"ลัทธิต้านวัคซีน" บุกไทยแล้วว แนะผู้ปกครองถอยห่างและให้เด็กได้รับวัคซีนตามเกณฑ์

06 January 2017
2034 view

เพจดังเตือนลัทธิต่อต้านวัคซีนบุกไทยแล้ว แนะผู้ปกครองถอยห่างและให้เด็กได้รับวัคซีนตามเกณฑ์


หลังจากที่โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความที่มีลักษณะการคุยกันของผู้ปกครองโรงเรียนแห่งหนึ่งถึงการต่อต้านการฉีดวัคซีน ซึ่งเพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนผู้ปกครอง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และได้มีการเช็คข้อมูลว่าเผยแพร่มาถึงไทยแล้ว โดยมีครูบางส่วน ไปนำคนที่อ้างตัวเป็นหมอ และต่อต้านการฉีดวัคซีน มาเผยแพร่ข้อมูลเท็จล้างสมองพ่อแม่ทั้งหลาย ถ้าเจอการชุมนุมในลักษณะนี้ที่โรงเรียนใดก็ตามถอยมาให้ห่าง

ทั้งนี้เมื่อช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมาเกิดกระแสการเตือนเรื่องนี้มาแล้ว โดย เดลินิวส์ รายงานว่า พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และอนุกรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ทารกแรกเกิดที่ดีที่สุด คือการให้ลูกรับประทานนมแม่เพียงอย่างเดียวนาน 6 เดือน หลังจากนั้นจึงให้อาหารเสริมอื่นๆ ควบคู่กับนมแม่ ซึ่งเด็กที่รับประทานนมแม่จะมีโอกาสติดโรคอาการรุนแรงน้อยกว่าเด็กที่ไม่รับประทานนมแม่ อาการแทรกซ้อนน้อย นอกจากนี้ คือการพาลูกไปรับวัคซีนพื้นฐานตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเด็กที่รับประทานนมแม่ ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนก็จะขึ้นสูงกว่าเด็กที่ไม่รับประทานนมแม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือในปี 2558 ทั่วโลกยังมีเด็กเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนถึง 900,000 คน ปัญหาหนึ่งที่พบคือในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาที่มีลัทธิต่อต้านวัคซีนเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการฉีดวัคซีนจะทำให้เป็นโรคมากกว่า และเห็นว่าลูกไม่ต้องฉีดวัคซีนก็ไม่ป่วย ไม่เป็นอะไร ถือเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะวัคซีนคือการเอาเชื้อโรคมาทำให้อ่อนฤทธิ์จนไม่ก่อโรค หรือเอาส่วนประกอบของเชื้อมาทำให้วัคซีน เพื่อให้ร่างกายจดจำเชื้อและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันแล้ว เมื่อเจอโรคจริงๆ ก็จะไม่ป่วย หรือหากป่วยก็มีอาการไม่รุนแรง ส่วนที่เห็นเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนก็ไม่ป่วยนั้น เป็นเพราะคุ้มกันใหญ่ในระดับชุมชนมีฉีดวัคซีนกันิยู่ จึงช่วยป้องกันโรคโดยรวมได้ แต่หากคนมีความคิดเช่นนี้มากๆ ไม่ยอมไปฉีดวัคซีน จะทำให้เกิดปัญหาได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดที่เคยควบคุมไปได้แล้วก็จะกลับมา เช่น ฝีดาษ คอตีบ ไอกรน โปลิโอ เป็นต้น

"ความเชื่อเช่นนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะการไม่ฉีดวัคซีน แม้ครอบครัวตัวเองจะไม่เดือดร้อน แต่กลับทำให้ครอบครัวอื่นเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งเคยมีกรณีเกิดขึ้นแล้วในชุมชนแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น โดยครอบครัวที่ไม่ยอมพาลูกไปฉีดวัคซีนนั้น แม้ลูกจะติดโรค แต่เนื่องจากเป็นเด็กโต อาการจึงไม่รุนแรง แต่กลับเอาโรคมาติดเด็กเล็กอีกครอบครัวหนึ่ง ซึ่งพ่อแม่มีความตั้งใจจะพาลูกไปฉีดวัคซีน แต่อายุของลูกยังไม่ถึงเกณฑ์จึงยังไม่ได้ฉีด ทำให้เด็กเล็กป่วยหนักและเสียชีวิตในที่สุด"พญ.สุธีรา กล่าวและว่า สิ่งที่น่าห่วงคือขณะนี้เริ่มมีแนวคิดต้านวัคซีนนี้เข้ามาในไทยแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ก็มีคนส่งมาให้ดูว่ามีการแพร่แนวคิดไม่ฉีดวัคซีนกันในเฟซบุ๊กซึ่งแปลมาจากข้อมูลของแพทย์ในสหรัฐฯที่ต่อต้านการให้วัคซีน ตรงนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะคนไทยกลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง จึงอยากให้ตั้งสติ และหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะหลงเชื่อข้อมูลต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย

 

ขอบคุณที่มา : http://news.voicetv.co.th/thailand/449514.html

  • No tag available