การรักษาโรคสมาธิสั้น

08 March 2012
91 view

การรักษาโรคสมาธิสั้น

พ่อแม่ที่ลูกเป็นโรคนี้มักจะเครียด รู้สึกผิด รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถในการดูแลเด็กที่เป็นโรคนี้พ่อแม่มีทางเลือก 3 ทาง
1. อยู่เฉยๆ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร

2. ปฏิบัติกับลูกเหมือนกับเด็กคนอื่น ไม่ยืดหยุ่นฝึกวินัยให้ลูกเดี๋ยวก็ดีเอง

3. ยอมรับว่าเขาป่วย ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเด็กที่เป็นโรคนี้

การรักษาด้วยยา

ยาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดสำหรับการรักษาร่วมกับพฤติกรรมบำบัดและความร่วมมือในการปฏิบัติต่อเด็กจากครูที่โรงเรียนและพ่อแม่ที่บ้าน เด็กสมาธิสั้นที่รับประทานแต่ยา แต่พ่อแม่หรือครูไม่ช่วยเด็กทางอื่นเลยยาก็ได้ผลไม่เต็มทีส่วนมากถ้าเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคทางกาย พ่อแม่มักจะยอมรับและเต็มใจให้เด็กรับประทานยา  แต่ถ้าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้น พ่อแม่มักจะคิดว่าเด็กไม่สมควรรับประทานยาเพราะยังไม่เข้าใจว่าสมองก็เป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งป่วยได้เหมือนกัน ดังนั้นพ่อแม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาเด็กต่อไป ยาที่ใช้รักษาโรคสมาธิสั้นมีหลายชนิด ชนิดที่ใช้บ่อยและได้ผลที่สุดคือ ยากระตุ้นสมาธิ(CNS Stimulants) ซึ่งมีหลายอย่าง ยาที่ใช้กันบ่อยที่สุดคือ Methylphenidate ยานี้ไม่ใช่ยากล่อมประสาท ไม่ทำให้เกิดการเสพติดในเด็กที่เป็นโรคนี้ ถ้าเลิกใช้ก็ไม่สะสมในร่างกาย มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่สำคัญคือเบื่ออาหาร นอนยาก ซึ่งเป็นไม่นานก็หาย ยานี้ไม่ได้รักษาความดื้อหรือความก้าวร้าว แต่ทำให้เด็กมีสมาธิดีและนานขึ้น อยู่นิ่งมากขึ้น โดยออกฤทธิ์ผ่านสมอง เด็กส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้จะตอบสนองตัวยานี้ได้ดี ยาอยู่ในร่างกายประมาณ 3-5 ชั่วโมงที่ถูกขับออกหมด โดยปกติแพทย์จะให้ยาเด็กตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน ผู้ปกครองบางท่านมักจะบอกว่าการใช้ยาไม่ได้ผลเพราะเห็นเด็กตอนบ่ายหลังกลับจากโรงเรียน ซึ่งยาหมดฤทธิ์ไปแล้ว การประเมินผลการรักษาจึงต้องอาศัยรายงานจากครูซึ่งอยู่กับเด็กในขณะที่ยากำลังออกฤทธิ์  ฉะนั้นในการรักษาแพทย์อาจจะค่อยๆปรับยาโดยให้ตอนเช้าและตอนกลางวัน อาจเพิ่มตอนบ่ายอีกเล็กน้อย ขอให้ผู้ปกครองปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด

ในเด็กที่มีปัญหาลืมรับประทานยาตอนเที่ยงหรือไม่สะดวกที่จะฝากยากับครู วงการแพทย์ในปัจจุบันก็มียาMethylphenidate ที่ออกฤทธิ์ยาว (Long-acting stimulant) เช่น OROS-MPH (Concerta) ซึ่งสามารถทานยาเพียงวันละครั้งแต่ออกฤทธิ์ได้ทั้ง12ชั่วโมง ทำให้มีความสะดวกในการรักษาและปรับยา อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาเด็กลืมทานยาช่วงกลางวันหรือครูที่โรงเรียนลืมให้ยา และช่วยลดปัญหาเด็กอายที่ต้องรับประทานยาตอนกลางวัน เนื่องจากกลัวเพื่อนล้อเลียน งานวิจัยพบว่า ผลข้างเคียงบางอย่างเช่นเด็กอารมณ์เสียหลังจากระดับยาหมด (rebound dysphoria) จะลดลงเมื่อใช้ยาที่ออกฤทธิ์ยาวและยา Methylphenidate ที่ออกฤทธิ์ยาว ยังเป็นประโยชน์ในวัยรุ่นที่เป็นโรคสมาธิสั้นด้วย เนื่องจากเป็นการลดโอกาสการใช้ยาไปในทางที่ผิด (abuse) หากเด็กไม่ตอบสนองต่อยาMethylphendate  ก็ยังมียาตัวอื่นอีกหลายตัวซึ่งใช้ได้ดี

การวิจัยพบว่า การปรับหาขนาดยาที่เหมาะสมในเด็กแต่ละคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ฉะนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กจึงควรประเมินผลการรักษาอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม ทั้งนี้อาจจะอาศัยแบบประเมินพฤติกรรมคอนเนอร์ฉบับย่อหรือแบบประเมินปัญหาสมาธิในเด็ก เนื่องจากการวินิจฉัยพบว่าแบบประเมินทั้งสองไวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ยา ฉะนั้นจึงใช้ติดตามผลการรักษาได้ดี

 

บทความที่เกี่ยวข้อง