พัฒนากศักยภาพของลูกด้วยการ เล่นบำบัด

15 June 2015
161 view

เด็กๆอาจไม่ชอบของเล่นที่แม่ซื้อให้คุณแม่เคยสังเกตหรือไม่แท้ที่จริงแล้ว เด็กๆชอบเล่นกับสิ่งมีชีวิตมากกว่า หรือเล่นกิจกรรมที่สามารถตอบโต้เขาได้ คุณแม่ควรหากิจกรรมที่ไม่ซ้ำจำเจ และสามารถส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้ครบทุกด้านหรือเรียกกิจกรรมเหล่านั้นว่า การเล่นบำบัด

การเล่นบำบัด (Play Therapy)

การเล่นบำบัติ คือ การเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้ครบทั้ง ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม ด้านสติอารมณ์และสติปัญญา  นักบำบัดได้ืใช้เทคนิกเล่นบำบัดนี้ จัดกิิจกรรมกับเด็กที่มีอาการ ซึมเศร้า พูดช้า  ซึมเศร้า ไม่มีความสุข เครียด วิตกกังวล มีปัญหาด้านอารมณ์ หรือพฤติกรรมปัญหาความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความภาคภูมิใจในตนเองน้อย ก้าวร้าว ใจร้อน โกรธ อิจฉา ทะเลาะวิวาท ชอกช้ำจากการสูญเสีย ปัญหาความผูกพัน (attachment
ปัญหาการสื่อสาร พูดช้า ไม่ยอมพูด ประสิทธิภาพทางการเรียนลดลง ขี้อาย ขาดทักษะทางสังคม แยกตัว
ช้าถูกเพื่อนรังแก หรือรังแกเพื่อน พัฒนาการล่าช้า เด็กสมาธิสั้น เด็กออกทิสติก และเด็กป่วย

เด็กปกติล่ะ สามารถใช้กิจกรรมเล่นบำบัดได้หรือไม่ 

เด็กปกติสามารถเล่นบำบัดได้เช่นกัน  ในเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการนักบำบัด หรือคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งครั้งละ 45 นาที หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง

  1. กิจกรรมเล่านิทานหรือเล่าเรื่อง
  2. กิจกรรมการเล่นสมมติ
  3. ฃกิจกรรมหุ่นมือ
  4. กิจกรรมการเล่นทรายบำบัด
  5. กิจกรรมศิลปะ วาดรูป ระบายสี
  6. กิจกรรมดนตรี
  7. กิจกรรมการเคลื่อนไหว และการเต้น
  8. กิจกรรมการปั้น
  9. กิจกรรมการใช้ความคิดสร้างสรรค์โดยใช้จินตภาพ

จากการสำรวจพบว่า เด็กๆที่พ่อแม่เลี้ยงเองแต่ไม่มีเวลาให้กับลูก จะมีปัญหาเรื่องพัฒนาการล่าช้า  พูดช้า สติปัญญาต่ำ เนื่องจากไมมีการสื่อสาร 2ทางสมองขาดการฝึกคิด หรือจินตนาการ ของเล่นเด็กปัจจุบันเป็นการสื่อสารทางเดียว ที่นิยมคือ การดูไอแพท ไอโฟน วดีโอ ทีวี การ็ตูน การให้ลูกอยู่กับสิ่งเหล่านี้อาจมองแล้วคล้ายกับเด็กเลี้ยงง่ายเพราะเขาจะนิ่งไม่งอแงไม่ไหวติง คุณแม่ลองคิดดูนะคะ ร่างกายนิ่ง สมองและความนึกคิดก็นิ่งตามไปด้วย น่ากลัวไหมคะ อย่าปล่อยลูกไว้กับเทคโนโลยีมากเกินไป มาเล่นบำบัดเพื่อพัฒนาสติปัญญาลูกดีกว่าค่ะ

** การเล่นบำบัด (Play Therapy) ควรจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของนักเล่นบำบัด (Certified Play Therapist) ที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเล่นบำบัด และต้องศึกษาจบเฉพาะทางด้านการเล่นบำบัด มีประกาศนียบัตรวิชาชีพนักเล่นบำบัดจากสถาบันที่รับรองเท่านั้น ไม่สามารถทำโดยบุคคลทั่วไปได้ เนื่องจากการทำการเล่นบำบัดโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะส่งผลเสียต่อเด็กได้

ขอบคุณแหล่งที่มา
แหล่งที่มา: http://www.manarom.com/play_therapy.html
ผู้เขียน: ฉันทิดา  สนิทนราทร (นักเล่นบำบัด Certified Play Therapist)

บทความที่เกี่ยวข้อง