดหลั่งและน้ำคร่ำ มีลักษณะเหนียวและเช็ดออกยาก) แต่การที่ลูกน้อยถ่ายเป็นขี้เทานั้น แสดงให้เห็นว่าลำไส้ของลูกน้อยทำงานเป็นปกติดีค่ะ

อุจจาระสีน้ำตาลอมเขียว  ‘น้ำนมแรก’ (Colostrum) ของแม่จะเป็นสิ่งที่ช่วยขับขี้เทาออกมาจากร่างกายของลูก โดยเมื่อลูกน้อยเริ่มกินนมแม่และถ่ายเป็นขี้เทาจนหมดแล้ว อุจจาระของลูกน้อยก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลอมเขียว

อุจจาระสีเหลืองทอง   เริ่มอ่อนตัวและเป็นเม็ดเล็กๆหยาบๆ ก่อนที่จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองคล้ายกับสีมัสตาร์ดและมีกลิ่นหอม โดยช่วงสัปดาห์แรกลูกน้อยอาจถ่ายทุกครั้งหลังจาก/ในระหว่างช่วงให้นม แต่เมื่อลูกปรับตัวได้แล้วเค้าก็จะมีเวลาถ่ายที่เป็นประจำในแต่ละวันค่ะ

อุจจาระอุจจาระสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองน้ำตาล  สำหรับลูกน้อยที่กินนมชง อุจจาระจะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองน้ำตาล และเนื่องจากทารกนั้นไม่สามารถย่อยนมชงได้ดีเท่ากับนมแม่ อุจจาระจึงมีขนาดใหญ่และมีเนื้อหยาบกว่าอุจจารระของทารกที่กินนมแม่นอกจากนั้นอุจจาระจะมีกลิ่นค่อนข้างฉุน และอาจมีกลิ่นแรงคล้ายกับอุจจาระของผู้ใหญ่ เมื่อลูกน้อยเริ่มกินอาหารเสริม สีและกลิ่นของอุจจาระก็จะเปลี่ยนไปตามอาหารเสริมที่ลูกกินค่ะ โดยอุจจาระจะมีลักษณะเหนียวขึ้น สีเข้มขึ้น และมีกลิ่นแรงขึ้น

สีอุจจาระข้างต้น เป็นสีที่เปลี่ยนแปลงตามอายุและอาหาร  ต่อไปนี้เป็นอาการผิดปกติค่ะ ร่างกายลูกที่ไม่ปกติ ทำให้สีอุจจาระลูกเปลี่ยนไปตามอาการและโรคมีดังนี้ 

สีบอกอุจจาระผิดปกติในเด็ก

อุจจาระสีแดง มีเลือดปน อุจจาระลูกมีสีแดงๆ ลักษณะเหมือนเลือดเจือปนอยู่ในอึของลูก อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ ให้รีบสังเกตและค้นหาสาเหตุทันที เช่น อาจเกิดจากกรณีท้องผูกทำให้อึแข็งจนทำให้เกิดแผลบริเวณรูทวารหนัก หรือการที่มีเลือดปนมากับอึนั้นอาจมีสาเหตุมาจากแผลในลำไส้ก็เป็นได้ หากลูกน้อยมีอาการร้องไห้โยเย ปวดท้อง หรือมีไข้ร่วมด้วย  ควรพาไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

อุจจาระอึสีขาว/ซีด อึสีขาว อุจจาระดังกล่าวอาจดูเหมือนปกติ  แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะอึสีขาวเช่นนี้อาจเกิดจากกรณีความผิดปกติของท่อน้ำดี หากถ่ายอุจาระสีขาวซีดเกิน1ครั้งควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ

อุจจาระสีเขียว (Green Poo) หากอุจจาระของลูกน้อยมีสีเขียวและเป็นฟอง เป็นไปได้ว่าลูกน้อยอาจได้รับน้ำตาลแลคโตสในนมมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากการให้ลูกกินนมบ่อยเกินไป น้อยเกินไป อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หรืออาจเกิดจากการไวต่ออาหาร/ยาบางชนิดได้ ทั้งนี้คุณแม่ควรแน่ใจว่าให้ลูกน้อยกินนมจากเต้าหนึ่งจนหมดก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนไปให้กินจากอีกข้างนะคะ เพื่อให้ลูกได้รับทั้งน้ำนมส่วนหน้า (foremilk*)และน้ำนมส่วนหลัง (hindmilk*) อย่างไรก็ตาม หากเกินกว่า 24 ชั่วโมงแล้วอาการเหล่านี้ยังคงอยู่ คุณแม่ควร ปรึกษาคุณหมอเพื่อคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไปค่ะ

อุจจาระสีดำ กรณีที่อึของลูกมีสีดำ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือ ให้ตรวจสอบอาหารที่แม่รับประทานเข้าไปก่อนค่ะ เช่น อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หรือวิตามินเสริมธาตุเหล็ก ซึ่งจะส่งผลให้อึมีสีดำเข้มแต่ถ้าหากดูแล้วว่าลูกไม่ได้รับประทนอาหารดังกล่าว อุจจาระสีดำอาจเกิดจาก มีเลือดออกในอวัยวะภายใน ควรพบแพทย์

ความผิดปกติของอุจจาระอื่นๆที่คุณแม่ควรรู้ 

•  ท้องเสีย (Diarrhoea) ลูกน้อยที่กินนมแม่นั้นมักจะไม่ค่อยท้องเสียค่ะ เนื่องจากในนมแม่มีปัจจัยที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการติดเชื้ออยู่ ทารกที่กินนมชงจึงอยู่ในกลุ่มเสี่ยมากกว่า (เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่างๆและล้างมือทุกครั้ง) สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงนั้นมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ การดื่มน้ำผลไม้หรือกินผลไม้มากไป การงอกของฟัน การแพ้ยาบางอย่าง หรือการแพ้อาหารบางชนิด ซึ่งอาการท้องร่วงควรหายไปภายใน 24 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ค่ะ

•  ท้องผูก (Constipation) สังเกตได้จากการที่ลูกน้อยต้องเบ่งอุจจาระค่ะ ลูกอาจมีอาการเกร็งท้อง ปวดท้องหงุดหงิด และอาจมีแผลแตกเล็กๆที่รูทวารซึ่งเนื่องมาจากการถ่ายอุจจาระที่แข็งได้ พบบ่อยในเด็กที่กินนมชงมากกว่าเด็กที่กินนมแม่ เพราะนมแม่นั้นมีคุณสมบัติทำให้อุจจาระอ่อนตัวอยู่แล้ว ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งคุณหมออาจแนะนำให้ดื่มน้ำและกินอาหารที่มีกากใยมากขึ้น

•  มีมูกเลือด (Steak of blood) อาจมีสาเหตุจากกาติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะ ควรปรึกษาคุณแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง