เหงือกอักเสบอันตรายต่อสมองทารกในครรภ์

02 April 2014
551 view

บ่อยครั้งพบว่าแม่ตั้งครรภ์มักมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์และทารกหรือไม่

“เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบการเปลี่ยนแปลงทางกายและจิตใจ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายจิตใจและอายุของคุณแม่ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน หิวง่าย ท้องอืด น้ำหนักตัวเพิ่ม หน้าท้องและเต้านมขยาย ปวดหลัง อารมณ์อ่อนไหว วิตกกังวลและนอนไม่หลับ จนทำให้คุณแม่อาจจะละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก ทำให้อัตราการติดเชื้อในโรคเหงือกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดมากขึ้นตามลำดับ จากการศึกษาพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของแม่ตั้งครรภ์มักจะมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ โดยเหงือกมีอาการบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบขณะตั้งครรภ์ได้ ทำให้อาจมีเชื้อโรคจากภายในช่องปาก หรือสารเคมีที่เกิดจากการกระตุ้นของเชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่กระแสเลือด นำไปสู่การติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณช่องคลอด และอาจจะกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ หรือมีภาวะคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าปกติ หรือน้อยกว่า 2,500 กรัม มากกว่าแม่ตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพเหงือกดีประมาณ 2 – 4 เท่า หรือส่งผลกระทบต่อระบบสมองของทารก รวมทั้งอาจเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษระหว่างตั้งครรภ์  ดังนั้นแม่ตั้งครรภ์ที่ได้รับการรักษาโรคปริทันต์และดูแลอนามัยช่องปากอย่างดี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดโอกาสคลอดลูกก่อนกำหนดได้ค่ะ”

การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดปัญหาโรคเหงือกอักเสบขณะตั้งครรภ์ ควรปฏิบัติอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

“การรักษาสุขภาพในช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ ก็เริ่มจากการดูแลอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดย ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ขณะแปรงฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติดูแลรักษาเหงือกและฟันที่มีรสชาติเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้บ้าง ขณะเดียวกัน หลังขากคลื่นไส้อาเจียนหรือทานอาหารมื้อย่อยๆ ก็ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อลดคราบเศษอาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันเพื่อช่วยกำจัดคราบพลัคเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้รู้สึกสะอาดและสดชื่นขึ้น  ขณะเดียวกัน คุณแม่ที่หิวบ่อยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด เปรี้ยวจัด ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพิ่มการทานอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัสมากๆ เช่น นม ไข่ ปลาเล็กปลาน้อย รวมทั้งผักผลไม้แทน  ที่สำคัญ คุณแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญในการพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากก่อนตั้งครรภ์ เพื่อรับการรักษาพื้นฐาน ได้แก่ อุดฟัน ขูดหินปูน เพื่อเป็นการป้องกันโรคเหงือกและฟันผุขณะตั้งครรภ์ มีหลายคนเชื่อว่าขณะตั้งครรภ์ไม่ควรทำฟัน ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ที่จริงทันตแพทย์สามารถให้การรักษาทันตกรรมกับคุณแม่ได้ในช่วงอายุครรภ์เดือนที่ 4 – 6 ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่ทั้งนี้คุณแม่ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบถึงการตั้งครรภ์ก่อนการรักษาทุกครั้ง เพื่อความระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

 

  • No tag available

บทความที่เกี่ยวข้อง