การพูดคุยกับลูกเรื่องการมีประจำเดือน

09 March 2012
53 view

การพูดคุยกับลูกเรื่องการมีประจำเดือน

คุณแม่หลายคน อาจจะยังจำได้ ถึงความรู้สึกแปลกๆ เมื่อตนเองเริ่มเป็นสาว และ เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น และ เรียนรู้ถึงการมีประจำเดือนครั้งแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ เด็กสาวทุกคนจะต้องผ่านการมีประสบการณ์แปลกๆนั้น ซึ่งในสมัยก่อนการพูดคุยเรื่องเหล่านี้ในครอบครัวระหว่างคุณแม่กับลูกสาวนั้น แทบจะไม่เคยมีการอธิบาย ในรายละเอียดอะไรกันมากนักแต่ในปัจจุบัน มีสื่อต่างๆ ที่นำเสนอ เรื่องเหล่านี้มากขึ้น ในรูปของ หนังสือเรียน และ แมกกาซีน, โฆษณาทางทีวี วิทยุ ฯลฯ ทำให้เด็กทั้งชาย และหญิง รับรู้เรื่องการมีประจำเดือนกันง่ายขึ้น แต่คุณควรจะพูดคุยกับลูกในเรื่องนี้อย่างไร หรือ จะทำเฉยๆ ให้เด็กหาความรู้ จากโรงเรียน และ เพื่อนๆ เอาเอง เนื่องจากคุณเองก็รู้สึกไม่แน่ใจ ว่าตนเองจะพูดเรื่องนี้ได้สำหรับในแง่ของกุมารแพทย์ที่ดูแลเด็ก ที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย ในหลายๆด้านพร้อมกัน อยากจะแนะนำว่า คุณแม่ ควรที่จะหาโอกาสพูดคุย กับลูกสาวของตนในเรื่องการมีประจำเดือนนี้อย่างสบายๆ โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้คือ

ช่วงอายุที่ควรจะเริ่มพูดกับลูก

โดยทั่วไปเด็กหญิงจะเริ่มมีประจำเดือนในอายุประมาณ 12-13 ขวบ แต่เด็กหญิงบางคน เช่น เด็กที่ค่อนข้างอ้วน อาจจะเริ่มเร็วกว่านี้ เช่น ประมาณ 9-10 ขวบ และ ในบางรายอาจจะเริ่มมีประจำเดือนช้ากว่าคนอื่น เช่น เด็กที่ค่อนข้างผอม ขาดอาหาร อาจจะมีประจำเดือนครั้งแรก ตอนอายุประมาณ 14-15 ขวบ ถ้าคุณคอยจนกระทั่งลูกสาว เริ่มมีประจำเดือนแล้ว จึงเริ่มคุยกับลูก อาจจะช้าเกินไป ดังนั้นคุณจึงควรจะเริ่มพูดถึงเรื่องนี้กับลูกในช่วงอายุประมาณ 9-10 ขวบ และ อีกเหตุผลหนึ่ง ที่คุณควรจะเริ่มพูดคุยกับลูก ก่อนที่จะมีประจำเดือน เสียแต่เนิ่นๆ เพราะเด็กหญิง บางคนอาจจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะมีประจำเดือน เพราะว่า ในช่วงนั้น อาจมีการตกของไข่ ได้ก่อนที่จะ เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ถ้าเด็กหญิงผู้นั้นมีเพศสัมพันธ์ ก่อนวัยอันควร

การจับให้มานั่งฟังแบบเลคเชอร์ กันเพียงครั้งเดียวทีเดียวจบ ในช่วงที่เด็กจะมีความอยากรู้ อยากเห็นเกี่ยวกับ ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ของเขา ซึ่งมักจะเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก คุณแม่ ก็ควรจะอธิบายเกี่ยวกับ ร่างกายของเขา ไปทีละเล็กละน้อย ตามระดับการรับรู้ของเด็ก เช่น ตอนอายุประมาณ 2-3 ขวบ ก็สอนให้ รู้จักส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่ ตา หู จมูก ปาก ก้น พุง ฯลฯ เมื่อเด็กโตขึ้นเข้าสู่วัยเรียน คุณก็ควรจะหาทาง ตอบคำถามของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับ การทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตามความสนใจของเด็ก โดยพยายามพูดคุย ให้เป็นเรื่องธรรมดา และ ตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจ พยายามหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง เรื่องเกี่ยวกับทางเพศในแง่ลบ ที่ทำให้เด็กเกิดความกลัว หรือ เข้าใจอย่างผิดๆถ้าคุณได้เตรียมตัวลูกเป็นระยะๆมาเป็นอย่างดี เมื่อถึงช่วงเข้าวัยรุ่น ลูกก็จะมีความรู้และ ทัศนคติ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ในร่างกายของเขาได้อย่างถูกต้อง เพราะ ได้รับความรู้จากคุณ แทนที่จะเรียนรู้เอาเองจากเพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่อาจเป็นความรู้ และทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ที่ผิดๆ

 จะมีวิธีพูด กับลูกอย่างไร?

ไม่ควรเรียกลูกมาสอน และให้ข้อมูลต่างๆ อย่างมากมายในครั้งเดียว เพราะ อาจทำให้ลูก เกิดความวิตก และสับสนได้ แต่ควรจะค่อยๆ พูดในรายละเอียดของเรื่องนี้ ในการพูดคุยสนทนากันทั่วๆไป เช่น การใช้โอกาสตอนที่ไปชอบปิ้ง เดินผ่านแผง วางผ้าอนามัยชนิดต่างๆ และ ถามลูกว่า มีเพื่อนๆ ที่มีประจำเดือนที่ ร.ร. กัน หรือยัง และเขาจัดการกันอย่างไร หรือในตอนที่กำลังดูทีวี และมีโฆษณาเกี่ยวผ้าอนามัยบางอย่างอยู่ ซึ่งคุณเอง ก็อาจจะช่วยสอนลูกเกี่ยวกับชนิดของผ้าอนามัย และ วิธีการดูแลตนเองในช่วงที่มีประจำเดือน ให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เด็กสาวทุกคนจะต้องมี และเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ ผู้หญิงมีความสามารถเป็นแม่คนได้ อย่าให้ทัศนคติ ที่เป็นแง่ลบ เช่น การมีประจำเดือนเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เป็นภาระ, เปรอะเปื้อน ฯลฯ คุณเองก็ควรที่จะรู้สึกสบายๆ กับการพูดคุยในเรื่องนี้กับลูกสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ควรตอบคำถามของลูกให้ตรง ตามความเป็นจริง และ ควรให้เด็กรู้สึกว่า เขาสามารถจะนำเรื่องเหล่านี้ มาพูดคุยกับคุณได้เสมอ เมื่อคุณได้ยินลูกพูด ถึงเรื่องเหล่านี้ในบางครั้ง คุณควรจะถือโอกาสถามลูกดูว่า เขามีความเข้าใจในเรื่องนั้นๆอย่างไร และ เขาได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้จากไหน เพื่อที่คุณจะได้ช่วยแก้ไขความเข้าใจที่อาจจะไม่ถูกต้อง ที่เขาได้รับมาจากที่อื่นๆ


บทความที่เกี่ยวข้อง