‪‎ทำยังไงดีหากลูกเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่ง‬?

08 February 2016
360 view

แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมหวังอยากให้ลูกตัวเองเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่งๆ โดยหวังว่าเมื่อลูกเรียนหนังสือเก่งๆแล้ว โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เค้าจะได้มีอาชีพหน้าที่การงานที่ดีๆ มีอนาคตดีๆ วันนี้หมออรมีเรื่องเล่าที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเล่าสู่คุณพ่อๆแม่ๆทุกท่านฟัง เรามาเริ่มกันเลยค่ะ

ชายจีนคนหนึ่ง แบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกลจากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม ที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตก ก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา หลังจากเวลา 2 ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า

“ ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า ทำให้น้ำที่อยู่ข้างใน ไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน ”

คนตักน้ำตอบว่า

“ เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่า มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวยๆเหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว…เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้ “

สิ่งที่หมออยากบอกคือ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ส่วนใหญ่ มักอยากเลี้ยงลูกให้ดีพร้อมไปหมดทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาดหวังอยากให้ลูกของเราเป็นเด็กเรียนเก่ง เพราะเชื่อว่าเด็กที่เรียนเก่งมักจะประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งเปรียบเหมือน “ถังน้ำที่ไม่มีตำหนิ” หากลูกเรียนไม่เก่ง พ่อแม่ก็มักจะรู้สึกผิดหวัง และตราหน้าลูกว่าเป็นเด็กไม่ดี ไม่เอาไหน ทำให้เด็กขาดความภาคภูมิใจในตัวเองเหมือน “ถังน้ำที่มีรอยแตก” โดยอาจจะไม่ได้ดูเลยว่า ลูกเรามีข้อดีอะไรซ่อนอยู่ ที่นอกเหนือจากเรื่องเรียน เช่น เป็นเด็กร่าเริง เข้ากับเพื่อนง่าย มีน้ำใจ อยู่กับใครก็มีแต่เสียงหัวเราะ จริงอยู่ว่าการที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กเรียนเก่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่ลูกเรียนไม่เก่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน ลองเปิดใจยอมรับลูกในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของเขาเท่านั้น เพราะไม่มีเด็กคนไหนเกิดมาแล้วไม่มีดีเลยซักอย่าง เพียงแต่อยู่ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ จะเลือกมองด้านใดของเขาเท่านั้นเอง

ทีมงานของเรา MamaExpert.com2
ความชำนาญ : ต่อมไร้ท่อ
ต้นสังกัด : รพ.สมิติเวชธนบุรี เวลาออกตรวจทุกวันพุธ 17.00-20.00 น.
ที่ปรึกษาTeam Editorial www.mamaexpert.com

บทความที่เกี่ยวข้อง