อันตราย!! เตือนไอ้เข้หลุดบ่อ 2 ตัว ยังจับได้แค่ 1 ตัว

10 May 2016
79 view

จระเข้ดุยาวกว่า 3 เมตร หลุดจากบ่อเลี้ยงที่วัดบ้านวังหิน-โคราช กู้ภัยล้อมจับไม่สำเร็จ เฝ้าระวังหวั่นอันตราย ขณะที่สุราษฎร์ธานี 3 หนุ่มช่วยกันจับจระเข้เพศเมียตัวใหญ่เอาไว้ได้หลังแอบมาอยู่ในบ่อกุ้งร้าง
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. หน่วยกู้ภัยฮุก 31 พิมาย รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านวังหิน ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ว่าช่วงคืนที่ผ่านมา มีคนพบจระเข้ขนาดใหญ่ยาวประมาณ 3 เมตร น้ำหนักมากกว่า 60 กก. หลุดออกจากบ่อเลี้ยงภายในวัดบ้านวังหิน ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ก่อนหนีลงไปในสระน้ำขนาดใหญ่ใกล้ ๆ วัด จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ เพื่อจับกลับคืนสู่บ่อเลี้ยง เนื่องจากเกรงว่าจะหลุดลงไปในลำน้ำมูล แม่น้ำสายหลักของ อ.พิมาย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อประชาชน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำโครงไก่สดเป็นเหยื่อล่อให้จระเข้ลอยขึ้นมา ก่อนใช้เชือกจับ อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไปนานกว่า 2 ชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าจระเข้ตัวดังกล่าวจะโผล่ขึ้นมาแต่อย่างใด จึงต้องจัดเวรยามเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบ สระน้ำตลอดคืน ป้องกันไม่ให้จระเข้หลุดไปไกลกว่านี้

2

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ทางวัดได้เลี้ยงจระเข้ขนาดใหญ่ 2 ตัว ไว้ในบ่อซีเมนต์ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 6 เมตร สูงจากพื้นเพียง 1 เมตร ก่อนเกิดเหตุมีพายุฝนตกลงมาทำให้จระเข้แตกตื่น กระโดดข้ามบ่อซีเมนต์ออกมาได้ 1 ตัว โดยตัวที่หลุดออกไปมีนิสัยดื้อดุร้าย จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่หาวิธีช่วยจับ เนื่องจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเริ่มหวาดกลัว ขณะที่ผู้ปกครองต้องช่วยกันเตือนบุตรหลาน ไม่ให้ออกนอกบ้านเวลากลางคืน

3

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายโกศล ทองมาก อายุ 45 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี ได้ประสานไปยัง นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้นำเจ้าหน้าที่มาจับจระเข้เพศเมีย ตัวใหญ่ยาวกว่า 3.5 เมตร น้ำหนักมากกว่า 300 กก. อายุประมาณ 7-9 ปี หลังจากหลุดมาอาศัยอยู่ในบ่อกุ้งร้าง พื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.บางโพธิ์ อ.เมือง ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยก่อนหน้านี้ นายโกศล กับพวกอีก 3 คน กำลังใช้เครื่องสูบน้ำ มาสูบเอาน้ำออกจากบ่อเพื่อจับปลา แต่พอน้ำลดได้สักระยะก็มองเห็นจระเข้ตัวดังกล่าวตะเกียกตะกายขึ้นจากบ่อ จึงช่วยกันจับโดยใช้เชือกมัดปากและขา ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ประมงมาเอาไปปล่อยดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเป็นจระเข้ที่เคยหลุดหายตั้งแต่สมัยน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งจะได้นำไปปล่อยไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานีต่อไป.

4

ที่มาจาก เดลินิวส์

  • No tag available

บทความที่เกี่ยวข้อง