แม่ร้องเรียน เรื่องอาหารของลูกที่โรงเรียนจัดให้

24 November 2015
90 view

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 58 สังคมออนไลน์แห่แชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น’ หลังจากผู้ปกครองรายหนึ่งได้ทำการเผยแพร่ภาพอาหารกลางวัน โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งจากภาพปรากฎเป็นข้าว , ไข่ 1 ซีก และ ต้มผักไก่ซึ่งมีเพียงน้ำซุป ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในโลกออนไลน์นั้น

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.สุภัสสรา ชนะมิตร ผู้โพสต์ภาพดังกล่าว โดยเจ้าตัวระบุว่า “ลูกของตน ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งภายในจังหวัดขอนแก่น ระดับชั้นอนุบาล 1 วันที่แฟนตนไปส่งลูก ลูกเกิดงอแง จึงอยู่ต่อจนพักกลางวัน จนกระทั่งได้เห็นอาหารกลางวันของลูก จึงถ่ายเก็บไว้ก่อนนำมาแชร์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว จนกระทั่งโรงเรียนได้เห็น จึงออกหนังสือชี้แจงมายังผู้ปกครอง ยอมรับว่าทนไม่ได้ เนื่องจากปัจจุบันเสียเงินค่าการศึกษาลูกเทอมละกว่า 34,000 บาท โดยถูกจำแนกเป็นค่าอาหาร 7,400 บาท เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้ว 4 เดือน ตกวันละ 87 บาท แต่ปริมาณที่ได้กับไม่เหมาะสม อีกทั้งไม่มีผลไม้ให้หลังจบมื้อ


จดหมายชี้แจงจากทางโรงเรียน หลังผู้ปกครองไม่พอใจ

ขณะที่ ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนได้ยึดหลักความพอเพียงในการปลูกฝังเด็กๆ อีกทั้งมีนโยบาย “ไม่ดัง ไม่เหลือ ไม่หก” กล่าวคือไม่ทานอาหารเสียงดัง ไม่พูดคุยกัน อาหารไม่เหลือ และไม่ทานหก และให้นักเรียนท่องบทสวดก่อนกินให้มีจิตสำนึกถึงคุณค่าอาหาร โดยยืนยันว่ามีคุณครู และเจ้าหน้าที่ คอยดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด คอยสอบถามนักเรียน หากนักเรียนรายใดรับประทานหมด สามารถขอเติมได้ตลอดเวลา เมื่อนักเรียนยกถาดอาหารจะมีคุณครูถามว่าอิ่มหรือยัง อีกทั้งทางโรงเรียนได้คัดสรรอาหารให้นักเรียนอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นข้าวที่นำมาปรุงอาหาร ก็เป็นข้าวหอมมะลิ สำหรับผลไม้ที่ไม่มีให้ในช่วงพักกลางวัน เนื่องจากเมื่อใส่ไว้ในจานเด็กจะเลือกหยิบกินเป็นอย่างแรก ส่งผลให้อาหารเหลือ จึงนำไปแจกในช่วงพักเบรกพร้อมนมแทน

หลังเกิดเหตุ ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด โดยเรียกทุกฝ่ายมาประชุมร่วมเพื่อทำการแก้ไข ส่วนที่ผู้ปกครองอ้างว่า ต้มผักไก่ มีแต่น้ำซุปนั้น ทางโรงเรียนยืนยันว่ามีสารอาหารครบถ้วน โดยมี เนื้อไก่บด แครอท หัวไชเท้า แบบฉีกละเอียดใส่ลงไป เนื่องจากถ้าเป็นชิ้นใหญ่ๆ เด็กจะเลี่ยงการรับประทาน

สำหรับเบื้องต้นได้เจรจากับทางกลุ่มผู้ปกครองแล้ว บางส่วนก็เข้าใจ แต่บางส่วนยังไม่เข้าใจเจตนาของทางโรงเรียน โดยยืนยันว่าทางโรงเรียนดูแลนักเรียนเป็นอย่างดีเปรียบเสมือนลูกหลาน และผู้ปกครองสามารถมาดูการทานอาหารของบุตรหลานได้ในช่วงเวลาพักเที่ยง อีกทั้งสามารถให้คำแนะนำกับทางโรงเรียนได้.

ขอบคุณข่าว : ไทยรัฐ

  • No tag available

บทความที่เกี่ยวข้อง