รับมือกับปัญหาเด็กๆ ที่ไม่เด็กเหมือนชื่อ เมื่อ พี่อิจฉาน้อง

09 January 2015
809 view

 พี่อิจฉาน้อง 

อยู่ดีๆใครก็ไม่รู้เพิ่มเข้ามาในชิวิตของหนู มากินนมแม่แทนที่หนู มาเล่นกับแม่ของหนู  เอ๊ะ! เขาเป็นใครมาจากไหน หนูเกลียดเขา!!! ….

ปรากฎการณ์อารมณ์สีเทาจะเกิดขึ้นมาทันทีหากคุณพ่อ คุณแม่ ไม่ได้เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า ลูกคนโตจะเกิดความน้อยอกน้อยใจ แน่นอนพฤติกรรมต้องเปลี่ยน บางรายมีพฤติกรรมถดถอย พัฒนาการหยุดชะงักไป ก็มีค่ะ หรือเรียกว่าพฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง คุณพ่อคุณแม่จะลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าวของลูกคนโตได้อย่างไร แอดมินมี เทคนิคง่ายๆ10ข้อ มานำเสนอค่ะ

1.บอกให้รู้ว่าน้องของหนูเริ่มอยู่ในท้องแม่

เนื่องจากลูกวัยนี้มีพัฒนาการทางอารมณ์ซับซ้อนขึ้น เช่น โกรธ น้อยใจ โมโห เหงา จึงต้องการระยะเวลาในการปรับตัวและปรับอารมณ์ เพราะฉะนั้นถ้าคุณแม่วางแผนจะมีลูกคนที่2 ลองเริ่มถามลูกดูว่า อยากมีน้องไหม ถ้ามีแล้วใครจะช่วยเลี้ยงน้อง และเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ก็เริ่มต้นบอกเขาว่า น้องของหนูอยู่ในท้องของแม่และครั้งหนึ่งน้องหนูก็เคยอยู่ในท้องแม่เหมือนกัน พาไปโรงพยาบาลด้วยกันเลยค่ะ

2. พูดเสมอหนูเป็นพี่คนเก่งหน้าที่ดูแลน้องเป็นของทุกคน

คุณพ่อและทุกคนในบ้านควรมีบทบาทตั้งแต่คุณแม่เริ่มท้องค่ะ เพื่อให้ลูกเห็นว่าทุกคนในบ้านช่วยกันดูแลเจ้าตัวเล็กอีกคน และควรเปิดโอกาสให้เขาร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วย เช่น เตรียมของ ดูแลคุณแม่ ดูแลกิจวัตรของตัวเอง

3.สร้างรักแรกพบระหว่าง พี่ – น้อง ให้เกิดขึ้น

ครั้งแรกที่พี่ กับน้องน้อยเจอหน้ากันลองคุยกับลูกคนเล็กว่านี่คือพี่หนูนะ เขารักหนูและจะช่วยแม่ดูแลหนู ลูกคนโตจะภูมิใจกับความเป็นพี่สุดๆ เลยค่ะ อย่าแอบคิดเชียวว่าเด็กไม่รู้เรื่องนักจิตวิทยาเด็ก พูดเสมอๆว่าเด็กๆสามารถรับรู็ได้ ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดแต่เป็นสิ่งที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำค่ะ

5.เยี่ยมน้องต้องเยี่ยมพี่ด้วย สำคัญ!!!

เหล่าผองเพื่อนและญาติพี่น้องที่แวะเวียนมาเยี่ยม อย่าทำให้พี่รู้สึกว่า ใครๆก็รักน้อง สนใจน้อง คุณพ่อคุณแม่อาจจะมีการบอกกล่าวญาตติๆเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว ญาติจะต้องมีของติดไม้ติดมือมาให้กับพี่ด้วย คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมเสริมนะคะว่า เป็นรางวัลที่หนูเป็นพี่ที่ดี เป็นพี่คนเก่งช่วยแม่ดูแลน้อง และอย่าลืมเอ่ยชมพี่บ้างเกี่ยวกับการช่วยเลี้ยงน้่องของเขาให้ญาติหรือเเขกผู้มาเยี่ยมฟัง

