ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด (Neonatal jaundice)

08 December 2011
1547 view

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

เป็นภาวะผิดปกติที่ไม่อันตราย พบได้บ่อย ถึง 25-50% ของทารกแรกเกิดทั้งหมด ภาวะตัวเหลือง เกิดจากสารสีเหลืองในร่างกายทางการแพทย์เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ในทารกปกติ จะมีสารบิลิรูบินนี้จะมีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ในทารกที่มีภาวะตัวเหลืองจะมีสารบิลิรูบินในปริมาณที่มากกว่าปกติ โดยจะอยู่ทั้งในกระแสเลือดและแทรกตามเนื้อเยื่อต่างๆทำให้เรามองเห็นว่าทารกมีผิวสีเหลืองขึ้นสารบิลิรูบินนี้ เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง โดยการสลายตัวของฮีโมโกลบิน 1 กรัม จะได้สารบิลิรูบิน 35 มิลลิกรัม ในระหว่างที่ทารกอยู่ในครรภ์ของมารดา บิลิรูบินไหลผ่านทางรกเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของมารดาและถูกกำจัดที่ตับของมารดา แต่เมื่อคลอดออกมาแล้ว ทารกจะต้องทำการกำจัดบิลิรูบินทางตับของตนเอง


ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด มีหลายชนิด จากหลายสาเหตุต่างกัน

1.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด แบบปกติ อาการแสดงสามารถสังเกตได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 3 และเห็นชัดเมื่อวันที่ 3 – 4 ซึ่งจะถือเป็นภาวะตัวเหลืองแบบปกติ ถ้าระดับบิลิรูบินไม่สูงจนเกินไป (ไม่เกิน 12 mg/dl ในทารกครบกำหนด และ ไม่เกิน 15 mg/dl ในทารกคลอดก่อนกำหนด) มีสาเหตุหลัก ดังนี้

  • เกิดจากปริมาณบิลิรูบินมากขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง เพราะ ทารกแรกเกิดมีเม็ดเลือดแดงมากกว่าผู้ใหญ่ และ เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่า ทำให้มีเม็ดเลือดแดงที่ถูกทำลายเยอะกว่า
  • เกิดจากมีการดูดซึมของบิลิรูบิน จากลำไส้มีปริมาณมาก จากการที่ได้รับน้ำนมในปริมาณที่น้อย และลำไส้ยังทำงานได้ไม่ดี
  • เกิดจากการกำจัดบิลิรูบินของตับยังไม่ดี

2.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ที่เกิดจากจากนมแม่ พบในทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่เพียง100% โดยจะพบว่ามีสารบิลิรูบินสูงขึ้นแต่จะค่อยๆลดระดับลงเองเมื่อทารกอายุได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทารกที่มีภาวะตัวเหลืองจากนมแม่นี้ไม่น่ากังวล เพราะเมื่อทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เม็ดเลือดแดงก็ไม่แตกเพิ่มขึ้น และตับก็ยังทำงานเป็นปกติ โดย ภาวะตัวเหลือง การรักษาให้งดนมแม่ ระดับบิลิรูบินจะลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง และถ้ากลับมาให้นมแม่ซ้ำ บิลิรูบินสูงขึ้นในบางรายแต่ต่ำกว่ารอบแรกและไม่เป้นอันตรายต่อทารกอันตราย

3.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ที่เกิดจากการได้รับนมน้อย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงอายุ 2 – 4 วัน เกิดจากทารกดูดนมไม่เก่งประกอบกับน้ำนมแม่ยังมีไม่มากทำให้ทารกขาดน้ำและพลังงาน ทำให้มีการดูดซึมบิลิรูบินทางลำไส้มากขึ้น การรักษาภาวะนี้รักษาโดยการให้นมเสริมบ่อยขึ้นโดยอาจให้นมทุก 2 – 3 ชั่วโมง จะทำให้บิลิรูบินลดลงได้

4.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ที่จากการแตกของเม็ดเลือดแดง  ภาวะนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากหมู่เลือดของแม่และของทารกไม่เข้ากัน  มีความผิดปกติของรูปร่างเม็ดเลือดแดงภาวะพร่องเอนไซม์ Glucose-6-phosphate dehydrogenase (G-6-PD Deficiency) ซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย โรคธาลัสซีเมีย ภาวะเลือดข้นเกินไปภาวะเลือดออกบริเวณหนังศีรษ ภาวะนี้รักษาตามสาเหตุ

5.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ที่จากการดูดซึมบิลิรูบินทางลำไส้เพิ่มขึ้น เกิดในทารกดูดนมได้น้อย  ลำไส้ของทารกมีการทำงานที่ลดลง ทารกกลืนเลือดปริมาณมากเข้าไป ภาวะลำไส้อุดตันซึ่งทำให้บิลิรูบินตกค้างและถูกดูดซึมมากขึ้น

6ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ที่จากการกำจัดบิลิรูบินได้น้อยกว่าปกติ  มีหลายสาเหตุเช่นกัน เช่น เกิดจาก ภาวะพร่องเอนไซม์ UDP-Glucuronyl Transferase, ภาวะขาดธัยรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด ท่อน้ำดีอุดตัน การได้รับยาบางชนิด

7.ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด จากการสร้างบิลิรูบินมากกว่าปกติ ร่วมกับการขับถ่ายบิลิรูบินน้อยกว่าปกติ เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด  ภาวะติดเชื้อตั้งแต่ในครรภ์มารดา เช่น การติดเชื้อซิฟิลิส  หรือ หัดเยอรมัน ภาวะขาดออกซิเจน, ทารกที่แม่เป็นเบาหวาน ภาวะหายใจลำบาก

ภาวะตัวเหลืองส่งผลต่อสุขภาพทารกอย่างไร

หากระดับบิลิรูบินสูงมากส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมอง (Kernicterus)ทำให้เกิดการชักและมีการทำลายเนื้อสมองอย่างถาวร นอกจากนี้ยังพบว่า 25% มีโอกาสที่จะเกิดภาวะ I.Q. ต่ำ หรือ ความฉลาดลดลงได้ รวมถึงอาจเกิดภาวะการได้ยินผิดปกติด้วย

การรักษา ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

การรักษาภาวะตัวเหลือง เน้นรักษาตามสาเหตุเป็นหลัก ร่วมกับการลดระดับบิลิรูบินลง โดยการเพิ่มการกำจัดบิลิรูบินออกจากร่างกาย เช่น การส่องไฟรักษา หรือ นำบิลิรูบินออกจากร่างกายโดยตรง เช่น การเปลี่ยนถ่ายเลือด
ส่วนภาวะเหลืองจากนมแม่นั้น อาจทำการรักษาโดยการงดนมแม่และให้นมผสมแทนชั่วคราว ประมาณ 24 ชั่วโมง โดยอาจรักษาร่วมกับการส่องไฟด้วยหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณบิลิรูบินที่ตรวจพบ

การป้องกันภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

เริ่มจากการให้นมทารกอย่างถูกต้อง คือ ต้องให้เร็ว ให้นมตั้งแต่อยู่ในห้องคลอด และ ต้องให้บ่อย ทุก 2 ชั่วดมงโดยเฉลี่ย โดยไม่ให้น้ำหรืออาหารอื่นเสริม เนื่องจากจะทำให้ทารกกินนมได้น้อยลง การกระตุ้นให้ทารกถ่ายขี้เทา ก็จะช่วยป้องกัน ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง