ไทยสูญรายได้เกือบ 7 พันล้านบาท/ปี เพราะเด็กไม่ได้กินนมแม่

25 March 2016
768 view
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ องค์การยูนิเซฟ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย นำเสนอผลงานวิจัย จาก The Lancet Breastfeeding Series 2016 เรื่อง ผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อสุขภาพและพัฒนาการเด็กและการพัฒนาประเทศ
 
โดยนายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันนี้หลักฐานงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แสดงให้เห็นบทบาทของนมแม่ต่อการพัฒนาเด็ก โดยเด็กที่กินนมแม่สามารถมีไอคิวเพิ่มขึ้นได้ถึงเกือบ 3 จุด ดังนั้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะช่วยให้เด็กทุกคน มีสุขภาพที่ดีและพัฒนาการดีสมวัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพดี
 
ขณะที่ นางซู ฮอร์ตัน นักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า ข้อค้นพบจาก The Lancet Breastfeeding Series ซึ่งได้รับการนำเสนอวันนี้สรุปว่า เมื่อประเทศต่างๆ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างจริงจัง จะช่วยพัฒนาทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพของแม่และเด็ก หลักฐานแสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเหมาะสมสามารถช่วยชีวิตเด็กทั่วโลกได้ 820,000 คนต่อปี โดย 9 ใน 10 คนเป็นทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ ยังรายงานว่า ทุก 1 ปีที่แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้ร้อยละ 6
 
“งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า เด็กที่มีพัฒนาการสมองที่ดีจะได้รับค่าตอบแทนที่มากขึ้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และได้คำนวณว่า ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการเสียโอกาสการพัฒนาสติปัญญาอย่างเต็มที่ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการไม่ได้รับนมแม่ของเด็กทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับในประเทศไทย มีการวิเคราะห์ว่าหากเด็กทุกคนได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ ประเทศไทยจะสามารถป้องกันการสูญเสียรายได้ถึง 192 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (คิดเป็น 6.7 พันล้านบาทต่อปี) จากความสามารถของสมองที่เพิ่มขึ้น และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเด็กที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงและปอดบวมถึง 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย” นางซูกล่าวและว่า
 
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ซึ่งคือตั้งแต่ทารกได้กินนมจากอกแม่ ฉะนั้นจึงต้องมีการลงทุนเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสนับสนุนให้รัฐบาลประเทศต่างๆ บุคลากรสาธารณสุข สถานประกอบการ ชุมชน และครอบครัว ช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุน ปกป้อง และส่งเสริมนมแม่
 
นางนีมัท ฮาจีบอย ผู้ประพันธ์รายงาน The Lancet Breastfeeding Series 2016 กล่าวว่า ในประเทศไทย มีทารกเพียงร้อยละ 46 ที่ได้รับนมแม่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต ทารกเพียงร้อยละ 12 ได้รับนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และเด็กเพียงร้อยละ 18 ได้รับนมแม่จนอายุ 2 ปี ซึ่งการปฏิบัติทั้งสามอย่างนี้เป็นคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ทั้งนี้ อุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่พบได้เสมอ คือการไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากบุคลากรสาธารณสุข การขาดข้อมูลที่ถูกต้อง การทำงานในสถานประกอบการที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการส่งเสริมการตลาดที่ดุเดือดของอุตสาหกรรมนมผง ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอกฎหมายเพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดนมผง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล นอกจากนี้ ควรมีการมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดการปกป้องสิทธิของแม่ในสถานที่ทำงานมากขึ้น เช่น การมีมุมนมแม่ และการอนุญาตให้พักบีบเก็บน้ำนมได้
 
นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในประเทศไทย มีทารกเพียงหนึ่งใน 8 เท่านั้นที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำมากทั้งๆ ที่นมแม่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่แม่จะมอบให้แก่ลูกได้ในช่วงหกเดือนแรกของชีวิตแรก การพลาดโอกาสในช่วงนี้ไปอาจไม่สามารถเรียกสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้
ขอบคุณข้อมูล : www.matichon.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง