เคล็ดลับการเลี้ยงลูก : ฝึกลูกว่ายน้ำเมื่อไหร่ดี

28 January 2016
4066 view

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆคนมักจะถามผู้เชี่ยวชาญอยู่บ่อยครั้ง เรื่องฝึกทักษะการว่ายน้ำให้กับลูก ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่ชาวต่างชาติฝึกลูกให้ว่ายน้ำตั้งแต่แรกเกิด และเด็กก็สามารถว่ายได้จริงๆ แต่คุณพ่อตุณแม่ก็มักจะเกิดความลังเลเพราะกลัวอันตราย ควรให้ลูกฝึกเรียนว่ายน้ำตั้งแต่เเรกเกิดดีหรือไม่อย่างไร ?Mamaexpert มีคำแนะนำดังนี้

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกามีคำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องช่วงอายุที่เหมาะสมในการฝึกเรียนว่ายน้ำว่า ช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกว่ายน้ำคือ 1 ปีขึ้นไป เพราะ …

  1. เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีพัฒนาการทางด้านภาษายังไม่สมบูรณ์ ไม่เข้าใจคำสั่ง หรือการสื่อสารจากครูฝึก
  2. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ยังไม่สมบูรณ์เเข็งแรง ความคล่องตัวน้อยกว่าเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป
  3. เด็กอายุน้อย มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าเด็กโต เนื่องจากภูมิต้านทานโรคยังต่ำมาก และได้รับวัคซีนที่สำคัญๆ ยังไม่ครบโดส
  4. การฝึกกลั้นหายใจ การกลืน ยังไม่สมบูรณ์ จึงเสี่ยงต่อการสำลักน้ำมากกว่า เด็กโต การสำลักน้ำอันตราย และยังเสี่ยงต่อการกลืนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วย
  5. เส้นผมและผิวหนังของลูกอาจถูกทำลายมากเกินกว่าจะรับได้ เนื่องจากสารคลอรีนและแสงแดดที่มากระทบกับผิว คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกใช้ชุดว่ายน้ำที่ได้มาตฐาน ครีมกันแดดประสิทธิภาพดีมีคุณสมบัติกันน้ำได้
  6. ( waterproof) ด้วยถึงจะเพียงพอ
  7. ช่วงเวลาที่ควรหลึกเลี่ยง 10 – 16 น.  เพราะช่วงวลาดังกล่าวมีโอกาสได้รับแสงสะท้อนจากน้ำมากเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวไหม้ มีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายมากขึ้น (เลือกสถานที่ในร่มจะดีกว่าสำหรับเด็ก )
  8. ถ้าลูกผมยาวต้องมัดผมให้เรียบร้อยแล้วใส่หมวก จะช่วยป้องกันผมเสียจากแสงแดด และหมวกจะช่วยกันไม่ให้ผมยุ่งพันกันมากเวลาอยู่ในน้ำ
  9. เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนไม่ควรใช้ครีมกันแดด สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปควรเลือกใช้ครีมกันเเดดชนิดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เช่น สาร titanium dioxide หรือ zinc oxide ไม่ใช้สาร PABA เพราะระคายเคืองและทำให้แพ้ได้ มีค่า SPF สูงกว่า 15 ให้ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 1 ชม. ทาซ้ำทุก 2 ชม.หรือบ่อยกว่าในกรณีที่เล่นน้ำ ไม่ควรใช้แบบเจล เพราะมีอัลกอฮอล์ผสม ทำให้ผิวแห้ง ควรทดลองทาบริเวณข้อมือหรือต้นแขนด้านใน ดูอาการภายใน 24 ชม. หากมีผื่นแดง แสดงว่าแพ้ ไม่ควรใช้

คำแนะนำหากคุณจำเป็นต้องพาลูกอายุน้อยกว่า 1 ปี ฝึกเรียนว่ายน้ำ

  1. ไม่ควรพาลูกเล่นน้ำช่วงเวลา 10 – 16 น.เพราะแสงสะท้อนจากแดดรุนแรงมากกว่าทุกช่วงเวลา และเด็กวัยนี้ยังใช้ครีมกันแดดไม่ได้ เสี่ยงต่อผิวไหม้รุนแรง
  2. หากลูกของคุณมีปัญหาผิวแห้งอยู่แล้ว ควรทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำเพราะการเล่นน้ำหรืออาบน้ำบ่อยจะทำให้สูญเสียน้ำมันธรรมชาติจากผิวหนังทำให้ผิวแห้งมากขึ้น อาจเกิดการระคายเคืองจากผิวหนังแห้งแตก คันและเป้นผื่นตามมาได้
  3. เด็กอายุน้อยว่า 6 เดือน ยังไม่ควรลงสระคลอรีนไม่ได้เพราะระคายเคืองผิว และ แสบตา ให้ลงสระน้ำเกลือ หรือ สระโอโซน
  4. หากมีปัญหาผิวหนังเป็นผื่นแดงจากแพ้สารคลอรีน ให้ใช้วาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลทาเคลือบผิวก่อนลงน้ำ
  5. ครั้งแรกที่พาลูกลงสระไม่ควรเกิน 10 นาที
  6. อุณหภูมิเหมาะสมสำหรับเด็กควรอยู่ระหว่าง  30 – 34 องศาเซลเซียส
  7. คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละสายตาจากลูกแม่แต่วินาทีเดียว

ควรเลือกสระว่ายน้ำแบบไหนปลอดภัยต่อลูก 

1.สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ เป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยระบบเกลือ  โดยใช้เครื่องผลิตคลอรีนอัตโนมัติจากเกลือ (Salt Water Chlorinator) ระบบนี้จะใช้เกลือธรรมชาติ ในการฆ่าเชื้อโรคแทนคลอรีน โดยอาศัยวิธีทางไฟฟ้า ที่เรียกว่า Electrolysis  เกิดเป็นโซเดียมไฮโปคลอไรท์ และเกลือ NaCl กลับคืนมา เหมาะสำหรับเด็กเล็ก

2.สระว่ายน้ำระบบโอโซน เป็นระบบที่นำเอาก๊าซ โอโซน ซึ่งผลิตจากเครื่องอัดอากาศ มาบำบัดน้ำในสระ  มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคในระยะเวลาอันสั้นกว่าระบบอื่นและไม่มีสารเคมีทุกชนิดตกค้างในน้ำ เหมาะสำหรับเด็กเล็ก

3.สระว่ายน้ำระบบคลอรีน เป็นระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีราคาถูก และนิยมใช้กันมากที่สุด คลอรีนที่ใช้อยู่ในรูปของเหลว เม็ด และผงคลอรีน โดยคลอรีนจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้เมื่อน้ำมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH)  อยู่ระหว่าง 7.2 – 7.8  เนื่องจากสารคลอรีนอาจมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนัง  ดังนั้นการละลายคลอรีนจึงควรทำในช่วงเย็นหลังจากที่ใช้สระเสร็จแล้ว  และต้องเปิดเครื่องกรองทิ้งไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง การปรับค่าคลอรีนในสระว่ายน้ำที่ให้บริการ  ให้ทำทุกวัน โดยมีค่าปริมาณคลอรีนอยู่ที่ 3 ppm ในฤดูร้อน เพราะอากาศร้อนคลอรีนจะสลายตัวเร็ว และ 2 ppm ในฤดูฝน และฤดูหนาว เหมาะกับเด็กโตขึ้นไป

ไม่ว่าลูกคุณจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกสระที่ได้มาตรฐานความสะอาด เพราะลูกอาจกลืนน้ำเข้าไปโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หากสระไม่ได้มาตรฐานความสะอาด เมื่อมีผู้แพร่เชื้อลงไปใช้สรน้ำนั้น ทำให้เชื้อโรคที่ออกมาทางน้ำมูก น้ำลายไม่ถูกทำลายโดยคลอรีนที่มีน้อยเกินไป อาจทำให้ลูกรักของเราติดเชื้อเกิดเป็นโรคติดต่อได้ เช่น หวัด ตาแดง อาเจียนหรือท้องร่วง ในทางตรงกันข้ามหากใส่คลอรีนมากเกินไปอาจมีปัญหาตาอักเสบหรือผิวหนังอักเสบจากสารเคมีได้ และต้องมีผู้มีความรู้จริงที่สามารถช่วยชีวิตกรณีเด็กจมน้ำ อยู่ประจำสระตลอดเวลาที่มีการเรียนว่ายน้ำ

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert  Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง