ไข่และอสุจิบริจาค … ได้มาอย่างไร

05 February 2012
252 view

ไข่และอสุจิบริจาค

สำหรับฝ่ายหญิงที่ไม่สามารถใช้ไข่ของตนเองได้ และฝ่ายชายที่ไม่มีอสุจิ มีโอกาสใช้บริการไข่และอสุจิบริจาคได้

การปกปิดชื่อผู้บริจาค

ทางรพ. ไม่รับการบริจาคไข่และอสุจิจากผู้ที่ปกปิดชื่อของตน ผู้รับบริจาคควรได้รู้จักผู้บริจาคไข่และอสุจิ ไม่ว่าคุณจะหาผู้บริจาคมาเองหรือประกาศหาผู้บริจาคทางหนังสือพิมพ์ เป็นเพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทราบถึงพันธุกรรมของตน จึงไม่รับการบริจาคจากบุคคลนิรนาม

การบริจาคไข่

ผู้บริจาคไข่จำเป็นต้องปฏิบัติตัวตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดเพราะมีความจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ เพื่อมีการเก็บไข่ใน ทันทีที่มีการเจาะเก็บไข่ ผู้บริจาคอสุจิ จะถูกเชิญให้เก็บอสุจิในห้องที่เตรียมไว้เฉพาะ หรืออาจเก็บมาจากที่บ้านหากสามารถนำมาส่งให้ ห้องปฏิบัติการของ  รพ.ได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้แนใจว่าจะได้อสุจิที่สดใหม่ แนะนำว่าควรทำการหลั่งอสุจิทิ้งไปก่อน 2 – 3 วัน ก่อนหน้าที่จะมาเก็บอสุจิบริจาค และหากมีความจำเป็นไม่สามารถเก็บอสุจิในวันที่เจาะเก็บไข่ได้ อาจต้องเก็บอสุจิแช่แข็งไว้ล่วงหน้า และละลายมาใช้ทำการปฏิสนธิต่อไป หลังการปฏิสนธิ เมื่อได้ตัวอ่อนตามต้องการแล้ว ตัวอ่อนที่เติบโตดีที่สุดจะถูกย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกของผู้รับ ตัวอ่อนที่เหลือและมีคุณภาพดีสามารถนำไปแช่แข็งหากผู้รับบริจาคต้องการแช่ แข็งเก็บไว้

ขั้นตอนการรักษาเริ่มด้วย

  • การปรับรอบประจำเดือนของทั้งผู้บริจาคและผู้รับไข่
  • ผู้บริจาคไข่ ได้รับการเตรียมพร้อมเพื่อกระตุ้นรังไข่ ให้ได้ไข่จำนวนมากพอหรือมากที่สุดเท่าที่จะเตรียมได้
  • ขณะ ที่ผู้บริจาคไข่ได้รับการเตรียมรังไข่ถึงวันที่มีการตกไข่ ผู้รับไข่จะเริ่มรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพื่อเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก เช่นเดียวกับการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกสำหรับรับการย้ายกลับตัวอ่อนที่ละลาย จากการแช่แข็ง
  • ผู้บริจาคไข่เข้ารับการเจาะเก็บไข่
  • สามีผู้รับไข่ มาเก็บอสุจิที่ศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ทีในวันเดียวกับการเก็บไข่
  • นำไข่ที่ได้มาทำปฏิสนธิกับอสุจิของสามีผู้รับไข่
  • เมื่อได้ตัวอ่อนตามต้องการแล้ว ตัวอ่อนที่เติบโตดีที่สุดจะถูกย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกของผู้รับไข่
  • ตัวอ่อนที่ไม่ถูกย้ายกลับและมีคุณภาพดีจะถูกนำไปแช่แข็งหากผู้รับบริจาคต้องการแช่แข็งเก็บไว้
  • ตัวอ่อนที่ไม่ถูกย้ายกลับและมีคุณภาพดีจะถูกนำไปแช่แข็งหากผู้รับบริจาคต้องการแช่แข็งเก็บไว้

