ทำไมวัคซีน จึงไม่สามารถควบคุม การระบาดของไข้หวัดใหญ่

22 November 2016
61 view
ทำไมวัคซีน จึงไม่สามารถควบคุม การระบาดของไข้หวัดใหญ่
 
โดยทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ จะมีอำนาจการกระจายโรคเท่ากับ 2 กล่าวคือ ผู้ป่วย 1 คน สามารถแพร่กระจายโรคไปให้ผู้อื่นเป็นโรคได้ 2 คน การควบคุมโรคระบาด จะต้องให้่กิด ภูมิต้านทานกลุ่ม อย่างน้อย ร้อยละ 50 ของประชากร (herd immunity) หรือจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 50% ของประชากร จึงจะป้องกันการระบาดของโรคได้ สำหรับประเทศไทย ต้องฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 35 ล้านคน จึงจะป้องกัน ควบคุม การระบาดของโรคได้ แต่ความเป็นจริง การฉีดวัคซีนในประเทศไทย จะฉีดประมาณ 3-4 ล้านคน ต่อปี


ดังนั้น จึงไม่สามารถป้องกันการระบาดของโรค ด้วยวัคซีนได้อย่างแน่นอน มาตรการการป้องกันการระบาด จึงต้องใช้วิธีการทางระบบสาธารณสุข ลดการแพร่กระจายของโรค เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และในทางปฏิบัติ ประสิทธิภาพของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 60-70 เท่านั้น จึงไม่แปลกเลย ที่จะเห็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์หรือ 3 สายพันธุ์ทำไมไข้หวัดใหญ่ ปีนี้จึงระบาดหนัก ไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะระบาดในฤดูฝน ปีนี้ฤดูฝน ฝนตกชุกมากกว่าปีที่แล้ว
 
ทำให้ไข้หวัดใหญ่ปีนี้ จึงมากกว่าปีที่แล้ว
 
แต่ก็ยังน้อยกว่าปี 2009 แน่นอน ในปี 2009 หรือ พ.ศ. 2552 มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่มากกว่า 200 คน ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 22 คน และปีนี้มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ แล้ว 20 คน การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น เพราะมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการง่าย เร็ว (rapid test) และตรวจกันมากขึ้น จึงทำให้รู้ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่มากขึ้น
 
สรุปแล้วเชื้อก่อโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะมีการัฒนาาความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและขยายสายพันธุ์ใหม่ๆได้เรื่อยๆถึงงแม่จะมียาต้านก็ตาม การล้างมือบ่อยๆ ดื่มแม่ตั้งแต่แรกคลอดดอย่างเดียวจนครบ 6 เดือน รับประทานอาหารให้ครบหมู่ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

อ้างอิง  : https://www.facebook.com/yong.poovorawan?fref=ts