11 การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์

11 November 2016
2175 view
 
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ หรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรก ตื่นเต้นไม่เบา เพราะเมื่อตั้งครรภ์และอายุครรภ์เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อย่างว่าแหละค่ะ กว่าจะได้เป็นคุณแม่นั้นเราต่างก็ผ่านมาเยอะ และที่พบบ่อยที่สุดเห็นจะเป็น 11 อาการดังต่อไปนี้ 



1.หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น คุณแม่เริ่มสังเกตได้เมื่ออายุครรภ์ 3 เดือน และจะค่อย ๆ โตขึ้น และจะคลำพบก้อนนูน ๆ บริเวณเหนือหัวหน่าวในตอนเช้า
2.มีการเคลื่อนไหว ลูกดิ้นแล้ว เมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน คุณแม่อาจรู้สึกได้ว่าเจ้าตัวน้อยกำลังเคลื่อนไหวเบา ๆ อยู่ในท้องได้ แต่คุณแม่ครรภ์แรกจะมีความรู้สึกนี้ช้ากว่าคุณแม่ครรภ์หลัง

3.ท้องปั้น ท้องแข็ง มีอาการซึ่งเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก เริ่มพบอาการนี้ในอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป หากเกิดขึ้นถี่ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจแท้งบุตรได้ 

4.สภาพผิวเปลี่ยน กระบวนการสร้างเม็ดสี ( Pigmentation ) ของผิวหนังมากขึ้น ทำให้บริเวณใบหน้า คอ รักแร้ อวัยวะเพศ มีสีคล้ำขึ้น ไม่ขาวผ่องเหมือนเคย นอกจากนี้เส้นที่กลางท้องอาจจะมีสีคล้ำที่เรียกว่า “Striae” ด้วย


5. การทำงานของต่อมรับรสเปลี่ยนแปลง
รู้สึกขม เฝื่อน หรือมีรสชาติแปลก ๆ ในปาก

6. กรดไหลย้อน  พบมากในคุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสอง เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในขณะตั้งครรภ์นั้นทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลงและมดลูกที่ขยายตัวเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร หากมีอาการกรดไหลย้อนทุกช่วงอายุครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

7.ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง ขณะตั้งครรภ์ระยะแรกจะเกิดการเปลี่ยนฮอร์โมนและกระทบไปยังภาวะทางอารมณ์ ทำให้คุณแม่บางรายอาจมีความต้องการทางเพศลดลง หรือบางรายก็เพิ่มขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่สอง

8.มีตกขาว คนท้องทุกคนมีอาการนี้ เนื่องจากบริเวณปากมดลูกและช่องคลอดจะมีการสร้างของเหลวออกมาเพื่อหล่อลื่นบริเวณปากช่องคลอดอยู่แล้ว เมื่อมีการตั้งครรภ์ทั้งสรีระและฮอร์โมนในร่างกายก็มีการปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้พบอาการตกขาวในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ โดยจะมีลักษณะเป็นมูกเหลวสีขาวขุ่นหรือสีครีม แต่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่คุณแม่อาจจะต้องใส่ใจในเรื่องการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นจนก่อให้เกิดเชื้อรา

9.ท้องอืดมีแก๊สเยอะ  เกิดจากการที่ฮอร์โมนโปรโจสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร จึงทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณแม่ทำงานช้าลง มีแก๊สในกระเพาะมากขึ้น คุณแม่บางคนท้องป่องท้องโมากกว่าอายุครรภ์ นอกจากนี้แล้วยังอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

10.ท้องผูกมากกว่าปกติ  ขณะตั้งครรภ์การบีบตัวของลำไส้ลดลง มดลูกทับลำไส้ใหญ่ แต่คุณแม่สามารถแก้ไขหรือช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ก็จะช่วยแก้ไขอาการท้องผูกได้

11.ปวดหลัง อาการปวดขณะั้งครรภ์แบบนี้อาจหมายถึงการผ่อนคลายหรือการยืดหยุ่นมากขึ้นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นก็ได้ ทั้งนี้อาการปวดหลังอาจเกิดขึ้นได้กับคุณตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและศูนย์กลางของการทรงตัวของคุณแม่เปลี่ยนไป จึงทำให้ท่าทางในการยืน การนั่ง หรือการเดินของคุณมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ทั้ง11 อาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้ หากคุณแม่มีอาการเหล่านั้นบ่อยๆ หรือรุนแรงมากขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ กว่าจะเป็นคุณแม่ ไม่ง่ายเลยจริงๆค่ะ mamaexpert เป็นกำลังใจให้คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน มีสุขภาพครรภ์ที่สมบูรณ์ แล้วพบกันในโอกาสต่อไปค่ะ 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง