คุณแม่แชร์เตือน ฤดูฝนมาเยือนแมลงก้นกระดกระบาดแล้ว!!!

28 July 2017
673 view

มื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ @Kate Comeback ที่โพสต์เตือนสติให้บรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กอยู่ในบ้าน ว่า

"มีเรื่องมาเตือนแม่ๆคะ มีเรื่องระทึกและทำให้แม่อย่างเราจิตตกเลย..เหตุเกิดเมื่อวานตอนลูกนอนกลางวันอยู่...พอลูกตื่นนอนแม่ก็กำลังจะเก็บผ้าห่มลูกแต่สายตาเหลือบไปเห็นตัวอะไรคลานอยู่ มองแว๊บแรกคิดว่ามด ก็กำลังจะบี้ แต่อยู่ๆอะไรให้ดลใจมองอีกที..อ้าวไม่ใช่นี่หว่า..อ่านและศึกษามาเยอะเลยรู้ว่า..มันคือ "แมลงก้นกระดก" ถ้าบี้แล้วพิษมันจะออกมา..ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าน้องดีจังโดนจะเป็นอย่างไร..เพราะพิษมันค่อนข้างแรงไม่น้อยเลยทีเดียว...หน้าฝน แมลงร้ายๆจะเยอะ แม่ๆก็ระวังๆกันหน่อยนะคะ เป็นห่วง #ขนาดกวาดบ้านวันละ 3 รอบ เจ้าแมลงตัวร้ายยังมากวนใจได้อีก ****กำจัดแมลงตัวร้ายเสร็จรีบอุ้มลูกมากอดแล้วสำรวจร่างกายรีบพาอาบน้ำอย่างไว หลังจากนั้นก็จิตตกทั้งวันT_T"



โดยจากการติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของเฟซฯ คือ น.ส.ชุติกาญจน์ ชูม่วง หรือแม่เกด เล่าให้ฟังว่า ตอนที่เราเห็นว่ามันเกาะอยู่บนผ้าห่มที่ห่มลูกเราอยู่ ตอนนั้นคิดว่ามดหรือแมลงธรรมดา ปกติจะต้องใช้มือปัดทิ้งหรือบี้ให้ตายไปแล้ว แต่จู่ๆเหมือนมีอะไรมาสะกิดใจให้เราสังเกตุดูมันดีๆ ถึงรู้ว่ามันเป้นแมลงก้นกระดกที่มีพิษแรง เพราะเคยอ่านเจอว่ามันมักมากับหน้าฝน ตอนนั้นตกใจมากพอรู้ว่าเป้นแมลงชนิดนี้ แถมเกาะผ้าที่ห่มลูกเราอยู่อีก อีกใจก็กลัวลูกโดนกัด พอตั้งหลักได้รีบหาอะไรคีบมันเอาไปทิ้งไกลๆทันที บางคนอาจหาว่าโอเวอร์ กลัวอะไรขนาดนั้น แต่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเข้าใจความรู้สึกว่ามันน่าตกใจแค่ไหน ฝากให้ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเด็กแดงช่วยกันระวังเอาไว้ด้วย ถ้าเด็กโดนกัดขึ้นมามนจะเป็นอันตราย

สำหรับ เรื่องราวของ "แมลงก้นกระดก" ผศ.พญ.เพ็ญวดี พัฒนปรีชากุล ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เคยให้ข้อมูลถึงเรื่องสารพิษไว้ว่า หากผิวหนังไปสัมผัสกับพิษของมันเข้าจะเรียกว่า ภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก ซึ่งเป็นผื่นผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการสัมผัสโดนสารชนิดหนึ่งจากตัวแมลงที่มีชื่อว่า ด้วงก้นกระดก หรือ ด้วงปีกสั้น หรือ ด้วงก้นงอน เป็นแมลงขนาดเล็ก 7-8 มม. ส่วนหัวมีสีดำ ปีกน้ำเงินเข้มขนาดเล็ก และส่วนท้องมีสีส้ม แมลงชนิดนี้มักจะงอส่วนท้ายเมื่อเกาะอยู่กับพื้น จึงมักเรียกว่า "ด้วงก้นกระดก" พบกระจายทั่วโลก มากกว่า 600 สปีชี่ส์  โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น มักอาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ชอบออกมาเล่นไฟและแสงสว่างตามบ้านเรือนจะมีมากในช่วงปลายฤดูฝน


แมลงชนิดนี้สามารถปล่อยสารที่เรียกว่า Pederinออกมา ก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหนังมาก ทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของผู้ที่สัมผัสโดน และจะมีอาการแสบร้อนหรือคัน แต่ไม่เกิดอาการปวดแสบรุนแรง การอักเสบของผิวหนังจะขึ้นกับปริมาณความมากน้อยหรือความเข้มข้นของสารที่สัมผัสโดน อาการผื่นผิวหนังจะยังไม่เกิดทันทีที่สัมผัส แต่จะเริ่มเกิดเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง ต่อมาจะเกิดเป็นผื่นแดงขอบเขตชัดเจน หรือรอยไหม้ลักษณะเป็นทางยาว สำหรับในรายที่ผื่นเป็นบริเวณกว้าง อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดข้อ หรืออาการคลื่นไส้อาเจียนได้ หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้

หากสัมผัสถูกตัวของ “แมลงก้นกระดก”ให้รีบล้างด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำสบู่ และประคบเย็น สังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าเกิดเพียงรอยแดงเล็กน้อยสามารถหายเองได้ใน 2-3 วัน ไม่จำเป็นต้องทายาใด แต่ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้นหรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้นควรรีบไปพบแพทย์

คำแนะนำในการป้องกัน “แมลงก้นกระดก” ก็คือควรหลีกเลี่ยงการปัดหรือบีบตัวแมลงที่มาเกาะตามตัว ควรใช้วิธีเป่าแมลงให้หลุดออกไปเองโดยไม่ต้องจับโดนตัวแมลง ก่อนนอนควรปัดที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ก่อน เพื่อป้องกัน รวมทั้ง ควรปิดประตูตู้เสื้อผ้า ประตูและหน้าต่างห้องนอนให้มิดชิดทั้งกลางวันและกลางคืน ในช่วงกลางคืนควรเปิดไฟเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะควรปิดไฟห้องนอน เพราะ “แมลงก้นกระดก” มักชอบออกมาเล่นแสงไฟตามบ้าน


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ 
: [email protected] Comeback
: https://www.dailynews.co.th/regional/588156



บทความที่เกี่ยวข้อง