การบริจาคอสุจิ

เช่นเดียวกันกับการบริจาคไข่ ผู้ที่จะบริจาคอสุจิควรเป็นที่รู้จักของผู้รับบริจาคเช่นเป็นญาติหรือเพื่อนไม่รับการบริจาคอสุจิจากผู้ที่ปกปิดชื่อของตน

ในทันทีที่มีการเจาะเก็บไข่ ผู้บริจาคอสุจิ จะถูกเชิญให้เก็บอสุจิในห้องที่เตรียมไว้เฉพาะ หรืออาจเก็บมาจากที่บ้านหากสามารถนำมาส่งให้ ห้องปฏิบัติการของรพ.ได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้แนใจว่าจะได้อสุจิที่สดใหม่ แนะนำว่าควรทำการหลั่งอสุจิทิ้งไปก่อน 2 – 3 วัน ก่อนหน้าที่จะมาเก็บอสุจิบริจาค และหากมีความจำเป็นไม่สามารถเก็บอสุจิในวันที่เจาะเก็บไข่ได้ อาจต้องเก็บอสุจิแช่แข็งไว้ล่วงหน้า และละลายมาใช้ทำการปฏิสนธิต่อไป หลังการปฏิสนธิ เมื่อได้ตัวอ่อนตามต้องการแล้ว ตัวอ่อนที่เติบโตดีที่สุดจะถูกย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกของผู้รับ ตัวอ่อนที่เหลือและมีคุณภาพดีสามารถนำไปแช่แข็งหากผู้รับบริจาคต้องการแช่ แข็งเก็บไว้

การรับรองผล

ไข่และอสุจิ ก็เหมือนเนื้อเยื่ออื่นๆขอมนุษย์ที่อาจพาหะนำโรคได้ ดังนั้นผู้บริจาคไข่และอสุจิต้องได้รับการตรวจเลือดก่อนที่จะบริจาค

การทดสอบที่ได้เป็นผลลบ จะยังไม่สามารถสรุปว่าจะปราศจากโรคโดยสิ้นเชิง เพราะว่าโรคบางโรคต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงปรากฏผลบวกในกระแสเลือด ดังนั้นอสุจิและไข่ที่ปฏิสนธิแล้วควรได้รับการแช่แข็งเก็บไว้อย่างน้อย 6 เดือน เมื่อผู้บริจาคมาตรวจเลือดอีกครั้ง หากยังได้ผลการตรวจเป็นลบ จึงจะรับรองได้ว่าไข่ หรือ อสุจิจากผู้บริจาคนั้นปราศจากโรคอย่างแท้จริง

ผู้ รับบริจาคบางรายเลือกที่จะไม่รอระยะเวลารับรองผลนี้ ไม่สามารถรับผิดชอบต่อโรคที่เกิดขึ้นภายหลังการย้ายตัวอ่อนได้ ในด้านกฎหมาย รับรองผลเฉพาะอสุจิบริจาคที่รับการทดสอบหลัง 6 เดือน ก่อนนำไปใช้ทำการปฏิสนธิ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประการ แรก ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ทำการซื้อ-ขายอสุจิ หรือ ไข่ รวมทั้งเนื้อเยื่อของมนุษย์ คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรต้องไม่ทำการซื้อ -ขายอสุจิหรือไข่ แต่ต้องยอมรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริจาคตามสมควร หากมีการเรียกร้องเกินจำเป็นจากผู้บริจาค ผู้รับบริจาคควรหลีกเลี่ยงการรับบริจาคครั้งนั้น

ประการที่สองที่ สำคัญเกี่ยวกับความเป็นพ่อ-แม่ ตามกฎหมายไทยกำหนดว่า หญิงผู้คลอดทารกมีสิทธิ์เป็นแม่ของทารกนั้น โดยสามีของหญิงผู้คลอดมีสิทธิ์เป็นพ่อ ผู้บริจาคไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องทางกฎหมายและการเงินเกี่ยวกับทารกได้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง