เปิ้ล-จูน กราบขอโทษ หลัง ออก้า ถูกตำหนิไม่มีมารยาท

01 March 2017
6299 view

กลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาทันที หลังจากที่ครอบครัวอารมณ์ดี “เปิ้ล นาคร” และ “จูน กษมา” ไลฟ์สดผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว แต่ “น้องออก้า” วิ่งขึ้นบนโต๊ะอาหารและยังปาช้อนทิ้ง ทำให้คนดูบางกลุ่มไม่พอใจคอมเม้นท์ว่ากล่าวตักเตือน

ซึ่งล่าสุด เปิ้ล นาคร และ จูน กษมา ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าวกับสื่อมวลชน โดยทั้งคู่ขอน้อมรับผิดที่ไม่ทันระวัง แต่ยืนยันวิธีการสอนลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน พื้นฐานบางอย่างได้สอนลูกแล้วแต่ด้วยอารมณ์เด็กบางทีอาจจะยังไม่เข้าใจ พร้อมยินดีหากจะมีการตักเตือนกันเข้ามาอีก ซึ่งทั้งคู่คิดว่าทุกคนคงเอ็นดูและห่วงครอบครัวตนจริงๆ

ธุรกิจทุกอย่างกำลังไปได้สวย จนมีคนแอบอ้างใช้ชื่อหาหุ้นเปิดธุรกิจใหม่?
เปิ้ล: “โห ช่วงนี้หนักเลย ล่าสุดมีคนโทรมาจูน ถามว่าจะลงทุนทำธุรกิจตัวนี้เหรอคะ ซึ่งมันเป็นหลักร้อยล้าน เราก็งง เขาบอกว่ามีคนมาบอกเราไปหุ้นกับอีกคนแล้ว พอคุยไปคุยมา อ๋อคนนี้นี่เอง คือเขามาขอให้เราหุ้นด้วย แต่ผมบอกขอดูก่อน ขอไปคุยกับครอบครัวก่อน เขาก็บอกได้ค่ะ แต่ไม่กี่วันต่อมาเขาไปบอกคนอื่นว่าเราไปหุ้นกับเขาเรียบร้อย เอาชื่อเราไปใช้ก่อนเลย ขอแจ้งตรงนี้เลยนะครับถ้าเราจะหุ้นกับใครหรือจะทำอะไรจริงๆ เราจะแถลงข่าว ทุกอย่างจะผ่านจากผมสองคนแน่นอนไม่ให้ใครไปคุยต่อให้ ถ้ามีอะไรไปแอบอ้างบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ใช่มาจากเรา ซึ่งก็ไม่ได้มีเจ้านี้เจ้าเดียวนะ มีหลายเจ้าแล้วที่แอบอ้าง”

ได้มีการแจ้งความไปแล้วหรือยัง?
จูน: “ยังค่ะ ยังไม่ได้มีการเสียเงินหรืออะไร พอดีโลกกลมทำให้คนที่โดนมาเจอเราก่อน เลยได้มาถามเรา ซึ่งเราก็บอกไปว่าไม่ใช่นะ เราคงไม่ได้ไปร่วมหุ้นกับเขาแล้วแหละ เราไม่เคยจะไปร่วมหุ้นอะไรกับใครอยู่แล้ว”

เปิ้ล: “จริงๆ เราก็จะหุ้นถ้าโปรเจ็กต์มันดี เราก็ยินดี การทำธุรกิจใหญ่ๆ คงทำคนเดียวไม่ได้ มันเลยต้องมีการร่วม แต่เราก็ยังมีอีกหลายโปรเจ็กต์ที่จะทำเลย และตอนนี้คนที่แอบอ้างก็หายไปแล้ว มันโชคดีที่ยังไม่ได้มีการทำอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรอะไร ถ้ามีน่าจะมีปัญหาเอาทนายเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว แต่ขออย่าให้มีอะไรเกี่ยวกับตรงนั้นเลย”

ล่าสุดมีดราม่าเรื่องที่ออก้าไปเหยียบโต๊ะอาหาร?
จูน: “ไม่ใช่โต๊ะอาหารเลย แต่ต้องน้อมรับนะคะ ว่าออก้าอาจจะซนและคึกตลอดเวลา แต่แค่อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้เดินบนโต๊ะอาหาร ณ วันนั้นเป็นวันที่เราไปอีเว้นท์งานนึง แล้วเขาก็ปิดห้องประชุมที่เป็นห้องพักส่วนตัวไว้ให้ ซึ่งโต๊ะมันใหญ่มาก ออก้าเลยไปวิ่งเล่นบนโต๊ะของเขา ในนั้นจะมีแค่ครอบครัวเราเท่านั้น แต่เราเอาอาหารไปกินบนโต๊ะประชุมเลยโดนมองว่ากลายเป็นโต๊ะอาหาร”

เปิ้ล: “จริงๆ มันก็พอๆ กันแหละครับ ไม่ควรวิ่งเล่นบนโต๊ะประชุมนะเอาจริงๆ เลย แต่เราจะสอนลูกตลอดเวลาว่า ของกินไม่เล่น ของเล่นไม่กิน โต๊ะประชุมไม่วิ่งเล่น ไม่วิ่งเล่นบนโต๊ะประชุม โต๊ะอาหารก็ไม่วิ่งเล่น ไม่วิ่งเล่นบนโต๊ะอาหาร คืออันนี้เราสอนตอนที่ไปกินอาหารในที่สาธารณะ ห้ามเลย มันเป็นมารยาททางสังคม เราค่อนข้างซีเรียสมาก แต่เผอิญวันนั้นเป็นห้องที่ส่วนตัวไง ออก้าก็ไปวิ่ง ไปนอน กลิ้ง ซึ่งมันก็เป็นความผิดของครอบครัวด้วยที่ถ่ายทอดสด เข้าใจใช่ไหมครับมันเป็นธรรมชาติของเด็ก 5-6 ขวบ บางเรื่องเราคาดไม่ถึงจริงๆ ปกติเราออกไอจี หรือทำคลิปที่เราตัดต่อได้ เราสร้างภาพได้ไงว่าลูกเราน่ารัก ไม่ดื้อ คือเราสร้างภาพมาตลอดแล้วรอดไง แต่วันนั้นเราไลฟ์เลยไม่รอด มันจะมีอะไรบางอย่างที่โผล่ออกมากับเรื่องคาดไม่ถึงจริงๆ ต้องกราบขออภัยคนที่เข้ามาดูและซีเรียสในวันนั้นพอดี คือเขาบอกว่าเด็กคนนี้มารยาทไม่ดี ขึ้นไปนั่งกินข้าวบนโต๊ะอาหาร เขาคงนึกว่าเป็นร้านอาหารทั่วไป กินเสร็จยังปาช้อนอีก อารมณ์จังหวะตอนนั้นถ้าคนมีลูกจะรู้ ถ้าขอถ่ายรูปแล้วอารมณ์เขาก็จะหัวเราะ ยิ้ม หอมแก้ม แต่ถ้าอารมณ์ไม่ดีเขาจะหันมาบอกแฟนคลับเขาว่า ไม่!! ซึ่งตรงนั้นเราหน้าชานะ เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต้องเคยเจอโมเม้นท์นี้ และเชื่อว่าทุกคนก็คงเคยเป็นตอนเด็กๆ แต่เผอิญวันนั้นมันตัดต่อไม่ได้ ก็ต้องกราบขออภัยที่เราไปห้ามธรรมชาติของเขาไม่ทันจริงๆ มันเลยออกมาแบบนั้น”

เปิ้ล: “เราอยากจะบอกว่าวัฒนธรรมของแต่ละครอบครัวมีการเลี้ยงเด็กไม่เหมือนกัน อยากให้เด็กๆ เป็นไปตามที่ตัวเองบอก ของเราจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติมาก บางทีมันจะหลุดอะไรแบบนี้บ้างก็ต้องขอโทษด้วย บางคนอาจจะถามว่าทำไมถึงต้องปล่อยให้ลูกปาของ จริงๆ แล้วเราเน้นเลยว่าแบบนี้ไม่ได้นะลูก อะไรที่เป็นสิ่งดีก็ขอให้เอาไปเป็นตัวอย่าง ถ้าอันไหนไม่ดีก็ด่าครอบครัวเราได้ แล้วบอกลูกตัวเองว่าอย่าทำตาม”

จูน: “เราก็สอนนะ ไม่ใช่ปล่อยแล้วปล่อยเลย เราก็เรียกเขามาว่ามาตักเตือน แต่เด็กต้องสอนเป็นร้อยเป็นพันรอบถึงจะจำ เราต้องเจอสิ่งที่เรียกว่ามหัศจรรย์ของเด็กอีกเยอะเลย”

ณ ตอนนั้นที่เราเห็นคนวิจารณ์ เรารู้สึกอย่างไร?
จูน: “ณ ตอนนั้นนึกก่อนว่าคลิปไหน เลยมาไล่ดูว่าต้องเป็นอันนี้แน่เลย แต่ไม่ได้โกรธนะ เราเข้าใจเพราะเราเป็นแม่ เราเข้าใจว่าแต่ละคนเขาเตือนน้องนะ แต่คำพูดคำจาอาจจะไม่เหมือนกัน เราอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงปรี๊ดแตกแน่ๆ มาว่าลูกเรา แต่ที่ตอบไปในไอจีคือเป็นการน้อมรับว่า มันก็จริงนะ ขอโทษนะคะเดี๋ยวเราจะกลับไปดูแลลูกให้ดี เราเข้าใจป้าเขานะที่ดูแล้วเป็นห่วงถึงได้บอกว้าทำแบบนี้น่าเกียจ อย่าทำ เราก็โอเคเข้าใจ อีกอย่างเรารู้พฤติกรรมออก้าด้วยว่าสุดยอด”

เปิ้ล: “ถ้าเขาไม่เม้นท์มาแบบนั้นเราอาจจะปล่อยให้ลูกเราทำอีกก็ได้ มันคือการตักเตือน ดีแล้ว”

ต่อจากนี้จะเข้มงวดกับลูกมากขึ้นไหม?
เปิ้ล: “คงมากไม่ได้หรอก เพราปกติพี่เปิ้ลจะไม่ค่อยห้ามเด็กอยู่แล้ว เพียงแต่เราจะสอนเบสิกว่าเป็นเด็กผู้ชายต้องไม่ทำร้ายผู้หญิง เพราะการที่เขาตีผู้หญิงตั้งแต่เด็กได้ เคยเห็นใช่ไหมที่ผู้ชายโตมาแล้วตบตีผู้หญิง สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ใช่จากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตัวผู้ แต่ถ้าไปตบผู้หญิงจะถูกเรียกว่าหน้าตัวเมียทันที เราไม่อยากให้ลูกเราเป็นคนแบบนั้น ต้องเคารพผู้ใหญ่ เจอแล้วสวัสดียังไง ที่สำคัญเวลาทำอะไรต้องให้เขาก่อน ถ้าจะต่อยกับคนต้องเลือกคนที่แข็งแรงกว่าอย่าไปต่อยกับคนที่อ่อนแอกว่า เราจะสอนเป็นหลักเลยอย่าไปทำความเดือดร้อนให้กับส่วนรวม บางทีมีคนมาขอถ่ายรูปเพราเขารักเรา เราจะสอนพื้นฐานนี้เข้าไป ส่วนเขาจะทำตามไหมบางทีเราคาดเดาไม่ได้”

ตอนอัดคลิปขอโทษ ได้บอกลูกบ้างไหมว่าถูกตำหนิ?
จูน: “ไม่รู้ จูนบอก แต่จูนไม่ได้บอกแบบใส่เขาไปว่าโดนดุเรื่องนี้ เพราะเขาไม่เข้าใจหรอก แต่เราจะบอกเขาว่าอย่าวิ่งบนโต๊ะนะ อย่าเขวี้ยงช้อนนะ ไหนเมื่อกี้แม่สอนว่าอะไรซึ่งเราก็อัดคลิปไว้เล่น ปรากฏว่าน้องพูดได้ เลยส่งให้พ่อเขา ฮาๆ อย่างที่บอกครอบครัวเราไม่ได้จะซีเรียสอะไร เป็นครอบครัวฮาๆ มากกว่า แต่เราก็สอนน้องตลอด เต็มที่อยู่แล้ว ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก หนูตีลูกทุกวันนะไม่ได้สปอยเลย จูนเลี้ยงลูกห่ามมาก”

เปิ้ล: “เรายินดีนะที่มีคนรักลูกของเรา มีคนชอบลูกของเราประมาณนึง ซึ่งเรารู้สึกว่าโชคดีมากๆ เลยที่มีคนติดตามน้อง หลายคนชอบบอกว่าอยากเจอสี่ออจังเลย เราบอกอย่าเจออ่ะดีที่สุด คอยดูคลิปที่ผมตัดต่อและสร้างภาพเรียบร้อยแล้วดีกว่า จะมีความสุขกว่า”

เรื่องนี้จะถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนในการเลี้ยงลูกเลยไหม?
จูน: “จริงๆ บทเรียนเกิดขึ้นกับบ้านหนูทุกวันค่ะ แต่อย่างที่บอกคือรับฟังค่ะ เขาเตือนดีกว่าเขาไม่สนใจบ้านเรานะ ยังเอ็นดูครอบครัวเราอยู่”

เปิ้ล: “คนที่รักน้องก็ตามไปถล่มคุณป้าเขา ก็สงสารเขา เราเลยบอกจูนไม่เอาๆ พอแล้วๆ อย่าดีกว่า เขาอุตส่าห์มาเตือนเรา”

จูน: “คือเราไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เราแค่อยากจะขอโทษผ่านไอจีว่าเรารับผิดนะที่เราปล่อยให้ลูกเป็นแบบนั้นแค่นั้นเอง”

ที่มา : http://news.sanook.com/2176750/: 

  • No tag available

บทความที่เกี่ยวข้อง