6. ถ้าเกิดอาการอิจฉาขึ้นมาจริงๆ หรือเรียกร้องความสนใจเป็นครั้งคราว

เช่น ตีน้อง ให้รีบจับแยกทันทีแล้วบอกให้ลูกรู้ว่าน้องเจ็บ แต่ต้องดูด้วยว่าเกิดจากน้องคว้าผมหรือดึงผมให้พี่เจ็บหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นอธิบายให้ลูกรู้ว่าน้องเล่นด้วยแต่ยังไม่รู้กำลังของตัวเอง และบอกด้วยว่าถ้าจะเล่นกับน้องทำอย่างไรจึงจะไม่ถูกดึงผม เช่น รัดผมให้เรียบร้อย

7. มีส่วนร่วมในบางกิจกรรม

ถ้าพี่คนโตมาป้วนเปี้ยนอยากเล่นกับน้อง ก็ให้เขามีส่วนร่วมกับการดูแลน้อง เช่น หยิบของใช้ ดูน้องระหว่างคุณแม่เข้าห้องน้ำ ใช้เพลงจากที่โรงเรียนมากล่อมน้อง แต่ข้อควรระวังสำหรับเรื่องแบบนี้คือ อย่าบังคับจนพี่คนโตรู้สึกว่าน้องเป็นภาระ จนอดไปวาดรูปหรือเล่นกับเพื่อน

8. พี่อยากเป็นเหมือนน้องบ้าง

ลูกคนโตอ้อนอยากกินนม คุณแม่ที่เลี้ยงนมแม่100%ก็สามารถปั๊มนมให้ลูกคนโต ดื่มควบคู่กันไป แต่ถ้าบ้านไหนคนพี่เลี้ยงนมกล่อง ก็ปั๊มนมแม่ให้ชิม เด็กที่กินนมวัวแล้ว เขาจะไม่กินนมแม่ค่ะ ถ้าเขาชิมแล้วไม่ถูกใจ ก็จะไม่มายุ่งในเวลาให้นม การเลือกซื้อเสื้อผ้าคล้ายๆกัน ชุดเครื่องนอนเหมือนๆกัน ทำให้พี่รู้สึกว่า เขาเท่าเทียมกับน้อง สบายใจขึ้นเยอะค่ะ เด็กที่อยู่ในช่วงวัยกำลังเดิน เขาอาจจะไม่อยากเดินขึ้นมมาทันที ต้องการให้อุ้มเหมือนที่แม่อุ้มน้อง งานนี้ คุณพ่อต้องเป็นอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยคุณแม่นะคะ คุณพ่อต้องเป็นคนช่วยอุ้มพี่ และบอกว่าพี่กำลังเดินเก่ง เดินเป็นตัวอย่างให้น้องดูนะ … เขาก็จะอยากเดินค่ะ

9.หาเพื่อนใหม่ให้ลูก

การหาเพื่อนใหม่ให้ลูก เช่น คุณปู่ คุณย่า หรือเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่น น้องหนูจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกทิ้ง อีกอย่างเด็กวัยนี้เริ่มมีช่วงเวลาส่วนตัวที่เขาอยากเล่นคนเดียวแล้วค่ะ

10. คำพูดต้องห้ามที่คุณพ่อคุณแม่อย่าเผลอพูดเชียวนะ

คำบางคำหรือการพูดบางประโยคทำให้พี่รู้สึกโดนเปรียบเทียบอยู่ค่ะประโยคที่ว่า เช่น…

” แล้วก็ห้ามดื้อ ห้ามซนด้วย เพราะแม่เหนื่อย ดูซิ น้องยังไม่ดื้อเลยนะ สู้น้องก็ไม่ได้ ”

เทคนิค10ข้อที่กล่าวมาเป็นเพียงแนวทางในการรับมือในบางสถานการณ์ที่บางบ้านอาจจะพบเจอ ในเหตุการจริงอาจจะมีมากกว่าที่กล่าวมาคุณพ่อคุณแม่อย่าพึ่งกังวล และเครียดไปค่ะ ต้องให้เวลาในการเรียนรู้ และค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพี่ อย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังคลอด 3 – 4 เดือน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นค่ะ สู้ๆนะคะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง