นักวิจัยเผย'วัคซีนไข้เลือดออก' การันตีควรฉีด-คุ้มค่าเงิน??

22 January 2017
1207 view


นับเป็นความสำเร็จระดับโลกที่หลายประเทศร่วมกันวิจัย “วัคซีนไข้เลือดออก” รวมถึงประเทศไทยมายาวนานกว่า 10 ปี เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติจาก “โรคไข้เลือดออก” ที่คร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผลงานวิจัยนำไปสู่การผลิต “วัคซีนไข้เลือดออก” ที่ใช้ทดลองกับมนุษย์แล้ว และนักวิจัยออกมาการันตีว่าสามารถป้องกันโรคได้ถึง 65 เปอร์เซ็นต์

รวมถึง “ลดความรุนแรงของโรค” ในการนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์!! และป้องกันโรคแทรกซ้อนได้ถึง 73 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ นำเข้า “วัคซีนไข้เลือดออก” มาให้คนไทยมีโอกาสได้ใช้กันไปบ้างแล้วหลังจากที่ได้มีการขึ้นทะเบียน และใช้ในประชากรของหลายประเทศมาแล้วได้ผลดี

โดย นพ.พลรัตน์ วิไลรัตน์ ผอ.รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน อธิบายว่า ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ 4 สายพันธุ์ มียุงลายเป็นพาหะ ในขณะนี้มีการระบาดของไข้เลือดออกเด็งกี่ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกอายุ ทุกเพศ แต่พบมากที่สุดในช่วงอายุ 10-14 ปี

ในปี 2558 มีการระบาดของโรค ซึ่งพบผู้ป่วยถึง 144,672 ราย เสียชีวิต 57 ราย และในปี 2559 พบผู้ป่วย 63,310 ราย เสียชีวิต 141 ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานเท่านั้น ตัวเลขจริงอาจมีผู้ป่วยมากกว่านั้นถึง 15 เท่า ส่งผลให้ผู้ป่วยเด็กขาดเรียน 4-6 วัน และผู้ป่วยผู้ใหญ่ต้องลางาน 7-10 วัน กระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และเสียค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขไปเป็นจำนวนมาก

วัคซีนไข้เลือดออกมีกี่ชนิด 

“วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” เป็นวัคซีนแรกของโลกและชนิดเดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ที่สามารถป้องกันไวรัสเด็งกี่ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ ซึ่งประสิทธิภาพในการป้องกันแต่ละสายพันธุ์ไม่เท่ากัน ป้องกันดีที่สุดคือสายพันธุ์ที่ 3 และ 4 รองลงมาคือ 1 และ 2 แต่การติดเชื้อและระบาดพบในสายพันธุ์ที่ 4 น้อยที่สุด ทั้งนี้ช่วยลดความรุนแรงของโรคในสายพันธุ์ที่ 2 และ 3 ได้ถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ทางด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.อรุณี ทรัพย์เจริญ หน.โครงการวิจัยวัคซีนไข้เลือดออก และที่ปรึกษาคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าถึง “โรคไข้เลือดออก” ในประเทศไทยว่า พบไวรัสเด็งกี่ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2501 มีการติดเชื้อในกลุ่มโรคต่างๆ กัน 4 กลุ่ม ได้แก่

  • ติดเชื้อไม่มีอาการ แต่กลุ่มนี้หากถูกยุงลายกัดสามารถแพร่เชื้อได้
  • ไข้อาการน้อยบอกสาเหตุไม่ได้ 50 เปอร์เซ็นต์
  • ไข้เด็งกี่ 39 เปอร์เซ็นต์ และ
  • ไข้เลือดออกเด็งกี่ 11 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้มี 2 เปอร์เซ็นต์ ที่อาการหนักมากอาจเสียชีวิตได้

จากข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ “วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” ที่ศึกษาในเด็กหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงเด็กไทย โดยคณะผู้วิจัยจากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคณะแรกที่ได้ศึกษาถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน

โดยทดสอบวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกระยะที่ 2B (CYD23) ในเด็กนักเรียนอายุ 4-11 ปี ที่อาศัยอยู่ใน อ.เมือง จ.ราชบุรี จำนวน 4,002 คน ด้วยการฉีดวัคซีน 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.52 - มี.ค.54 และติดตามผลหลังฉีดเข็มที่ 3 ครบ 1 ปี เมื่อเดือน มี.ค.55 จากนั้นติดตามผลระยะยาวถึง 4 ปี จนถึง มี.ค.59 นอกจากนี้ยังมีการวิจัยในระยะที่ 3 (CYD14) ที่ อ.บ้านโปร่ง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และร่วมวิจัยกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร อ.เมือง จ.กำแพงเพชรด้วย

วัคซีนไข้เลือดออกทำมาจากอะไร

“วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” ทำมาจากไวรัสสังเคราะห์ของไข้เหลืองที่มีมานานแล้วนำมาตัดต่อพันธุกรรมกับไวรัสไข้เลือดออก จึงเรียกได้ว่า เป็นไวรัสที่มีชีวิตสามารก่อให้เกิดโรคได้ จึงไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เช่น หญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น เพราะอาจติดเชื้อไวรัสและเจ็บป่วยได้

วัคซีนไข้เลือดออกฉีดกี่เข็ม 

สำหรับความคุ้มค่าในการฉีด “วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” นี้ ให้กับเด็กๆ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกนั้น ทางด้าน รองศาสตราจารย์ นพ.ชูเกียรติ ศิริวิชยกุล หน.ภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน ไขสงสัยว่า วัคซีนไข้เลือดออกนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ใน 13 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 โดยสามารถฉีดในกลุ่มอายุ 9-45 ปี ได้ผลดี ส่วนกลุ่มอื่นๆ ประสิทธิภาพอาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป

สำหรับราคานั้นเฉลี่ยเข็มละ 3,000 บาท ต้องฉีด 3 เข็มห่างกัน 6 เดือน รวม 9,000 บาท หลายคนอาจมองว่าราคาสูงมาก เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งราคามาสูง เพราะมีการพัฒนามายาวนาน ในอนาคตหากมีการผลิตจำนวนมากเชื่อว่าราคาจะลดลง เหมือนวัคซีนตัวอื่นๆ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ามาในประเทศไทยใหม่ๆ ก็มีราคาแพงเช่นกัน แต่ปัจจุบันเราสามารถฉีดป้องกันได้ในราคาที่ไม่แพงแล้ว และบางกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงรัฐบาลก็มีการสนับสนุนให้ฉีดฟรี

ประสิทธิภาพวัคซีนเป็นอย่างไร 

ถามว่าในกลุ่มที่เสี่ยงอย่างเด็กๆ คุ้มค่ากับการลงทุนในครั้งนี้หรือไม่ ในมุมมองของนักวิจัยมองว่าคุ้มค่า เพราะที่ผ่านมาก่อนที่ยังไม่มีวัคซีน เมื่อลูกหลานเจ็บป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต้องขาดเรียน 5-6 วัน หากได้รับการฉีดป้องกันก็อย่างที่ทราบกันดีว่าสามารถป้องกันโรคได้เกินครึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปที่จะต้องมีการรณรงค์ให้ฉีดกัน แต่ก็ลดการเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์

หากดูจากประสิทธิภาพและประสิทธิผลผลที่ได้คิดว่าคุ้มค่าเพียงพอ ถึงแม้ว่าราคาเข็มละ 3,000 บาท ต้องบอกว่าหลายครอบครัวมีความแตกต่างกัน หากครอบครัวไหนมีกำลังมากสามารถฉีดให้ลูกหลานได้ก็ถือว่าคุ้มค่า หรือครอบครัวไหนกำลังน้อยไม่สามารถฉีดได้ต้องป้องกันยุงลายแทนด้วยวิธีต่างๆ

ควรฉีดวัคซีนไข้เลือดออกหรือไม่

“วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถใช้ป้องกัน “โรคไข้เลือดออก” ได้คุ้มค่า ยกตัวอย่างเมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่ฉีดแล้วสามารถป้องกันโรคได้ 1 ปี จึงต้องฉีดกันทุกปี แต่ “วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia” ผลงานวิจัยขณะนี้สามารถควบคุมโรคได้นาน 5-6 ปี หรือถ้าวิจัยต่ออาจพบว่าสามารถป้องกันได้ตลอดชีวิต  จึงขึ้นอยู่ตัวผู้บริโภคเองที่จะตัดสินใจว่า “คุ้มค่า” 

ที่มา  : เดลินิวส์ 

บทความที่เกี่ยวข้อง